เสียงคำรามต่ำในลำคอของคีรินดังแข่งกับเสียงโลหะกระทบกันอย่างดุเดือดในห้องนิรภัยชั้นใต้ดิน กลิ่นดินปืนและควันจางๆ ลอยคละคลุ้งไปกับกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่ม ขณะที่เขากำลังยืนเผชิญหน้ากับความโกลาหลที่ธันวาจงใจสร้างขึ้นเพื่อลอบกัด
"นายครับ! พวกมันบุกเข้ามาทางอุโมงค์ลับใต้ดิน... ธันวานำทีมเองครับ!" เสียงรายงานของลูกน้องคนสนิทขาดหายไปเมื่อกระสุนนัดหนึ่งเจาะเข้าใส่ผนังคอนكريตเฉียดหัวไหล่ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร
คีรินไม่แม้แต่จะกะพริบตา แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายฉายแววดุดันและเหี้ยมเกรียมขึ้นเป็นเท่าตัว ร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดพิเศษขยับตัวด้วยความเร็วที่เหนือกว่า เขวี้ยงอาวุธในมือลงบนโต๊ะทำงานก่อนจะคว้าปืนพกกระบอกใหม่อย่างคล่องแคล่ว "จัดการเก็บกวาดข้างล่างอย่าให้เหลือรอดสักคน ส่วนธันวา...ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉัน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบแต่น่ากลัวจนขนลุกทำให้ลูกน้องรีบก้มหน้ารับคำสั่งแล้วพุ่งตัวหายไปในความมืดทันที คีรินหมุนตัวเพื่อจะกลับขึ้นไปด้านบน แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับลิ้นชักลับใต้โต๊ะทำงานของเขาที่ถูกแรงระเบิดอ่อนๆ จากแรงกระแทกเมื่อครู่ดีดเปิดออกครึ่งหนึ่ง เอกสารสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าแผ่นหนึ่งเลื่อนหลุดออกมาปะปนกับฝุ่นผง
ในขณะเดียวกัน รินรดาที่แอบลงมาตามหาคีรินด้วยความเป็นห่วงท่ามกลางเสียงปืน เธอก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวที่ไร้ผู้คน สายตาของหญิงสาวกวาดมองความเสียหายก่อนจะหยุดนิ่งที่เอกสารกระดาษแผ่นนั้น มือเรียวบางตัดสินใจก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยความสงสัยใคร่รู้
ตัวอักษรบนกระดาษพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดเก่าๆ หัวข้อบนสุดระบุชัดเจนว่า *'บันทึกการสืบสวนคดีเพลิงไหม้ตระกูลวรโชติเมธีเมื่อยี่สิบปีก่อน'* และบรรทัดถัดมาคือชื่อของมารดาผู้ให้กำเนิดคีริน... พร้อมกับภาพถ่ายใบเล็กที่ถูกแนบไว้ด้วยลวดเย็บกระดาษ ภาพของหญิงสาวหน้าตางดงามคนหนึ่งที่นอนไร้ลมหายใจท่ามกลางกองเพลิง และข้อความสรุปคดีที่เขียนด้วยลายมือตัวบรรจงว่า *'ฆาตกรรมอำพรางโดยฝีมือคนในตระกูลอัครโยธิน'*
รินรดาถึงกับลมหายใจสะดุด หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบจนเจ็บแปลบ อัครโยธิน... นั่นมันนามสกุลของเธอนี่!
"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาค้นของของฉัน?"
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากด้านหลังราวกับสายฟ้าฟาดกลางใจ รินรดา สะดุ้งสุดตัวจนกระดาษในมือเกือบหลุดร่วง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อหันกลับไปเผชิญหน้ากับคีริน ร่างสูงยืนตระหง่านอยู่ตรงธรณีประตู ดวงตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำและเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกปิดตายมานานแสนนาน มันไม่ใช่แววตาโกรธเกรี้ยวที่เธอคุ้นเคย แต่มันคือแววตาของสัตว์ป่าที่กำลังบาดเจ็บและถูกเปิดแผลเป็น
"ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะค้นนะคะ... เอ่อ... ฉันแค่..." รินรดาพูดติดๆ ขัดๆ สมองตื้อตันไปหมดเมื่อนึกถึงนามสกุลของตัวเองที่เกี่ยวพันกับโศกนาฏกรรมในอดีตของเขา
คีรินก้าวช้าๆ เข้ามาหาเธอทีละก้าว แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นความร้อนที่แผดเผา รอบตัวไร้ซึ่งเสียงอื่นใดนอกจากเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ เขายื่นมือหนาออกไปแย่งกระดาษแผ่นนั้นมาจากมือสั่นเทาของเธออย่างช้าๆ สายตาของมาเฟียหนุ่มไม่ได้มองที่รินรดา แต่มันจับจ้องอยู่ที่ภาพถ่ายใบนั้นด้วยความรู้สึกที่แตกสลายจนเกินกว่าจะเยียวยา
"เธอเห็นมันแล้วสินะ..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่รินรดาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดคนนี้
"คีริน... คือว่าเรื่องนี้..." รินรดาพยายามจะอธิบาย แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขากลับยกขึ้นแตะริมฝีปากอิ่มของเธอเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม สัมผัสนั้นแม้จะแผ่วเบาแต่กลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดและอำนาจมืดที่รั้งเธอไว้ไม่ให้ขยับไปไหน
"เงียบซะ รินรดา..." คีรินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ กลิ่นอายบุหรี่ผสมผสานกับหยาดเหงื่อจางๆ จากการต่อสู้เมื่อครู่ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเร่าร้อนและบีบคั้นหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก "เธอรู้ไหมว่าการที่ตระกูลอัครโยธินทำลายครอบครัวของฉัน มันทำให้ฉันต้องกลายเป็นปีศาจที่ไร้หัวใจมาจนถึงทุกวันนี้..."
ร่างบางสั่นสะท้านเมื่ออ้อมแขนแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กพุ่งเข้ามาโอบกอดเอวบางของเธอไว้แน่นจนแผ่นหลังแนบชิดกับอกแกร่งที่กระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ คีรินฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้ออ่อนทำให้รินรดารู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง ความกลัวและความรู้สึกผิดตีรวนอยู่ในอกจนแยกไม่ออกว่าควรจะผลักเขาออกหรือโอบกอดเขาไว้
"คุณเกลียดฉันไหม..." เสียงหวานเอ่ยถามแผ่วเบา ดวงตากลมโตคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเห็นใจ
คีรินเงยหน้าขึ้นจากซอกคอของเธอ แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกและกระหายหิว มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยของรินรดาไว้แน่น บังคับให้เธอแหงนเงยรับสัมผัสจากเขา ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบในคราแรกดุดัน รุนแรง และเต็มไปด้วยความโกรธแค้นในอดีต แต่ไม่นานนัก มันก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน วาบหวาม และเรียกร้องราวกับคนกระหายน้ำกลางทะเลทราย
รินรดาพยายามจะประท้วงด้วยการทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งเบาๆ แต่เรียวปากของเธอกลับถูกเขาครอบครองไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ลิ้นร้อนชื้นกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าอย่างช้าๆ ปลุกเร้าไฟสวาทที่ซ่อนเร้นให้ลุกโชนขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นในอดีตกับผู้หญิงที่เป็นตัวแทนของความเจ็บปวดนั้น ดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความลุ่มลึกและอันตราย ร่างสูงกดรินรดาชิดติดกับผนังห้องเย็นเยียบ ลมหายใจของทั้งคู่ประสานเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิดของห้องใต้ดิน
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของคีรินกำลังเลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ที่ลาดไหล่เนียนนุ่มของเธอ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางบันไดด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ
"นายครับ! แย่แล้วครับ! ธันวามันจับตัว... คนสำคัญอีกคนของนายไว้ได้!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันร้อนแรงและบาดลึกนี้ด้วยกันนะครับ
ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 6
รอยร้าวในใจมาเฟีย
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!