“เก็บมันกลับเข้าเด็คเดี๋ยวนี้ ลิซ่า!”
เสียงตะโกนของเซนดังแทรกผ่านความเงียบงันที่กดทับจนเกือบจะหายใจไม่ออก ในมือของฉัน การ์ดระดับตำนานที่เพิ่งสุ่มได้สั่นระริกราวกับมีชีวิต มันไม่ใช่แค่พลังงานมานาที่รั่วไหล แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลที่ฉีกกระชากมิติรอบตัวจนเกิดรอยร้าวสีดำทมิฬ
ฉันกัดริมฝีปากแน่นจนรสฝาดของเลือดแตะปลายลิ้น ความเย็นเยือกแล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ นี่ไม่ใช่การ์ดอสูรที่ฉันเคยควบคุมมา ความรู้สึกที่ส่งผ่านมาจากอักขระบนการ์ดใบนี้มันเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นและความกระหายเลือดที่ถูกกักขังมานานนับพันปี
“มันหยุดไม่ได้แล้ว เซน...” ฉันพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือแต่ยังคงความเยือกเย็น “ระบบไม่ได้ให้ฉันเลือก... มันเลือกที่จะปรากฏตัวออกมาเอง”
ทันใดนั้น พื้นดินใต้อุ้งเท้าก็สั่นสะเทือน ดันเจี้ยนระดับ S ที่เคยเงียบเชียบกลับกลายเป็นห้องโถงแห่งความตาย รอยร้าวบนอากาศขยายตัวกว้างขึ้น เงาดำทมิฬเริ่มรวมตัวกันเป็นรูปร่างสูงตระหง่าน กลิ่นอายความตายที่คุ้นเคยในตำนานบทที่ถูกลืมค่อยๆ ชัดเจนขึ้น
บุรุษในชุดเกราะสีดำสนิทที่ราวกับถักทอจากความว่างเปล่าก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น เขาไม่มีใบหน้า มีเพียงดวงตาสีเลือดคู่หนึ่งที่จ้องมองมายังฉัน ราวกับมองทะลุผ่านความกลัวไปถึงอดีตที่ฉันพยายามฝังกลบ
“มนุษย์ผู้โง่เขลา... เจ้ากล้าดียังไงถึงเรียกขานข้าด้วยลูกเต๋าแห่งโชคชะตาที่เน่าเฟะเช่นนี้” เสียงของเขาทุ้มต่ำและก้องกังวานดุจเสียงระฆังมรณะ มันไม่ได้ออกมาจากปาก แต่ดังขึ้นในมโนภาพของฉันโดยตรง
“วอคเกอร์...” เซนก้าวเข้ามาบังหน้าฉัน มือที่เคยไร้พลังของเขาคว้าปืนวิเคราะห์ข้อมูลเก่าๆ ขึ้นมา แม้มันจะไร้กระสุน แต่ท่าทางของเขาช่างเด็ดเดี่ยว “แกเป็นแค่เศษเสี้ยวของตำนานที่ตายไปแล้ว อย่ามาทำตัวอวดดีในถิ่นของพวกเรา!”
จักรพรรดิเงาวอคเกอร์หัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันคือเสียงของความสมเพช
“ถิ่นของพวกเจ้า? เจ้าหมายถึงโลกใบนี้ที่กำลังจะกลายเป็นเพียงแหล่งพลังงานให้ข้าฟื้นคืนชีพงั้นหรือ? เซน... ข้าจำเจ้าได้ดี ฮันเตอร์ผู้ขี้แพ้ที่สูญเสียทุกอย่างเพียงเพราะมองไม่เห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้า”
ฉันมองแผ่นหลังของเซนที่เกร็งแน่น หัวใจของฉันเต้นรัวเหมือนกลองศึก นี่คือความจริงที่เจ็บปวดที่สุด กิลด์เก่าของฉันไม่ได้แค่หักหลังฉัน แต่พวกเขาอาจจะตกลงอะไรบางอย่างกับ 'ตัวตน' นี้ไว้ตั้งแต่แรก ความมืดมิดที่ฉันพยายามจะกำจัด ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม แต่มันคือรากเหง้าของระบบที่ควบคุมพวกเราอยู่!
“ลิซ่า ฟังนะ” เซนกระซิบโดยไม่หันมามอง “การ์ดใบที่เธอถืออยู่ ไม่ใช่พลังที่จะใช้สู้ แต่เป็นกุญแจผนึกถ้าเธอใช้มันอย่างถูกวิธี แต่เธอต้องยอมรับความเสี่ยง... การ์ดใบนั้นจะสูบชีวิตของผู้ใช้เป็นค่าแลกเปลี่ยน”
ฉันมองดูการ์ดในมือที่เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท หากฉันใช้มัน ฉันอาจจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินคืนนี้ แต่ถ้าไม่ใช้ โลกที่ฉันพยายามปกป้องด้วยความยากลำบากก็จะพังทลายลงในพริบตา
“ชีวิตฉันน่ะเหรอ?” ฉันเหยียดยิ้มเย็นชาให้ตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าสบตากับวอคเกอร์ “ถ้าแลกกับหัวของแกได้ ฉันว่ามันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก”
วอคเกอร์ก้าวเข้ามาใกล้ เงาดำของเขายืดขยายจนกลืนกินแสงไฟจากผลึกมานาในห้อง เขาเงื้อดาบเงาที่ดูดกลืนทุกแสงสว่างขึ้นมาเหนือหัว
“เจ้าไม่มีทางเข้าใจหรอก ลิซ่า ว่าการถูกกักขังอยู่ในความมืดที่ไม่มีจุดจบมันทรมานเพียงใด... และวันนี้ เจ้าจะเป็นคนแรกที่จะได้ลิ้มรสความเงียบงันนิรันดร์นั้น”
ทันใดนั้น พื้นห้องก็ระเบิดออกด้วยแรงมหาศาลจากใต้ดิน เสียงกรีดร้องของระบบดังเตือนขึ้นในหัวฉันซ้ำๆ พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ: *[คำเตือน: ยูนิตระดับภัยพิบัติได้ถูกกระตุ้นอย่างสมบูรณ์ ความเป็นไปได้ในการรอดชีวิต: 0.00%]*
ฉันตัดสินใจเลือกการ์ดใบสุดท้ายในเด็คขึ้นมา สองมือประสานกันแน่น พลังงานมานาสีฟ้าครามไหลทะลักออกมาจากร่างราวกับเขื่อนแตก ในวินาทีที่ดาบของวอคเกอร์ฟาดฟันลงมา ฉันกลับเห็นใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา... คนที่ฉันไม่คิดว่าจะปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้
นั่นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่มันคือ... ฉันในอีกอนาคต ที่ถือดาบเปื้อนเลือดและกระซิบคำตอบสุดท้ายที่ทำเอาหัวใจฉันแทบหยุดเต้น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ การ์ดมาสเตอร์ลิซ่าจะรอคุณในตอนถัดไปค่ะ!
Deck of Gods: สุ่มการ์ดเทวาพลิกจักรวาลไร้พ่าย•ตอนที่ 22
ความจริงเปิดเผย
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Deck of Gods: สุ่มการ์ดเทวาพลิกจักรวาลไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!