ห้วงอากาศเหนือยอดเขาเมฆาคล้อยบัดนี้ถูกบิดเบือนจนบิดเบี้ยว รอยแยกสีดำสนิทดุจปากอสูรฉีกกระชากท้องนภาออกเป็นสองซีก กลิ่นอายโลหิตและกลิ่นอายมารที่หนาแน่นจนแทบกลายเป็นรูปธรรมแผ่พุ่งกดทับลงมา ราวกับภูเขาไท่ซานทั้งลูกกำลังกดทับลงบนกระดูกสันหลังของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียร
มู่หรงเซวี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นในทันที นางเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ระวัง... มันผู้Gนั้นมาแล้ว..."
สิ้นเสียงของนาง ม่านพลังป้องกันอัคคีและดาราศาสตร์ที่กางล้อมรอบค่ายพักแรมก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย เปลวเพลิงสีครามและอักขระโบราณนับหมื่นตัวแตกสลายกลายเป็นละอองแสงพثยุค ท่ามกลางม่านหมอกสีดำทมิฬที่ม้วนตัวเข้าหาศูนย์กลางอย่างบ้าคลั่ง เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเย่อหยิ่ง
นั่นคือ "ตงฟางอี้" จ้าวพรรคมารโลหิตพันปี ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในความอำมหิตและวิชาดูดกลืนวิญญาณ ร่างกายของเขาสวมชุดเกราะกระดูกมารสีเลือด ดวงตาทั้งสองข้างลึกโหลแต่ทอประกายสีแดงฉานดุจปีศาจจากขุมนรก โลหิตนับพันสายไหลวนอยู่รอบกายเขา ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณนับไม่ถ้วนที่ถูกเขาฆ่าฟันและบดขยี้
"ฮ่าๆๆๆ... มู่หรงเซวี่ย นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้ากับไอ้ศิษย์ทรยศแซ่ฉินจะหนีมาหลบซ่อนอยู่ที่ซอกหลืบเช่นนี้"
เสียงหัวเราะของตงฟางอี้ดังสะท้อนก้องกังวาน บีบคั้นหัวใจของผู้อาวุโสและศิษย์สายในหลายคนจนกระอักเลือดออกมาคำโต แรงกดดันระดับ "ขอบเขตผันแปรวิญญาณขั้นสมบูรณ์" แผ่ซ่านออกไปทั่วอาณาบริเวณ ทำให้มวลอากาศรอบด้านแข็งตัวกลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีเลือดในพริบตา
ฉินอวี้ไม่แม้แต่จะขยับตัวถอยหลัง เขายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ามู่หรงเซวี่ย ร่างกายผอมเพรียวแต่ทว่าแฝงไว้ด้วยพละกำลังดุจเทพกระบี่ผู้ไม่ก้มหัวให้ฟ้าดิน มือขวาของเขาจับด้ามกระบี่เยือกแข็งแน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวโพลน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจากการโคจรลมปราณสังหารเทพที่กำลังกัดกินอายุขัยของตนเองอย่างบ้าคลั่ง
"ตงฟางอี้... สุนัขรับใช้แห่งแดนอสูร เจ้ายังกล้าโผล่หัวมาเหยียบดินแดนแห่งนี้อีกหรือ?" ฉินอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบาดดุจคมกระบี่ที่พร้อมจะเฉือนเนื้อหนังของคู่ต่อสู้ ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองไปยังจ้าวพรรคมารด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
ตงฟางอี้หรี่ตาลง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ฉินอวี้... เจ้าเด็กอวดดี! ถึงเจ้าจะมีวิชากระบี่สังหารเทพที่น่ากลัวเพียงใด แต่ตอนนี้ร่างกายของเจ้าใกล้จะแตกสลายเต็มทีแล้วกระมัง? การฝืนใช้พลังฝืนลิขิตฟ้า ร่างกายของเจ้าในตอนนี้คงเหลือเวลาอีกไม่เกินหนึ่งก้านธูปสินะ? ส่งคัมภีร์ดาราบรรพกาลและตัวของมู่หรงเซวี่ยมาเสีย แล้วข้าจะไว้ชีวิตให้พวกเจ้าตายอย่างสบายหน่อย!"
บรรยากาศโดยรอบตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ลมหายใจของมู่หรงเซวี่ยติดขัดเล็กน้อย นางเหลือบมองแผ่นหลังอันกว้างใหญ่ที่ยืนหยัดปกป้องนางไว้ หัวใจที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาอย่างรุนแรง นางค่อยๆ ยกมือเรียส่งผ่านพลังปราณดาราบริสุทธิ์เข้าสู่แผ่นหลังของฉินอวี้ เพื่อช่วยพยุงลมปราณที่กำลังปั่นป่วนของเขา
"อวี้หลาง... อย่าได้หักโหมเกินไป" มู่หรงเซวี่ยกระซิบเบาๆ น้ำเสียงของนางเจือความห่วงใยที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้รับฟัง
ฉินอวี้เหลือบสายตากลับมามองนางเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นอย่างเย่อหยิ่งและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน "เซวี่ยเอ๋อร์ วางใจเถอะ... ต่อให้ฟ้าดินล่มสลายในวันนี้ ต่อให้เทพเซียนเบื้องบนลงทัณฑ์ ข้าก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนแตะต้องเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว"
สิ้นคำพูดนั้น ฉินอวี้ก็ก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่ง พลังปราณสีขาวโพลนระเบิดออกราวกับคลื่นยักษ์สึนามิ ผลึกน้ำแข็งนับล้านชิ้นก่อตัวขึ้นรอบกายเขา กลายเป็นค่ายกลกระบี่เหมันต์ที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่งในรัศมีร้อยลี้ อุณหภูมิลดฮวบลงจนถึงจุดศูนย์สัมบูรณ์ แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นทางยาว
"เข้ามาสิ ตงฟางอี้... มาดูซิว่าวิชามารโลหิตของเจ้า กับกระบี่สังหารเทพของข้า อย่างไหนมันจะพังพินาศก่อนกัน!"
ฉินอวี้สะบัดข้อมือเบาๆ คมกระบี่เยือกแข็งเปล่งแสงเจิดจ้าบาดตา ท้องนภาที่เคยถูกความมืดครอบงำกลับถูกตัดขาดด้วยประกายกระบี่สีเงินยวงเส้นหนึ่งที่เฉียบคมจนแม้แต่มิติก็ยังปริแตก
ตงฟางอี้คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ฝ่ามือมารโลหิตขนาดมหึมาพุ่งทะยานเข้าหาฉินอวี้ด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับหมื่นที่สั่นประสาท ทว่าในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่กำลังจะปะทะเข้ากับฝ่ามือมารนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนกลับเกิดเสียงคำรามกึกก้องผิดธรรมชาติ เมฆสีดำทมิฬจู่ๆ ก็หมุนวนกลายเป็นรูป "ดวงตาแห่งสวรรค์" สีทองอร่ามขนาดมหึมาที่จับจ้องลงมายังร่างของฉินอวี้โดยตรง พร้อมกับสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์เก้าสีที่กำลังผ่าลงมาอย่างไร้ความปรานี!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้นะคะ
กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา•ตอนที่ 26
ศัตรูตัวฉกาจปรากฏ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!