คราบเลือดสีเข้มบนพรมเปอร์เซียราคาแพยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายความตายจึงยังคงอบอวลอยู่ในห้องรับแขกเรือนกระจกของคีริน วรโชติเมธี มันคือร่องรอยจากเกมการเมืองมาเฟียที่ธันวาจงใจส่งสาส์นท้าทายมาถึงหน้าบ้าน แต่สิ่งที่ทำให้แววตาสีเข้มของมาเฟียหนุ่มลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ ไม่ใช่รอยกระสุนหรือศพลูกสมุนที่นอนไร้ลมหายใจ หากแต่เป็นรอยแผลถลอกบาง ๆ บนเรียวแขนเนียนนุ่มของคนที่เขาไม่เคยยอมให้ใครแตะต้องแม้แต่ปลายนิ้ว
รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้อง ร่างเพรียวระหงสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความดื้อรั้นที่ยังคงฉายชัดในดวงตากลมโตคู่นั้น แม้สถานการณ์รอบตัวจะเพิ่งเฉียดตายมาหมาด ๆ เธอก็ยังเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาดุดันของเขาอย่างไม่ยอมลดละ
"คุณมันบ้าไปแล้วคีริน!" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความโกรธกรำ "คุณเอาชีวิตฉันมาเสี่ยงกับเกมบ้า ๆ ของพวกคุณได้ยังไง ธันวาต้องการตัวฉันเพื่อเล่นงานคุณ แล้วทำไมคุณถึงไม่ปล่อยฉันไปซะ!"
พรึบ!
ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าไปประชิดตัวในเสี้ยววินาที ความเร็วของคีรินราวกับเสือดาวที่ตะครุบเหยื่อ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางแล้วกระชากเข้าหาอกแกร่งอย่างไม่ปรานี แรงปะทะทำให้รินรดาเซเข้าปะทะกับแผงอกแข็งราวกับกำแพงหิน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด
"ปล่อยนะ..." เธอพยายามบิดข้อมือหนี แต่ยิ่งขัดขืน แรงบีบพันธนาการก็ยิ่งแน่นหนาราวกับคีมเหล็ก
"ปล่อยเหรอ?" คีรินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและดุดัน "จำใส่สมองเอาไว้รินรดา... ของเล่นชิ้นไหนที่อยู่ในอาณาเขตของคีริน วรโชติเมธี ไม่มีวันได้รับอนุญาตให้ใครหน้าไหนแย่งไปได้ทั้งนั้น แม้แต่เศษเสี้ยวเดียวก็ไม่มีสิทธิ์!"
สายตาของเขาไม่ได้มองเธอเป็นแค่เชลยอีกต่อไป แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แววตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างอรชรตั้งแต่ลำคอระหงลงมาถึงเนินอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ ความเร่าร้อนและดิบเถื่อนในตัวมาเฟียหนุ่มเริ่มตื่นตัวขึ้นท่ามกลางกลิ่นอายคาวเลือดรอบตัว
"คุณเห็นฉันเป็นแค่ของเล่น..." ดวงตาคู่งามรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ แต่เธอก็กลั้นมันไว้ไม่ยอมให้มันไหลออกมาประจานความอ่อนแอ "คุณไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตฉัน!"
"ผมมีสิทธิ์ทุกอย่าง... ตั้งแต่เสี้ยววินาทีที่คุณก้าวเข้ามาในโลกของผม"
คำพูดทรงอำนาจถูกปิดกั้นด้วยเรียวปากหนาที่ทาบทับลงมาอย่างดิบเถื่อนและเร่าร้อน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธยายามทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่คีรินกลับใช้มืออีกข้างรวบเอวบางไว้แน่นตรึงร่างเธอให้แนบชิดยิ่งขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนจากจุมพิตลงทัณฑ์อันดุดัน ให้กลายเป็นรสจูบที่ดูดดื่ม ลึกซึ้ง และหลอมละลายทุกการต่อต้าน
รสชาติของความโกรธ ความหวาดกลัว และความปรารถนาอันดิบเถื่อนผสมปนเปกันในโพรงปากอุ่น สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้สติอันน้อยนิดของรินรดากระเจิดกระเจิง ลมหายใจติดขัด ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อย ๆ อ่อนยวบยาบลงไปตามแรงดึงดูดทางกายที่เขาสร้างขึ้นอย่างเชี่ยวชาญ
คีรินผริมริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกริบยังคงจดจ้องริมฝีปากบวมเจ่อสีระเรื่อด้วยความหลงใหลระคนกระหาย
"จำไว้... ว่าคุณเป็นของผม" เขาพูดซ้ำด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ความเงียบงันภายในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิด ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและอันตรายกำลังก่อตัวขึ้นเหนือเหตุผลทั้งปวง
คีรินช้อนอุ้มร่างบางขึ้นไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย แม้รินรดาจะส่งเสียงประท้วงเบา ๆ แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งด้วยความตื่นตระหนกและหวามไหว เขาพาเธอก้าวเดินออกจากห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยคราบเลือด มุ่งตรงไปยังห้องนอนส่วนตัวที่ปิดตายจากโลกภายนอก
ประตูห้องถูกผลักปิดลงด้วยเท้าของมาเฟียหนุ่ม ก่อนที่เขาจะวางเธอลงบนเตียงนอนกว้างหลังใหญ่ ร่างสูงตามทาบทับลงมาทันที ราวกับกรงขังที่ไม่มีทางหลุดพ้น แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความต้องการ
"คีริน..." เสียงหวานเอמהชื่อเขาแผ่วเบา เมื่อปลายนิ้วแข็งแรงเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ความเย็นของอากาศภายในห้องถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากฝ่ามือที่ลูบไล้ไปตามผิวเนียนนุ่ม
"เรียกชื่อผมอีกครั้งสิ..." เขาพزัมกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวผ่อง ทำให้รินรดาสะท้านเฮือก เผลอจิกมือลงบนลาดไหล่กว้างของเขาโดยไม่รู้ตัว
บทเพลงรักอันเร่าร้อนและดุดันเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน เป็นค่ำคืนที่สายใยแห่งอำนาจ ความใคร่ และความผูกพันถูกถักทอเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนาจนยากจะตัดขาด คีรินปรนเปรอสัมผัสอันทรงพลังและลุ่มลึก ร่างกายสองร่างเคลื่อนไหวเข้าหากันด้วยจังหวะที่เร่งเร้าและบีบคั้นหัวใจ ทุกสัมผัส รสจูบ และเสียงครางแผ่วเบาในความมืด คือเครื่องยืนยันว่า ต่อให้ธันวาหรือใครหน้าไหนก็ไม่มีวันแย่งเธอนไปจากเงื้อมมือเขาได้
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งพายุอารมณ์สงบลง รินรดานอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างแกร่ง ใบหน้าหวานซบอยู่กับลาดไหล่กว้างของเขา ดวงตากลมโตปิดลงด้วยความอ่อนเพลีย คีรินก้มลงจูบหน้าผากมนด้วยความทะนุถนอมอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่คาดคิดว่าตนเองจะมีมุมนี้
ทว่า... ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมห้องนอน เสียงสัญญาณเตือนภัยระบบรักษาความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์ของคฤหาสน์ก็ดังขึ้นลั่นห้อง พร้อมกับหน้าจอแท็บเล็ตหัวเตียงที่สว่างวาบขึ้นมา
ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าคฤหาสน์ปรากฏร่างของชายคนหนึ่งกำลังก้าวเดินผ่านประตูรั้วเข้ามาอย่างใจเย็น ในมือของเขามีกล่องของขวัญผูกโบสีดำสนิท... และรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมายังเลนส์กล้องราวกับรู้ว่าใครกำลังมองอยู่
ดวงตาสีเข้มของคีรินหรี่แคบลงทันที ร่างกายที่ผ่อนคลายเมื่อครู่กลับมาตึงเครียดและดุดันขึ้นในเสี้ยววินาที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับเกมรักและเกมแค้นครั้งนี้นะครับ
ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 11
สายใยที่พันธนาการ
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!