กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา•ตอนที่ 13

วิชาลับที่แลกด้วยอายุขัย

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบลงบนพื้นศิลาหยกเย็นเยียบ เสียงดังกังวานราวกับเสียงถอนหายใจของกาลเวลา “เจ้าบ้า... คิดจะใช้ ‘วิชากลืนดาราผลาญอายุขัย’ จริง ๆ หรือ?” น้ำเสียงของมู่หรงเซวี่ยสั่นสะท้อนเล็กน้อย นางก้าวเข้ามาประชิดร่างของฉินอวี้ที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้า ไอเย็นจากตำหนักดาราพร่างพรายแปรเปลี่ยนเป็นความปั่นป่วนรุนแรงจนเกล็ดน้ำแข็งรอบกายแตกละเอียดเป็นผุยผง ดวงตาคู่คมดุจกระบี่เยือกแข็งของนางฉายแวววูบไหวอย่างหาได้ยากยิ่ง—แววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นระคนตัดพ้อ ฉินอวี้แย้มรอยยิ้มหยันให้กับโชคชะตา ริมฝีปากที่ซีดเซียวปรากฏคราบโลหิตสีเข้มตัดกับผิวขาวราวกระดาษ เขายังคงความทะนงตนเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้ลมหายใจจะโรยรินดั่งเทียนไขต้องสายลมพายุ “หากไม่ใช้วิชานี้ แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร? ยอมจำนนต่อโชคชะตาที่เบื้องบนขีดเส้นตายไว้ หรือก้มหัวให้พวกสุนัขรับใช้สำนักกระบี่เยือกแข็งที่ตามล่าพวกเราจนมุมเช่นนี้?” ฉินอวี้แค่นหัวเราะ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางเซียนผู้สูงส่ง “มู่หรงเซวี่ย... เจ้าก็รู้ดีว่าวิถีเซียนฝืนลิขิตฟ้าไม่มีคำว่าทางเลือกที่สวยงาม มีเพียง ‘อยู่’ หรือ ‘ตาย’ เท่านั้น” “แต่วิชานี้... มันไม่ได้พรากแค่พลังปราณของเจ้า แต่มันกำลังสูบกิน ‘อายุขัย’ สามสิบปีต่อหนึ่งลมหายใจที่เจ้าปลดปล่อยกระบวนท่า!” มู่หรงเซวี่ยยื่นมือเรียวดุจหยกสลักออกไปหมายจะแตะชีพจรที่กำลังแปรปรวนของชายหนุ่ม แต่นางกลับชะงักค้างไว้กลางอากาศเมื่อสัมได้ถึงคลื่นพลังอันดุร้ายที่แผดเผาทุกสิ่งรอบตัว ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดเลือดที่ยังคงร่วงหล่นลงพื้นอย่างต่อเนื่อง ฉินอวี้เงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาของจอมยุทธ์ผู้ไม่เคยสยบยอมต่อผู้ใดอ่อนลงชั่วพริบตา เขายื่นมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการฝึกกระบี่ขึ้นไปกุมมือเรียวนั้นไว้ ความเย็นยะเยือกจากกายของนางเซียนปะทะเข้ากับความร้อนรุ่มดั่งไฟกัลป์จากร่างของเขา กลายเป็นภาพสะท้อนอันงดงามและน่าเวทนาในคราวเดียวกัน “ข้าไม่เคยกลัวตาย... แต่ข้ากลัวว่าหากข้าตายไปแล้ว จะไม่มีใครปกป้องรอยยิ้มที่เจ้าซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชานั้นอีก” ฉินอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่มั่นคง ดั่งคำสัตย์ปฏิญาณที่สลักไว้บนกระดูก มู่หรงเซวี่ยสะท้านเฮือก หัวใจที่ด้านชามานับพันปีคล้ายถูกค้อนเหล็กหลอมละลายกระแทกเข้าอย่างจัง หยดน้ำตาใสไหลรินจากดวงตาคู่สวย หยดลงบนหลังมือของชายหนุ่มราวกับเกล็ดน้ำค้างกลางเหมันต์ที่ยอมละลายให้แก่อัคคีจิตวิญญาณ “เจ้าคนโง่... หากเจ้าตาย ข้าจะอยู่อย่างไรในยุทธภพที่ไร้ซึ่งความปรานีนี้?” นางเอמהเสียงสั่นเครือ ความเย่อหยิ่งทระนงในฐานะผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตำหนักดาราพังทลายลงสิ้น เหลือเพียงสตรีผู้หนึ่งที่กำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต “เช่นนั้นก็จงเป็นพยานให้ข้า...” ฉินอวี้สะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง คัมภีร์โบราณที่สลักด้วยอักษรโลหิตลอยคว้างขึ้นกลางอากาศ พลังปราณฟ้าดินรอบด้านพลันคำรามครืนครั่นราวกับฟ้าถล่ม ท้องน่ายามราตรีที่ควรประดับด้วยดวงดาวกลับมืดมิดลงทันที คลื่นกระบี่สังหารเทพถูกปลดปล่อยออกจากฝักทีละน้อย เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณโบราณดังสะท้านไปทั่วหุบเขา ร่างกายของฉินอวี้สั่นสะท้าน เส้นเลือดสีดำปูดโปนขึ้นตามลำคอและใบหน้า ความเจ็บปวดจากการถูกวิชากลืนกินอายุขัยแผดเผาไขกระดูก แต่แววตาของเขากลับยิ่งเปล่งประกายเจิดจ้าดุจดาราตกฟาก เขามีเวลาเหลืออีกเพียงเค่อเดียว (15 นาที) ก่อนที่อายุขัยทั้งหมดจะถูกสูบจนหมดสิ้น—และนั่นคือเวลาเดียวกับที่ค่ายกลปิดตายของศัตรูภายนอกพังทลายลง! “เข้ามา!” ฉินอวี้คำรามลั่น ประกายกระบี่สีเลือดพุ่งทะยานเสียดฟ้า แหวกม่านเมฆหนาทึบจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดมหึมา ทว่า ท่ามกลางกระแสพลังอันบ้าคลั่งที่กำลังจะระเบิดออกนั้น เงามืดสายหนึ่งกลับปรากฏขึ้นเบื้องหลังมู่หรงเซวี่ยอย่างไร้สุ้มเสียง พร้อมกับปลายกระบวนท่ามืดมนที่พุ่งตรงเข้าเสียบทะลุกรัดร่างของนางเซียนสาวโดยที่นางไม่ทันตั้งตัว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันห้วงเวลาและลิขิตสวรรค์มากับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%