“มือของนายสั่น... เซน”
ฉันเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องนิรภัยของกิลด์ ดาบของฉันในมือขวาเปื้อนคราบเลือดสีม่วงคล้ำจากการปะทะกับมอนสเตอร์ระดับต่ำที่เล็ดลอดออกมาเมื่อครู่ ทว่าสายตาของฉันกลับไม่ได้มองไปที่คมดาบ แต่มองตรงไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย—คนที่ฉันเคยเชื่อใจมากที่สุดในฐานะนักวิเคราะห์ข้อมูล
เซนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ แววตาที่เคยฉายแววซื่อตรงบัดนี้กลับวูบไหวเหมือนเปลวเทียนที่ใกล้ดับ “คุณกำลังพูดเรื่องอะไร ลิซ่า? เรากำลังถูกดันเจี้ยนกัดกินอยู่นะครับ—อ่า ขอโทษที ฉันหมายถึง เรากำลังเจอกับวิกฤตรอยร้าวระดับ S แล้วคุณยังจะมาตั้งคำถามเรื่องมือของฉันอีกเหรอ?”
ฉันก้าวเข้าไปใกล้เขาหนึ่งก้าว เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นโลหะดังสะท้อนกังวานไปทั่วโถงทางเดินที่สั่นไหว ผนังของดันเจี้ยนที่ควรจะเป็นแค่ 'พื้นที่จำลอง' กลับเริ่มปริแตกออกราวกับกระจกที่แตกร้าว เผยให้เห็นท้องฟ้าสีเลือดของโลกจริงที่อยู่เบื้องหลัง—นี่คือปรากฏการณ์รอยร้าวที่รุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ
“คำพูดที่กระซิบข้างหูฉันก่อนหน้านี้... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” ฉันลดดาบลง แต่รวบรวมพลังมานาไว้ที่ปลายนิ้วเพื่อเตรียมเรียกใช้การ์ด ‘พันธนาการแห่งโซ่ตรวน’ หากจำเป็น “เซน นายไม่ใช่แค่คนวิเคราะห์ข้อมูลธรรมดา นายคือคนที่ป้อนคำสั่งให้ระบบผิดพลาดตั้งแต่เริ่ม และที่สำคัญที่สุด... นายคือคนส่งพิกัดของฉันให้วอคเกอร์ใช่ไหม?”
บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก เศษเสี้ยวของมิติกำลังหลุดลอกออกมาเป็นละอองสีดำสนิท ลอยละล่องเหมือนเถ้าถ่านแห่งหายนะ เซนไม่ได้ปฏิเสธ เขากลับหันมาสบตาฉันด้วยรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยอย่างประหลาด
“ลิซ่า... คุณฉลาดเกินไป” เขาพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเจ็บปวด “วอคเกอร์ไม่ได้ต้องการแค่ฆ่าคุณ เขาต้องการ 'เด็คเทพเจ้า' ที่อยู่ในหัวใจของคุณ เพื่อใช้มันเปิดประตูมิติถาวร แล้วคุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงยอมทำ? เพราะโลกที่บิดเบี้ยวใบนี้ มันไม่มีที่ยืนให้กับคนที่สูญเสียพลังอย่างผมอีกต่อไปแล้ว”
“เพราะความเห็นแก่ตัวของนายเหรอ?” ฉันเค้นเสียงหัวเราะ “นายแลกชีวิตคนทั้งโลกเพียงเพื่อต้องการกลับมายิ่งใหญ่หรือไงกัน!”
ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็ถล่มลงมาเพดานของดันเจี้ยนฉีกขาดออกเป็นช่องโหว่ขนาดมหึมา สัตว์อสูรระดับสูงนับร้อยพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกนั้นราวกับกระแสน้ำป่า พวกมันไม่ได้มุ่งหน้าไปที่ไหน แต่พุ่งตรงมาที่พวกเรา! ฉันยกการ์ดในมือขึ้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์แผ่ซ่านออกมาจากซองการ์ดประจำตัว
“เรียกใช้—การ์ดระดับตำนาน: ผู้พิทักษ์แห่งแสงเทวะ!”
แสงสีทองเจิดจ้าอาบไล้ไปทั่วบริเวณ อัศวินเกราะเงินปรากฏกายขึ้นขวางหน้าฝูงอสูร ดาบยักษ์ฟาดฟันลงบนพื้นดินจนเกิดคลื่นกระแทกที่รุนแรง ฉันฉวยโอกาสนั้นกระชากคอเสื้อของเซนแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ถ้าวันนี้ฉันรอดไปได้ นายจะเป็นคนแรกที่ได้รับโทษทัณฑ์จากฉัน... แต่ตอนนี้ บอกมาว่ารอยร้าวนี่จะปิดลงได้ยังไง!”
เซนมองดูฝูงอสูรที่บ้าคลั่งด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะชี้ไปที่หัวใจของรอยร้าวที่กำลังขยายตัว—จุดที่พลังงานสีม่วงเข้มกำลังหมุนวนเป็นพายุ “นั่นคือ 'หัวใจมิติ' ครับลิซ่า วิธีเดียวที่จะปิดมันได้ คือการเอาของบางอย่างที่มีค่าเท่ากับหัวใจของคุณ... ไปแลกเปลี่ยน”
“ค่าเท่ากับหัวใจของฉันงั้นเหรอ?” ฉันกัดฟันแน่น รู้สึกถึงแรงบีบคั้นจากมานาที่รั่วไหลออกจากร่างกาย
“ใช่... การ์ดใบสุดท้ายในเด็คของคุณ คือกุญแจดอกเดียวที่เหลืออยู่ แต่ถ้าคุณใช้มัน คุณจะไม่มีทางเรียกใช้พลังได้อีกตลอดกาล และที่สำคัญไปกว่านั้น...” เซนเว้นช่วง สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาดำทมิฬที่เริ่มก่อตัวขึ้นด้านหลังฉัน “จักรพรรดิเงาไม่ได้ส่งอสูรมาเพื่อทำลายโลก แต่มันส่งมาเพื่อเป็น 'เครื่องสังเวย' ให้กับการมาถึงของ 'ตัวจริง' ของมันเอง”
เงาดำนั้นค่อยๆ ขยายตัว รูปร่างของมันเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นร่างชายหนุ่มในชุดเกราะสีนิลที่สง่างามและน่าสะพรึงกลัว วอคเกอร์ก้าวออกมาจากรอยร้าวด้วยท่าทีราวกับกำลังเดินอยู่ในสวนหลังบ้าน เขาเหยียดยิ้มกว้างเมื่อเห็นฉันยืนอยู่ตรงหน้า
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง ลิซ่า” เสียงของวอคเกอร์เย็นเยียบเสียดแทงถึงกระดูก “เด็คเทพเจ้าในมือเธอ... ถึงเวลาต้องส่งคืนให้เจ้าของเดิมได้แล้ว”
ทว่าในจังหวะที่วอคเกอร์กำลังจะก้าวเข้ามา เซนก็ทรุดตัวลงกับพื้น ร่างกายของเขาสั่นระริกก่อนที่อักขระสีดำจะพุ่งขึ้นมาจากใต้เท้าของเขา มันไม่ใช่การโจมตีจากวอคเกอร์ แต่มันคือคำสาปที่ถูกซ่อนไว้ในร่างของเซนมาตั้งแต่ต้น!
“ไม่... ไม่ใช่แบบนี้! วอคเกอร์ นายสัญญาว่าจะคืนพลังให้ฉัน!” เซนกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก
ฉันมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตระหนก—ร่างของเซนเริ่มแหลกสลายกลายเป็นละอองทรายสีดำ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ฉันใจสั่นที่สุด สิ่งที่อยู่ข้างหลังวอคเกอร์ไม่ใช่สัตว์อสูร แต่มันคือ 'ตัวฉันอีกคน' ที่มีดวงตาสีเลือดและถือไพ่ใบเดียวกับฉันในมือ!
“ลิซ่า...” ร่างจำลองนั้นเอ่ยด้วยเสียงเดียวกับฉันเป๊ะ “เธอก็แค่ตัวหมากที่ถูกวางไว้ให้ตาย... ส่วนฉัน คือผู้ที่จะสวมรอยใช้เด็คเทพเจ้าแทนเธอเอง”
การ์ดในมือของฉันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท พลังทั้งหมดกำลังถูกสูบออกไปอย่างควบคุมไม่ได้ ในขณะที่วอคเกอร์กำลังหัวเราะร่ากับหายนะที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ฉันเหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายและไพ่ใบที่ฉันยังไม่ได้เปิดเผยต่อหน้าใคร—ไพ่ที่อาจจะเป็นทางรอดเดียว หรือจุดจบที่เลวร้ายที่สุด
หวังว่าเนื้อหาในตอนนี้จะทำให้คุณผู้อ่านตื่นเต้นและติดตามการเดินทางของลิซ่าต่อไปนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
Deck of Gods: สุ่มการ์ดเทวาพลิกจักรวาลไร้พ่าย•ตอนที่ 24
รอยร้าวในมิติ
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Deck of Gods: สุ่มการ์ดเทวาพลิกจักรวาลไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!