ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 27

ระยะห่างที่เพิ่มขึ้น

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
กลิ่นไอน้ำเย็นจัดจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุง ไม่สามารถดับความร้อนรุ่มที่แผדเผาอยู่ภายในอกของคีริน วรโชติเมธี ได้เลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้เนกタイยืนนิ่งอยู่ริมกระจกบานยักษ์ ทอดสายตามองแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงเบื้องล่างด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ในมือหนามีแก้ววิสกี้ชั้นดีที่น้ำแข็งละลายจนเจือจาง แต่เขากลับไม่มีอารมณ์แม้แต่จะยกขึ้นจิบ บนโซฟาหนังแท้ฝั่งตรงข้าม รินรดานั่งตัวตรงหลังตรงอย่างระมัดระวัง แม้ใบหน้าสวยเฉี่ยวจะพยายามแสดงออกถึงความมั่นคงและไร้ความหวาดกลัว แต่ปลายนิ้วเรียวที่ประสานกันแน่นบนตักกลับสั่นเทาเล็กน้อย ฟ้องถึงคลื่นอารมณ์ที่กำลังซัด "คุณต้องการอะไรอีก, คีริน" เสียงหวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่กดดัน เย็นชา และเปี่ยมด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า เธอเหนื่อยเหลือเกินกับการต้องวิ่งไล่ตามเกมอำนาจที่เขาขีดเส้นเอาไว้ เหนื่อยกับการต้องเอาหัวใจและศักดิ์ศรีมาเดิมพันกับความระแวงที่ไม่มีวันสิ้นสุดของเขา คีรินหันกลับมาอย่างช้าๆ ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว ฝ่ายหญิงเผลอผถอยหลังในใจโดยอัตโนมัติเมื่อเงาของเขาโอบล้อมเธอไว้ ดวงตาคมกริบสีเข้มดุจพญาเสือจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิง ทั้งรัก ทั้งแค้น ทั้งปรารถนาจะครอบครอง และที่สำคัญที่สุด... ความหวาดกลัวลึกๆ ว่าจะสูญเสียเธอให้กับธันวา "ผมไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณในตอนนี้ ริน" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และราบเรียบจนน่ากลัว เขาทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าโซฟา มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวบางของเธอไว้ด้วยแรงบีบพอเหมาะที่ไม่ทำให้เจ็บ แต่เด็ดขาดจนดิ้นไม่หลุด "ผมแค่อยากรู้ว่า... ในสายตาของคุณ ตอนนี้ผมเป็นอะไรสำหรับคุณกันแน่ เป็นผู้ชายที่หวังจะทำลายชีวิตคุณ หรือเป็นแค่เครื่องมือแก้แค้นที่ธันวาแนะนำให้คุณเข้าหา?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความเจ็บปวด "ถ้าคุณยังคิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้น... ถ้าคุณยังไม่เคยมีความไว้วางใจให้ฉันเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว เราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วค่ะ... คีริน" คำพูดของเธอเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงบนความอีโก้ของมาเฟียหนุ่ม คีรินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอมันรุนแรงเกินกว่าจะตัดขาด แต่ความระแวงระวังที่สะสมมาทั้งชีวิตทำให้เขาเลือกที่จะผลักไสแทนที่จะโอบกอด "งั้นเหรอ..." คีรินกระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจของทั้งคู่เต้นระรัว "ถ้าเราต่างฝ่ายต่างยืนอยู่บนเส้นทางที่ไม่มีวันบรรจบกัน... ถ้าความใกล้ชิดของเรามันสร้างแต่แผลใจให้กันและกัน... เราก็ควรหยุด" รินรดากลั้นหายใจเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของเขาลูบไล้ขึ้นมาตามกรอบหน้า ปลายนิ้วหยาบกร้านเกลี่ยแก้มเนียนอย่างแผ่วเบาราวกับจะจดจำสัมผัสนี้ไว้เป็นครั้งสุดท้าย ความโหยหาพุ่งพล่านสวนทางกับคำพูดที่เอ่ยออกมา สัญชาตญาณดิบเถื่อนเรียกร้องให้เขากระชากเธอเข้าหาบดขยี้ริมฝีปากให้แหลکคาอก แต่เหตุผลกลับบอกว่าเขากำลังทำร้ายเธอทีละน้อยด้วยความหึงหวงที่ไร้เหตุผล "ถ้างั้น... เราถอยคนละก้าวเถอะค่ะ" รินรดาตัดสินใจพูดออกไป น้ำตาหยดใสเอ่อคลอเบ้าแต่เธอสะกดกลั้นมันไว้ไม่ให้ไหลลงมา "คุณกลับไปจัดการโลกมืดของคุณ ส่วนฉัน... จะกลับไปยืนในจุดที่ฉันควรอยู่ เลิกยุ่งเกี่ยวกัน... สักพัก" "คำว่าสักพักของคุณ มันแปลว่าตลอดไปหรือเปล่า รินรดา" คีรินเค้นเสียงถาม แววตาดุดันฉายแววเจ็บปวดที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น เขาปล่อยมือจากข้อมือเธอราวกับต้องของร้อน ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหันหลังให้ "คุณอยากให้เราถอยห่างใช่ไหม ได้... ผมจะให้ในสิ่งทีุ่คุณต้องการ" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของคนทั้งคู่ การตัดสินใจที่จะถอยคนละก้าวไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดลดลงเลย กลับกัน มันเหมือนกับการดึงสลักระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งหากใครคนใดคนหนึ่งก้าวล้ำเส้นเข้ามาอีกครั้ง รินรดาลุกขึ้นยืน รวบรวมเศษ 3 ส่วน 4 ของความกล้าที่เหลืออยู่เดินผ่านร่างสูงของเขาไปยังประตูเพนต์เฮาส์ มือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปจับลูกบิดประตู หัวใจบีบรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เธอภาวนาในใจลึกๆ ว่าขอให้เขาหันมาฉุดรั้งเธอไว้... แม้เพียงนิดเดียวก็ยังดี แต่ไม่มีเสียงรั้งจากด้านหลัง มีเพียงเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาเอ่ยไล่หลังมาก่อนที่เธอจะเปิดประตูออกไป "ถ้าคุณก้าวพ้นประตูบานนั้นไปแล้วริน... อย่าหวังว่าผมจะยอมปล่อยให้คุณกลับเข้ามาง่ายๆ อีก" รินรดากลั้นใจเปิดประตูและก้าวออกไป ปิดประตูไล่หลังความว่างเปล่าที่บาดลึกหัวใจ ขณะที่คีรินยืนนิ่งสนิทอยู่กลางห้อง มือกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาดุดันลุกโชนด้วยไฟโทสะและร้าวรานในเวลาเดียวกัน ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่กับความร้าวรานของการเว้นระยะห่าง เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคีรินก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่มีการบันทึกชื่อ คีรินกดรับด้วยความหงุดหงิด น้ำเสียงเข้มดุเอ่ยลอดไรฟัน "ใคร?" ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงทุ้มแหบพร่าและคุ้นเคยอย่างประหลาดจะกระซิบผ่านคลื่นสัญญาณเข้ามา ทำให้เลือดในกายของมาเฟียหนุ่มเย็นเฉียบลงในพริบตา "คุณกำลังปล่อยเหยื่อออกจากกรง... ระวังหมาป่าตัวอื่นจะคาบมันไปกินแทนนะครับ, คีริน" — วริศร์วิสกี้ครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%