โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายนิ้วเรียวยาวของมู่หรงเซวี่ย กระทบลงบนพื้นศิลาโบราณที่สลักลวดลายดาราจักร ส่งเสียงกังวานดุจหยดน้ำค้างกระทบแผ่นหยกในยามเหมันต์
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือ "ค่ายกลดาราดับสูญเก้าชั้นฟ้า" อักขระโบราณนับแสนตัวกำลังหมุนวนเป็นวงแหวนสีครามเข้ม แผ่ไอสังหารที่สามารถบดขยี้ร่างของผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหลอมรวมวิญญาณให้แหลกสลายเป็นผุยผงในพริบตา ทว่าไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อยปรากฏบนดวงหน้าของสตรีผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีผู้นี้ มีเพียงประกายตาที่มั่นคงดุจดวงดาราที่ไม่เคยสั่นคลอนต่อฟ้าดิน
"อักขระตัวที่เจ็ดทางทิศบูรพา... พลังปราณของเจ้ากำลังต้านทานมันไม่ไหวแล้วนะ ฉินอวี้" เสียงหวานกังวานแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของค่ายกลที่บีบอัดห้วงอากาศจนบิดเบี้ยว
ฉินอวี้แค่นเสียงหัวسเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่กวาดมองค่ายกลเบื้องหน้าด้วยความทะนงตน ร่างกายของเขายืนหยัดตระหง่านราวกับยอดเขาที่แม้สายฟ้าเก้าสวรรค์ก็มิอาจโค่นล้ม แม้ว่ารอยเลือดจะซึมผ่านอาภรณ์สีดำสนิทบริเวณหัวไหล่จากแรงกดดันของค่ายกล แต่กระบี่หิมะสังหารเทพในมือกลับสั่นระริกด้วยความกระหายเลือด ราวกับมันกำลังเออออไปกับความดื้อรั้นของผู้เป็นนาย
"หึ... จะมีสิ่งใดในใต้หล้าที่ฉินอวี้ผู้นี้ต้องก้มหัวให้ แม้กระทั่งสวรรค์ยังไม่คู่ควร นับประสาอะไรกับเศษซากค่ายกลโบราณที่ตายไปแล้วนับหมื่นปีเล่า!"
สิ้นคำพูด 1 ประโยคนี้ ฉินอวี้ก็ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พลังปราณสีเงินยวงระเบิดออกจากร่างราวกับพายุหิมะกลางฤดูหนาวที่แผดเผาทุกสรรพสิ่ง เขาไม่ได้ถอยหนี แต่เลือกที่จะพุ่งเข้าหาจุดตายของค่ายกลโดยตรง กระบี่ในมือตวัดวาดเป็นวงโค้ง งดงามทว่าเปี่ยมด้วยเจตจำนงสังหารที่เด็ดเดี่ยว
มู่หรงเซวี่ยชำเลืองมองแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยบาดแผลแต่มั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใดของบุรุษผู้นี้ หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งมานานนับร้อยปีของนางพลานสั่นไหวอย่างรุนแรง ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้าสู่ห้วงวิญญาณ นางสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมพลังดาราจักรทั้งหมดเข้าไว้ที่ฝ่ามือเรียว สองมือประสานกันเป็นเคล็ดวิชาลับแห่งตำหนักดาราพร่างพราย
"หากเจ้าเลือกที่จะฝ่าฟันลิขิตฟ้า... ข้าก็จะใช้ดวงดาราคู่นี้ ส่องทางให้กระบี่ของเจ้าแผ้วพานทุกอุปสรรคเอง!"
วาจานี้มิใช่คำหวานซึ้ง แต่เป็นคำมั่นสัญญาด้วยชีวิตและวิถีเซียนของนาง ปราณดาราบริสุทธิ์พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภาราวกับเสาแสงค้ำจุนฟ้าดิน มันพุ่งเข้าประสานกับพลังกระบี่เยือกแข็งของฉินอวี้ เกิดเป็นคลื่นกระแทกสีครามสลับเงินแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง บดขยี้แรงกดดันของค่ายกลโบราณจนเกิดรอยปริร้าวขนาดใหญ่
ครืนนน—!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม แผ่นศิลาโบราณใต้ฝ่าเท้าแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ อักขระนับแสนตัวกรีดร้องด้วยเสียงแหลมสูงก่อนจะค่อยๆ มอดดับลงทีละตัว ความมืดมิดและไอมรณะที่เคยปกคลุมพื้นที่นับร้อยลี้เริ่มสลายตัวไป เผยให้เห็นเส้นทางเบื้องหน้าที่ทอดยาวสู่ใจกลางค่ายกลขั้นสุดท้าย
ฉินอวี้หอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผาก คมกระบี่ในมือยังคงชี้ตรงไปเบื้องหน้า เขากวาดสายตามองผลงานความร่วมมือระหว่างเขากับนางเซียนผู้สูงศักดิ์ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ
มู่หรงเซวี่ยก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา กลิ่นอายหอมเย็นจางๆ ลอยละล่องปะปนกับกลิ่นคาวเลือด นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษข้างกายด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวผ่านประตูค่ายกลชั้นสุดท้ายที่เปิดออก...
บรรยากาศโดยรอบกลับพลันเยือกเย็นลงอย่างฉับพลัน ลมปราณที่ควรจะสงบลงกลับปั่นป่วนด้วยคลื่นพลังแปลกประหลาดที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายและคุ้นเคยอย่างยิ่ง
เงาร่างสีดำสนิทนับร้อยสายปรากฏขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียงบนยอดเสาหินรอบด้าน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังสะท้อนก้องกังวานราวกับมาจากขุมนรก
"ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นการร่วมมือที่น่าประทับใจเสียจริง ศิษย์น้องฉินอวี้ และท่านผู้อาวุโสใหญ่..."
ฉินอวี้หรี่ตาลงคมกริบ ร่างกายตึงเครียดขึ้นในทันทีเมื่อเห็นใบหน้าที่ก้าวออกมาจากความมืดมิด
แล้วขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันห้วงเวลาและลิขิตสวรรค์มากับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา•ตอนที่ 16
ค่ายกลแห่งความพินาศ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!