“เซน ขยับตำแหน่งมอนิเตอร์ไปทางซ้ายอีกนิด สัญญาณไวเบรชั่นจากรอยแยกมิตินั่น... มันกำลังเต้นเป็นจังหวะที่ไม่ปกติค่ะ”
เสียงของลิซ่าเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยความเฉียบคมดุจใบมีดโกน เธอกำลังกวาดสายตามองหน้าจอโฮโลแกรมที่ฉายภาพพื้นที่ใจกลางเมืองซึ่งบัดนี้ถูกปกคลุมด้วยม่านพลังสีม่วงอมดำสนิท บรรยากาศภายในฐานปฏิบัติการชั่วคราวเต็มไปด้วยความตึงเครียด กลิ่นอายของความตายที่เล็ดลอดออกมาจากดันเจี้ยนระดับ S ส่งผลให้เครื่องวัดค่าพลังงานเวทมนตร์ภายในห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“ลิซ่า ถ้ามันระเบิดออกตอนนี้ ใจกลางเมืองจะหายไปจากแผนที่ทันทีนะ พลังงานที่สะสมอยู่มันเกินกว่าที่เกราะป้องกันชั้นที่สามจะรับไหว” เซนตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากคีย์บอร์ด นิ้วของเขาพิมพ์รัวเร็วราวกับกำลังเล่นเปียโนท่ามกลางพายุฝน ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้มีเหงื่อผุดพราย “ผมวิเคราะห์แพทเทิร์นของมันแล้ว มันไม่ใช่ดันเจี้ยนเปิดตัวธรรมดา แต่มันคือ ‘ประตูเชื่อมต่อมิติ’... วอคเกอร์ไม่ได้ต้องการแค่ล่า มันต้องการย้ายฐานทัพข้ามมิติมาที่นี่”
ลิซ่าแค่นยิ้มที่มุมปาก มือเรียวสวยหยิบการ์ดใบหนึ่งขึ้นมาหมุนเล่นระหว่างนิ้วอย่างเชี่ยวชาญ การ์ดใบนั้นสะท้อนแสงสีเงินวาววับ มันคือการ์ดระดับตำนานที่เธอเพิ่งได้รับมาจากการสุ่มชะตากรรมครั้งล่าสุด
“คนจำพวกนั้น มักจะประเมินค่าความโกรธแค้นของคนที่เป็น ‘ตัวถ่วง’ ต่ำไปเสมอ” เธอกล่าวพลางลุกขึ้นยืน ชุดสูทฮันเตอร์สีดำสนิทเข้ารูปเสริมให้เธอดูสง่างามและทรงพลังในเวลาเดียวกัน “เปิดโหมดซิงโครไนซ์กับเด็คเทพเจ้าให้ฉัน ถ้าวอคเกอร์อยากจะเล่นสงครามเมือง เราก็ต้องทำให้มันรู้ว่าการเป็นเจ้าของกลยุทธ์นั้นน่ากลัวกว่าแค่มีพลังที่ล้นพ้นเพียงใด”
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมไปทั่วทั้งเมือง แรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ทำให้ตึกรามบ้านช่องสั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก รอยร้าวบนท้องฟ้าขยายกว้างออกดั่งปากของอสูรกาย แสงสีดำทะลักออกมาดั่งน้ำท่วม ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คน ลิซ่าก้าวเดินออกไปที่ระเบียงมองดูหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว
“เซน เตรียมการ์ด ‘พันธนาการแห่งเงา’ ไว้ที่ช่องสำรองนะ” เธอสั่งการด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “เราจะไม่ทำลายประตูมิตินั่น แต่เราจะ ‘ล็อค’ มันไว้ไม่ให้วอคเกอร์ข้ามมาได้สะดวก”
“ลิซ่า! นั่นมันเสี่ยงเกินไป ถ้าเงาของมันไหลเข้าสู่ตัวคุณ...”
“ฉันตายมาครั้งหนึ่งแล้วจากการหักหลังของคนในกิลด์” ลิซ่าขัดขึ้น สายตาของเธอจ้องมองไปยังเงาร่างขนาดมหึมาที่กำลังเริ่มปรากฏตัวอยู่หลังรอยแยก “คราวนี้ฉันจะไม่ยอมตายเพราะความกลัวต่ออสูรตัวไหนอีกแน่”
ความวุ่นวายเบื้องล่างทวีความรุนแรงขึ้น กรีดร้องของฮันเตอร์ระดับต่ำที่พยายามสกัดกั้นทัพปีศาจดังระงม ลิซ่าไม่ได้หันไปมองภาพความพ่ายแพ้นั้น เธอรู้ดีว่านี่คือหมากกระดานที่สำคัญที่สุด หากเธอพลาดแม้แต่นิ้วเดียว ทุกชีวิตในเมืองนี้รวมถึงตัวเธอเองจะถูกกลืนกินโดยไร้ทางรอด
เธอหยิบการ์ดใบสุดท้ายในมือขึ้นมา—การ์ดที่ยังคงเป็นปริศนาแม้แต่กับระบบ—พลังงานสีทองอร่ามเริ่มแผ่ซ่านออกจากปลายนิ้วเข้าสู่ตัวการ์ด จนเกิดประกายไฟสปาร์คไปทั่วห้อง
“เอาล่ะ วอคเกอร์... มาดูซิว่าระหว่างกองทัพของเจ้า กับ ‘โชคชะตา’ ในเด็คของฉัน ใครจะเป็นคนกุมชัยชนะในเมืองที่กำลังล่มสลายแห่งนี้”
ขณะที่เธอกำลังจะเปิดใช้งานการ์ด ทันใดนั้นสัญญาณมอนิเตอร์ทุกตัวก็ดับวูบลงพร้อมกัน บรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตนเอง ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ จะดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทั้งที่ประตูทางเข้าถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนาด้วยระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด ลิซ่าชะงักกึก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะเธอจำกลิ่นอายของพลังเวทมนตร์ที่คุ้นเคยนี้ได้แม่นยำ
“ไม่ได้พบกันนานเลยนะ ลิซ่า... ดูเหมือนเธอจะเก่งขึ้นจนฉันแทบจำไม่ได้เชียวล่ะ”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกที่ดังขึ้นจากความมืดข้างหลัง ทำให้ลิซ่าต้องค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนคนนั้น และภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้แม้แต่หัวใจที่แข็งแกร่งของเธอยังต้องกระตุกไหว มันไม่ใช่จักรพรรดิเงา... แต่เป็นคนที่เธอเชื่อมั่นที่สุดว่าได้ตายไปแล้วในการพิชิตดันเจี้ยนเมื่อสามปีก่อน
การ์ดมาสเตอร์ลิซ่าขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาพบกับความจริงอันโหดร้ายในตอนนี้นะคะ เรามาเอาใจช่วยลิซ่าให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปพร้อมกันในตอนถัดไปนะคะ!
Deck of Gods: สุ่มการ์ดเทวาพลิกจักรวาลไร้พ่าย•ตอนที่ 12
การเปลี่ยนแปลงของเมือง
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Deck of Gods: สุ่มการ์ดเทวาพลิกจักรวาลไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!