ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 26

ความแค้นหรือความรัก

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
กลิ่นไวน์แดงราคาแพงเคล้ากับกลิ่นบุหรี่คิวบานจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่มืดสลัว แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าด้านนอกสาดส่องผ่านกระจกกันกระสุนหนาเตอะ ทาบทับลงบนร่างสูงใหญ่ของคีริน วรโชติเมธี ที่กำลังยืนกอดอกจ้องมองภาพถ่ายในแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานด้วยแววตาดำมืดไร้ก้นบึ้ง ข้อมูลลับการส่งออกอัญมณีของตระกูลอัครโยธินที่รั่วไหลไปถึงมือธันวา... คู่ปรับตัวฉกาจของเขา กำลังยืนยันว่าคนใกล้ตัวที่เขาเผลอใจมอบความไว้วางใจให้มากที่สุด คือหมากตัวสำคัญในเกมแก้แค้นนี้ "เธอเลือกทางนี้เองนะ... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่า นัยน์ตาคมกริบฉายประกายความเจ็บปวดที่ถูกบดบังด้วยความเหี้ยมเกรียม หน้าที่ของผู้นำตระกูลมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลสั่งให้เขาต้องเด็ดขาดและกำจัดเสี้ยนหนามให้สิ้นซาก แต่หัวใจที่ด้านชามาตลอดชีวิตกลับกระตุกวูบทุกครั้ง1ที่นึกถึงเรือนร่างหอมกรุ่นและหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ของเธอใต้ร่างเขาเมื่อคืนก่อน แอด... เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นแผ่วเบา ร่างบางของรินรดาก้าวเข้ามาในความเงียบ เธอยังสวมชุดเดรสผ้าไหมเข้ารูปสีดำสนิทที่ขับผิวเนียนละเอียดให้โดดเด่น แม้ใบหน้าจะดูเหนื่อยล้าจากการถูกกักบริเวณทางอ้อม แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นยังคงมีความดื้อรั้นและถือดีฉายชัดอยู่เสมอ "คุณเรียกฉันมา... มีธุระอะไรอีก หรือว่าจะใช้ความรุนแรงกับฉันเหมือนเมื่อคืนล่ะคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยแต่พยายามกลบเกลื่อนความหวาดกลัว คีรินหันกลับมาอย่างช้าๆ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม กลิ่นกายสะอาดผสมความดุดันของผู้ชายอันตรายโถมเข้าใส่จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องเย็นเฉียบ "ปากเก่งนักนะรินรดา..." คีรินยื่นมือหนาขึ้นไปกุมคางเรียวไว้แน่น บีบปลายนิ้วลงบนเนื้อนุ่มพอให้เจ็บแปลบ "เธอคิดว่าส่งข้อมูลล็อตนั้นให้ธันวาแล้วฉันจะตามไม่ทันงั้นเหรอ? หืม? บอกฉันสซิ... ว่ามันแลกมาด้วยอะไร บนเตียงของมันกับเธอมันเร่าร้อนกว่าฉันตรงไหน!" "คุณพูดเรื่องอะไร! ฉันไม่เคย..." รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจและโกรธจัด เธอพยายามสะบัดหน้าหนีแต่แรงมหาศาลของเขากลับตรึงเธอไว้แน่น "ปล่อยนะ! ถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นสายให้ธันวา ทำไมไม่ฆ่าฉันให้ตายไปเลยล่ะ!" "อยากตายงั้นเหรอ? มันง่ายเกินไป..." คีรินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียน "ฉันอยากรู้นักว่าผู้หญิงที่ฉลาดเป็นกรดอย่างเธอ จะยังรักษาศักดิ์ศรีนี้ไว้ได้อีกนานแค่ไหน... เมื่ออยู่ใต้ร่างของฉัน" สิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากหยักลึกก็ประกบจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นการจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยแรงหึงหวงบ้าคลั่งที่คีรินไม่อาจควบคุม รินรดากลืนเสียงประท้วงลงคอเมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี มือหนาเลื่อนลงมาบีบเค้นเอวคอดกิ่วก่อนจะฉีกทึ้งสาบเสื้อผ้าของเธอด้วยความเร่งIร้อน เนื้อผ้าไหมราคาแพงขาดวิ่นเผยให้เห็นผิวเนียนนุ่มที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว "อย่านะ... คีริน ปล่อยฉัน!" รินรดาทุบอกแกร่งระรัว แรงปะทะของเธอกลายเป็นการเติมเชื้อไฟให้มาเฟียหนุ่มยิ่งคลั่งหนักขึ้นไปอีก คีรินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้กับผนัง ส่วนมืออีกข้างลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างจงใจยั่วเย้าให้เธอสยบยอม ความโกรธแค้น ความลุ่มหลง และความสับสนตีรวนอยู่ในอกจนกลายเป็นเพลิงสวาทที่แผดเผาทั้งคู่จนแทบมอดไหม้ รสจูบที่ดุดันเริ่มเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งโหยหา เขากดริมฝีปากลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มสร้างรอยกุหลาบสีสดเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน "จำไว้ว่าเธอเป็นของใคร... รินรดา" เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดใบหูร้อนผ่าว ขณะที่สะโพกสอบเริ่มเคลื่อนเข้าหาแนบชิด ร่างบางสะท้านเฮือกเมื่อความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความโกรธเกลียดในตอนแรกเริ่มถูกความปรารถนารuเร่าร้อนกัดเซาะจนพังทลาย บทเพลงรักอันดุเดือดและเต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ดำเนินไปท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน เสียงหอบหายใจระคนเสียงครางแผ่วเบาดังสะท้อนก้องห้องทำงานกว้าง ร่างกายสองร่างหลอมรวมเข้าหากันด้วยแรงดึงดูดอันรุนแรงที่ทั้งสองต่างปฏิเสธไม่ได้ คีรินมอบสัมผัสที่ทั้งดิบเถื่อนและเรียกร้องราวกับต้องการสูบวิญญาณเธอให้เป็นหนึ่งเดียวกับเขา ส่วนรินรดาก็ทำได้เพียงจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านและหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ที่ไหลรินอาบแก้ม เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งพายุอารมณ์สงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นในความเงียบ คีรินซบใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนเปลือยเปล่าของหญิงสาว แขนแกร่งยังคงกอดรัดเอวเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไป ความสับสนในใจยังคงกัดกินความรู้สึก หน้าที่ที่ต้องสะสางตระกูลศัตรูกับความรู้สึกโหยหาที่มีต่อผู้หญิงในอ้อมกอดกำลังตีกันอย่างรุนแรง รินรดานอนนิ่งอย่างไร้เรี่ยวแรง เปลือกตาปิดสนิท ปล่อยให้น้ำตาไหลซึมลงหมอน เธอรู้ดีว่าไม่ว่าคืนนี้จะร้อนแรงแค่ไหน รุ่งเช้าความจริงอันโหดร้ายก็จะกลับมาทวงถาม และเธอก็เป็นฝ่ายที่ต้องเดินเข้าสู่กับดักที่ธันวาขุดเอาไว้ด้วยความจำยอม ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ทำลายความเงียบงันในห้องทำงานลงทันที ตามด้วยเสียงของลูกน้องคนสนิทที่หน้าประตูห้อง "นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... โกดังสินค้าล็อตใหญ่ที่ท่าเรือถูกถล่มโดยคนของธันวา และ... มีคนเห็นคุณรินรดาลอบส่งรหัสผ่านระบบความปลอดภัยให้พวกมันเมื่อตอนหัวค่ำ หลักฐานมัดตัวแน่นหนาครับนาย!" คีรินชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบที่เคยอ่อนลงในอ้อมกอดกลับมาเย็นยะเยือกและดุดันขึ้นอีกครั้งในเสี้ยววินาที เขาก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่ลืมตาขึ้นมองเขาด้วยความตื่นตระหนกและซีดเผือด มือหนาที่เคยลูบไล้อย่างอ่อนโยนเมื่อครู่ เปลี่ยนกลับมาบีบคางเธอไว้อีกครั้งด้วยแรงทั้งหมดที่มี แววตาของคีรินเวลานี้เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและรอยร้าวลึกที่ยากจะประสาน "ทีนี้... เธอจะแก้ตัวว่ายังไงดีล่ะ... ที่รัก" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความเข้มข้นในตอนนี้นะครับ มาร่วมลุ้นกันต่อว่าคีรินจะพลิกเกมนี้อย่างไร — วริศร์วิสกี้ครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%