เสียงก๊อกน้ำที่ปิดลงในห้องน้ำหรูหราสะท้อนก้องในความเงียบงัน ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของคีรินจะก้าวออกมาโดยมีเพียงผ้าขนหนูพันรอบกายท่อนล่าง หยดน้ำเกาะพราวบนลาดไหล่กว้างและแผงอกเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกาย สายตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ร้ายกวาดมองไปทั่วห้องนอนสวีท ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของรินรดา ซึ่งกำลังยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ดวงตาคู่สวยฉายแววครุ่นคิดและหวาดระแวงอย่างปิดไม่มิด
“ว่าไง... ส่งข่าวมาได้จังหวะเสียจริง” คีรินกรอกเสียงทุ้มลงไปในสายโดยไม่ละสายตาไปจากรินรดา “ตัวจริงของธันวาเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ แล้วอย่างนั้นหรือ...”
ปลายนิ้วเรียวของรินรดาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น เธอกำลังตกอยู่ในเกมที่อันตรายเกินกว่าจะคาดคิด และการปรากฏตัวของธันวา—ศัตรูตัวฉกาจผู้กระหายอำนาจและต้องการทำลายล้างจักรวรรดิของคีริน—หมายความว่าเธอกำลังถูกดึงเข้ามาเป็นหมากตัวสำคัญในกระดานนองเลือดนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
คีรินวางสายโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีเยือกเย็น รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อการมาเยือนของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือความตื่นเต้นเร้าใจของนักล่าที่รอคอยเหยื่อเดินเข้ากรง
“ดูเหมือนว่าคนของคุณจะใจร้อนกว่าที่คิดนะ” รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้า น้ำเสียงของเธอพยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก “คุณลากฉันเข้ามาพัวพันกับเรื่องบ้าๆ นี่ทำไม คีริน... ฉันเป็นแค่นักอัญมณี ไม่ใช่เครื่องมือทางการเมืองในโลกมืดของคุณ”
คีรินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของเขาเงียบเชียบแต่ทรงพลังดุจเสือดาวที่กำลังคืบคลานเข้าหาเหยื่อ กลิ่นกายผสมผสานระหว่างความสะอาดของสบู่และกลิ่นอายบุรุษเพศอันดุดันลอยเข้ามาแตะจมูกของหญิงสาว ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ
“เครื่องมืออย่างนั้นหรือรินรดา...” คีรินหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ดวงตาสีเข้มดุจรัตติกาลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย “คุณไม่ใช่แค่เครื่องมือ... แต่คุณคือ ‘จุดอ่อน’ ที่พวกมันอยากแย่งชิง และในขณะเดียวกัน คุณก็คือ ‘ของเล่น’ ชิ้นโปรดที่ฉันไม่มีวันยอมยกให้ใคร”
“ปล่อยนะ!” เธอพยายามผลักแผงอกเปลือยเปล่าของเขาออก แต่สัมผัสจากผิวเนื้อร้อนผ่าวกลับทำให้มือของเธอร้อนผดผ่าวราวกับแตะโดนเปลวไฟ คีรินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอเงยหน้ามารับสัมผัสจากเขา
“จำไว้ว่าตอนนี้คุณอยู่ใต้ปีกของฉัน... ถ้าธันวาอยากได้ตัวคุณนัก มันก็ต้องเดินผ่านศพของฉันเสียก่อน”
ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้แย้ง รสจูบในคราแรกดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความกระหายที่จะครอบครอง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่บดขยี้สติสัมปชัญญะของรินรดาให้แหลقละเอียด ลิ้นร้อนลุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเลื่อนจากคางลงมาโอบกระชับเอวคืบ สอดแทรกนิ้วเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มจนร่างบางสะท้านเฮือกด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง
ความโกรธ ความหวาดกลัว และความตึงเครียดจากสถานการณ์ภายนอกถูกหลอมรวมเข้ากับแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่คีรินจงใจปลุกปั่น รินรดาพยายามทุบตีประท้วงในทีแรก แต่เรียวแรงอันน้อยนิดกลับพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันช่ำชองและเปี่ยมด้วยเสน่หาอันตรายของเขา ร่างกายของเธอบิดเร้าเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ความอบอุ่นจากอ้อมแขนแกร่งโอบล้อมเธอไว้ราวกับกรงทองคำที่ไม่มีวันหลุดพ้น
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังประสานกันท่ามกลางความเงียบในห้องนอน คีรินอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมถอนจูบออก รินรดาจำต้องเกี่ยวแขนโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้เพื่อพยุงตัว ปลายเท้าของเธอหลุดลอยจากพื้นก่อนที่แผ่นหลังจะสัมผัสลงกับความนุ่มของเตียงนอนคิงไซส์ขนาดใหญ่
แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความกระหาย คีรินทาบทับร่างลงมา พันธนาการเธอไว้ใต้ร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายไฟแห่งการครอบครอง
“คืนนี้... ธันวาอาจจะกำลังวางแผนตลบหลังเรา” เสียงทุบกระซิบพร่าพรายอยู่ข้างใบหูของเธอ ขณะที่ริมฝีปากหยักจູບซับซ้อนบริเวณซอกคอขาวผ่องอย่างหลงใหล “แต่ก่อนที่มันจะกล้าแตะต้องสิ่งที่เป็นของฉัน... ฉันจะทำให้คุณจำให้ขึ้นใจเสียก่อนว่า... คุณเป็นของผู้ชายคนไหน”
บทเพลงรักอันร้อนแรง ดุดัน และเต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ดำเนินไปอย่างไร้การปรานี คีรินใช้ทุกสัมผัส ปลุกเร้า และตักตวงความหวานจากเรือนร่างของรินรดาจนเธอแทบขาดใจ รสชาติของความสัมพันธ์ที่เคลือบแคลงแต่กลับเร้าใจจนยากจะปฏิเสธทำให้ห้องทั้งห้องอบอวลไปด้วยไฟปรารถนาที่ไม่มีวันมอดดับ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่
ณ ค่ำคืนอันมืดมิด ท่ามกลางความเงียบสงบของคฤหาสน์วรโชติเมธีที่ควรจะปลอดภัยที่สุด เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับเงาพรายก็ดังขึ้นที่บริเวณระเบียงชั้นสอง ร่างเงาดำหลายร่างกำลังปีนป่ายขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับอาวุธครบมือที่สะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายวาววับ
ในขณะที่คีรินกำลังหลับใหลอยู่เคียงข้างรินรดาที่นอนหมดแรงบนเตียง หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความสั้นๆ จากสายสืบวงในที่ส่งตรงถึงเขา
*“นายครับ... พวกมันไม่ได้ส่งแค่คนมาจับตาดูคุณ แต่พวกมันส่งมือสังหารระดับพระกาฬเข้ามาในเขตคฤหาสน์แล้วตอนนี้!”*
คีรินลืมตาโพรงขึ้นในความมืดทันที แววตาคมกริบฉายประกายอำมหิตขึ้นวับหนึ่ง มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนพกเก็บเสียงใด้หมอนขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้รินรดาตื่นตระหนก ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้ลุกขึ้นก้าวออกไปตรวจสอบความผิดปกติ เสียงกระจกหน้าต่างห้องทำงานชั้นล่างก็แตกละเอียดพร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่บุกรุกเข้ามาด้านใน
เกมการเมืองมาเฟียไม่ได้เล่นกันแค่บนโต๊ะเจรจา... แต่มันกำลังจะเริ่มต้นขึ้นด้วยคราบเลือดในบ้านของเขาเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย" มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 10
แผนการซ้อนแผน
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!