แก้วไวน์คริสตัลราคาแพงแตกละเอียดคามือของคีริน วรโชติเมธี ของเหลวสีแดงฉานไหลรินปะปนกับหยาดโลหิตสีสดจากฝ่ามือหนา แต่เจ้าตัวกลับไม่แสดงอาการเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีสนิมดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายจ้องมองร่างบางที่ยืนหายใจหอบสะท้านอยู่เบื้องหน้า รินรดา อัครโยธิน กำลังใช้ความถือดีเป็นเกราะป้องกันสุดท้าย ขณะที่แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับบานกระจกหน้าต่างห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูหรา บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง คีริน!" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตากลมโตฉายแวววาววับแม้จะเจือด้วยความหวาดหวั่น "ส่งเอกสารชุดนั้นคืนมาให้ฉัน เดี๋ยวนี้!"
"เอกสารงั้นเหรอ?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "สิ่งที่ธันวามอบให้คุณ มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ผมพร้อมจะจ่ายให้... รินรดา คุณคิดว่าตัวเองฉลาดนัก แต่กลับเอาตัวเข้าไปพัวพันกับเกมสกปรกที่ไม่มีวันชนะ"
"ฉันจะทำอะไร มันก็เรื่องของฉัน!" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวระส่ำด้วยความหวาดกลัวเมื่อกลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นไวน์และเลือดจางๆ ลอยเข้ามารุกรานประสาทสัมผัส "เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมคุณต้องก้าวก่ายชีวิตฉันด้วย!"
พรึบ!
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง รินรดาเซถลาเข้าปะทะกับแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและไอร้อนระอุ คีรินใช้มืออีกข้างตรึงสะโพกสอบของเธอให้แนบชิดติดกับกายแกร่งอย่างไร้ช่องว่าง แววตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความดื้อรั้น
"ไม่เป็นงั้นเหรอ?" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมใบหู รอร้อนผ่าวจากลมหายใจของเขาทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "จำไม่ได้หรือไงว่าเมื่อคืนก่อน คุณร้องขออะไรจากผมบ้าง... รินรดา"
ใบงดงามแดงก่ำขึ้นมาทันทีด้วยความอับอายและโกรธจัด เธอยกมือขึ้นหมายจะตบหน้าคนหยิ่งผยอง แต่กลับถูกมือใหญ้ารวบข้อมือทั้งสองข้างรวบไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าทำให้เธอตระหนักได้ทันทีว่าการขัดขืนในตอนนี้รังแต่จะทำให้ตัวเองตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ
"ปล่อยนะ... อื้อ!"
คำพูดทวงอิสรภาพถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหนาประกบจูบลงมาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ ไม่มีทีท่าของการทะนุถนอม มีเพียงความเร่าร้อน รุนแรง และเรียกร้องที่ถูกส่งผ่านรสจูบอันดิบเถื่อน คีรินขบเม้มริมฝีปากนุ่มจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ก่อนจะแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากเล็กอย่างไร้ความปรานี รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืนสุดกำลัง แต่เรียวแขนที่ถูกตรึงไว้กับบานกระจกเย็นเฉียบทำให้เธอทำได้เพียงแอ่นกายหนีสัมผัสวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์
สัมผัสจากมือหนาที่เลื่อนจากสะโพกขึ้นมาสัมผัสลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสเข้ารูป ทำให้สติสัมปชัญญะของหญิงสาวเริ่มพร่าเลือน ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความต้องการอันแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก ร่างกายของเธอบิดเร้าตามสัญชาตญาณเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดที่ดังประสานกันในความเงียบ
"คีริน..." เธอครางชื่อเขาออกมาอย่างลืมตัว เมื่อริมฝีปากหยักลึกผละลงมาซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มสร้างรอยรักสีสดฝังตรึงไว้บนผิวเนื้อเนียนนุ่ม ความอดทนที่ทั้งคู่สะสมมานานนับสัปดาห์ขาดสะบั้นลงในวินาทีนี้
ร่างสูงช้อนตัวเธอขึ้นแนบอกอย่างง่ายดาย รินรดารีบเกี่ยวแขนโอบรอบลำคอแกร่งไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่น ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีสนิมที่ลุกโชนด้วยไฟปรารถนา มันไม่ใช่แค่เซ็กส์เพื่อการควบคุม แต่คือการเผชิญหน้าทางอารมณ์ครั้งแรกที่รุนแรงและลึกซึ้งเกินกว่าจะหาทางถอยกลับ
คีรินวางร่างบางลงบนเตียงนอนคิงไซส์กลางห้องนอนกว้างอย่างนุ่มนวล แต่แววตากลับดุดันและเร่าร้อนราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว เขาทาบทับร่างลงมา กักขังเธอไว้ใต้ร่างหนาที่เต็มไปด้วยพละกำลัง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หางตาของคนอวดดี
"ทีนี้... บอกผมสิครับ ว่าธันวามีดีกว่าผมตรงไหน" เสียงกระซิบพร่าเลือนชิดริมฝีปากอิ่ม ก่อนที่เขาจะประทับจูบลงมาอีกครั้งอย่างเนิ่นนาน ลึกซึ้ง และร้อนแรงจนแทบแผดเผาทุกอย่างให้มอดไหม้
เสื้อผ้าเนื้อแพรวพราวถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางแสงไฟสลัวจากภายนอกหน้าต่างตึกสูง แสงสีทองแดงของยามค่ำคืนสะท้อนลงบนผิวเนื้อนวลเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยแรงอารมณ์ ความเยือกเย็นและมาดมั่นของนักอัญมณีสาวผู้เก่งกาจสลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของความเป็นมนุษย์ที่โหยหาการเติมเต็ม คีรินปรนเปรอเธอด้วยสัมผัสที่ทั้งดุดันและอ่อนหวานในคราเดียวกัน นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ลุกเป็นไฟ รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยความเต็มใจ เสียงครางหวานหูหลุดลอดริมฝีปากออกมาทุกครั้งที่ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาไล้ต่ำลงไปเรื่อยๆ จนถึงเนินอกอิ่ม
การสอดประสานดำเนินไปอย่างเร่าร้อนและดุเดือด ราวกับพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำซัดสาดเข้าใส่กันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บ วามหวานล้ำ และความโกรธแค้นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในทุกจังหวะการเคลื่อนไหว ลมหายใจที่ขาดช่วงและเสียงครางกระS่าระคนความสุขสมดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนกว้าง คีรินก้มลงกระซิบคำรามข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์
"คุณเป็นของผม... รินรดา จำไว้"
ทว่า ในขณะที่อุณหภูมิความเร่าร้อนกำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงสัญญาณเตือนภัยระบบรักษาความปลอดภัยของเพนต์เฮาส์ก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นกะทันหัน พร้อมๆ กับหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานที่สว่างวาบขึ้นมาเผยให้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นล่าง...
ร่างสูงโปรดของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาในลิฟต์ส่วนตัว มุ่งตรงมายังห้องนี้โดยไม่มีใครคาดคิด และรอยยิ้มบนหน้าจอนั้น ก็ทำให้คีรินต้องชะงักกึกทันที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งความเร่าร้อนและบาดลึกนี้ด้วยกันนะครับ
- วริศร์วิสกี้ -
ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 7
อุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้น
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!