กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา•ตอนที่ 17

จุมพิตท่ามกลางไอมาร

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
คราบโลหิตสีดำสนิทที่ขับออกจากอาคมสะกดวิญญาณยังคงหยดติ๋งลงบนพื้นศิลาเย็นเยียบ กลิ่นอายไอมารเข้มข้นดุจน้ำหมึกเปรอะเปื้อนผืนปฐพี สะท้อนความวิปริตแปรปรวนของฟ้าดิน ณ หุบเหวดาราดับสูญ "เจ้าประคองตัวเช่นนี้... คิดจะใช้ชีวิตอยู่ให้พ้นราตรีนี้ไปได้สักกี่ลมหายใจกัน, ฉินอวี้?" น้ำเสียงของมู่หรงเซวี่ยเย็นเยียบยิ่งกว่าเกล็ดน้ำแข็งพันปี แต่นัยน์ตาหงส์คู่กระบ่างกลับสั่นไหวระริกยามกวาดมองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลฉีกขาดจากกระบี่อาคม นางคือผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตำหนักดาราพร่างพราย ผู้ใช้ชีวิตอยู่เหนือสามโลกด้วยความบริสุทธิ์และเยือกเย็น ทว่าในยามนี้ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางกลับเปรอะเปื้อนไปด้วยหยดโลหิตของบุรุษผู้นำพาความหายนะมาสู่หัวใจนางเอง ฉินอวี้แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหบพร่าระคนกลิ่นคาวเลือด สะท้อนความทะนงตนที่แม้แต่เงื้อมมือของยมบาลก็ยังมิอาจสั่นคลอน ร่างสูงใหญ่พิงกายเข้ากับผนังถ้ำศิลา ปลายนิ้วที่กำด้ามกระบี่หิมะสังหารเทพสั่นระริกเล็กน้อยจากพิษมารที่กัดกินเส้นชีพจร ทว่านัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวเพลิงกลับยังคงทอประกายดื้อรั้น ไม่ก้มหัวให้แม้แต่เงาของความตาย "ต่อให้ข้าต้องดับสูญสลายกลายเป็นธุลี... วันนี้ ข้าก็ยังยืนอยู่เบื้องหน้าท่าน, มู่หรงเซวี่ย" ฉินอวี้เอ่ยเสียงกระซิบแหบแห้ง แต่ทุกคำกลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจเซียนสาว "ท่านกลัวอันใดหรือ? กลัวว่าหัวใจที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งของท่าน จะละลายเพราะไอมารและความดื้อรั้นของศิษย์ทรผู้นี้เช่นนั้นหรือ?" มู่หรงเซวี่ยสะท้านเฮือก นางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ปราณเซียนรอบกายปั่นป่วนจนเกล็ดน้ำแข็งโปรยปรายลงมาจากเพดานถ้ำ ความรู้สึกที่ถูกกดทับไว้ใต้กฏเกณฑ์อันเข้มงวดของสำนักนับร้อยปีบัดนี้กำลังพังทลายลงอย่างช้าๆ ดุจเขื่อนกั้นน้ำที่กำลังจะทานกระแสน้ำเชี่ยวไม่ไหว ความรู้สึกที่ยากจะอดกลั้นเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในแววตาคู่สวยที่เคยสงบนิ่งดั่งบึงโบราณ นางไม่อาจปฏิเสธได้อีกแล้วว่า ตลอดเส้นทางการบำเพ็ญเพียรที่โดดเดี่ยวและยาวนาน เงาของบุรุษผู้ฝืนลิขิตฟ้าผู้นี้ได้ฝังรากลึกในห้วงวิญญาณของนางเสียแล้ว "เจ้ามันคนบ้า..." นางพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือเรียวดั่งหยกขาวเอื้อมออกไปหมายจะถ่ายเทปราณเซียนบริสุทธิ์เพื่อกดขี่ไอมารในร่างของเขา ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวเนื้อที่ร้อนระอุราวกับเตาไฟ ฉินอวี้กลับตวัดสายตาขึ้นมองด้วยประกายตาดุดันที่แฝงไปด้วยความหิวกระหายบางอย่าง—ความหิวกระหายที่ไม่อาจนิยามด้วยวิถีแห่งเซียน หมับ! มือหนาคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่นด้วยแรงมหาศาลที่หลงเหลืออยู่ ก่อนจะดึงรั้งร่างระหงของนางเข้าหาตัวอย่างไม่ทันตั้งตัว มู่หรงเซวี่ยอุทานเบาๆ ความตกใจทำให้ปราณเซียนในร่างสะท้อนกลับจนลมหายใจติดขัด ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อพบว่าใบหน้าคมคายที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดอยู่ห่างจากนางเพียงแค่ลมหายใจกั้น "ท่านเซียนผู้สูงส่ง..." ฉินอวี้กระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม ลลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มขาวนวลที่บัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่าประหลาด "ท่านสั่งสอนวิถีเซียน ข้าสั่งสอนวิถีมาร... ไฉนเลยเวลานี้ ท่านจึงไม่ลองลิ้มรสความดื้อรั้นของมารดูสักคราเล่า?" "ฉินอวี้... เจ้าบังอาจ..." คำประณามที่ควรจะเฉียบคมดุจกระบี่กลับขาดห้วงไป เมื่อริมฝีปากหนาประทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของนางไว้ โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน ไอมารที่แผดเผาและปราณเซียนที่บริสุทธิ์ปะทะหลอมรวมกันในจุมพิตที่ดุเดือดและลึกล้ำ มู่หรงเซวี่ยเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง สมองขาวโพลนจนลืมสิ้นซึ่งเคล็ดวิชาและสัจธรรมแห่งสวรรค์ ความเย็นชาที่นางสะสมมานานนับพันปีถูกแผดเผาจนมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความอบอุ่นดิบเถื่อนที่แทรกซึมเข้าสู่หัวใจ นางพยายามจะขัดขืนตามสัญชาตญาณของเซียนผู้สูงศักดิ์ ทว่าเรียวแขนที่เคยถือกระบี่พิฆาตกลับอ่อนแรงลงอย่างไร้สาเหตุ สัญชาตญาณลึกๆ ในก้นบึ้งหัวใจกรีดร้องให้นางผลักเขาออกไป ทว่าเรียวปากกลับเผยอรับสัมผัสอันเว้าวอนและดุดันนั้นอย่างจำนน ปลายลิ้นที่เกี่ยวพันกันสร้างความวาบหวิวสะท้านเยือกไปทั่วไขสันหลัง กลิ่นอายเลือดและดอกเหมันต์ผสานกลิ่นไอของความตายและความรักอย่างบ้าคลั่ง นี่คือบาปมหันต์ในวิถีเซียน... ทว่ามันกลับหอมหวานและงดงามยิ่งกว่าการบรรลุธรรมใดๆ ในใต้หล้า ท่ามกลางไอมารที่ฟุ้งกระจายและคราบเลือดที่เปรอะเปื้อน ทั้งสองต่างมอบวิญญาณและลมหายใจให้แก่กันและกันในห้วงเวลาที่ราวกับนิรันดร์ ทว่า... ในวินาทีที่ความรู้สึกซ่านเสียวแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งถึงขั้วหัวใจนั้นเอง ฉินอวี้ก็ชะתากึก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ดวงตาที่เคยดุดันกลับเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาจากความมืดมิดเบื้องนอกถ้ำ เงาร่างสีดำสนิทนับร้อยสายปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดแทงแก้วหู ราCชากระแสปราณมารระดับราชันที่กดทับลงมาจนพื้นศิลาแตกร้าวเป็นรอยแยก "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าดูชมเสียจริง ทายาทกระบี่หิมะสังหารเทพกับนางเซียนผู้สูงส่ง กำลังสมสู่กันในกองเลือดอย่างน่าสมเพช!" เสียงประกาศก้องดังกังวาน พร้อมกับกระบี่มารเล่มหนึ่งที่พุ่งทะลวงทะลุผนังถ้ำเข้ามาปักลงตรงหน้าของทั้งสองคนอย่างเฉียดฉิว และที่น่ากลัวที่สุดคือ... ปลายกระบี่นั้นเคลือบไว้ด้วยพิษสลายวิญญาณที่แม้แต่มู่หรงเซวี่ยก็ยังต้องหน้าถอดสี! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันห้วงเวลาและลิขิตสวรรค์มากับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%