เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาใกล้ห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ทำให้คีรินละสายตาไปจากความว่างเปล่าเบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยังคงยืนค้ำยันโต๊ะทำงานกระจกนิรघाटด้วยมือข้างเดียว นัยน์ตาคมกริบทอดมองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาแสงจันทร์สีนวลยวง ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับเย็นเยียบดุจขั้วโลกเหนือ
เหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงค้างคาอยู่บนผิวสัมผัส ริมฝีปากหยักลึกที่เพิ่งผละออกจากความหวานล้ำของรินรดาเมื่อครู่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายความรัญจวน ทว่าเสียงรายงานจากลูกน้องคนสนิทเมื่อสักครู่ทำลายความเคลิบเคลิ้มนั้นลงจนราบคาบ
"มันเคลื่อนไหวแล้วหรือ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่าทรงอำนาจจนคนฟังต้องก้มหน้าหลบสายตา
"ครับนาย... สายของเราที่ฝังไว้ในซีกโลกตะวันตกรายงานว่า ธันวาเริ่มติดต่อไปยังเครือข่ายค้าอัญมณีเถื่อนแล้วครับ และเป้าหมายที่พวกมันต้องการใช้เป็นข้อต่อรอง ก็คือสิทธิ์การครอบครองเหมืองเพชรตระกูลอัครโยธิน... ซึ่งตอนนี้อยู่ในมือของมิสซิส... เอ๊ย ของคุณรินรดาครับ"
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันเย้ย นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ
ธันวา... ไอ้สุนัขลอบกัดที่พยายามแย่งทุกอย่างไปจากเขา ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงที่ก้าวล้ำเข้ามาในอาณาจักรแห่งความมืดของเขาคนนี้
ในขณะเดียวกัน ร่างบางที่ยืนพิงผนังห้องอยู่อีกด้านหนึ่งของบานประตูหนาหนักกำลังสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็ว รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด สมองอันปราดเปรื่องของเธอกำลังประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เธอได้ยิน... เธอได้ยินทุกถ้อยคำที่ลูกน้องของคีรินมารายงาน
ธันวาต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือ... และคีรินรู้เรื่องนี้ดี
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวกลับเข้ามาในห้อง ความกดอากาศรอบตัวลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก คีรินก้าวเข้าไปหารินรดาช้าๆ ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ร่างบางถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนี... และไม่มีทางเลือก
"ได้ยินแล้วสินะครับ" คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพงเป่ารดข้างแก้มเนียน "คนที่คุณไว้ใจนักหนา... กำลังจะขายคุณให้ผม เพื่อแลกกับเศษเงินและอำนาจ"
"ฉันไม่รู้เรื่อง... ธันวาไม่ใช่คนแบบนั้น" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ภายในใจจะหวั่นไหวกับแววตาดุดันคู่นั้นจนแทบสิ้นสติ ดวงตาคู่สวยฉายแววดื้อรั้นที่มักจะทำให้คีรินนึกอยากทำลายให้แหลกคามืออยู่เสมอ
"ดื้อด้านเสียจริงนะครับ รินรดา..." คีรินคำรามต่ำในลำคอ มือหนายื่นออกไปตรึงข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะด้วยแรงเพียงน้อยนิด ทว่ามั่น
แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดพอที่จะกักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขา ร่างสูงเบียดกายเข้าชิดจนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน พื้นที่ระหว่างเขากับเธอบดBeganอัดแน่นไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ
กลิ่นกายหอมละมุนประจำตัวของหญิงสาวผสมผสานกับกลิ่นจันทร์หอมในห้องทำงาน สร้างความมึนเมาให้ประสาทสัมผัสของมาเฟียหนุ่ม คีรินก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องอย่างไร้การปรานี ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบหนักหน่วงลงบนผิวเนื้อเนียนนุ่มจนร่างบางสะท้านเฮือก เสียงครางประท้วงในลำคอถูกกลืนหายไปกับรสจูบที่ระอุเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ
"ปล่อยนะ... คีริน... อื้อ..."
มือเรียวที่เคยพยายามผลักไสเปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกต่อต้านในตอนแรกเริ่มถูกแผดเผาด้วยความร้อนแรงจากสัมผัสที่จงใจชี้นำ คีรินปรนเปรอเธอด้วยความดิบเถื่อนและอ่อนหวานในเวลาเดียวกัน มือหนาลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสเข้ารูป บีบเคล้นสะโพกอิ่มอย่างเอาแต่ใจจนรินรดาต้องหลุดเสียงครางหวานหูออกมา
ความไม่ไว้วางใจที่ก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ราวกับถูกหลอมละลายหายไปในเปลวเพลิงแห่งอารมณ์ ทั้งสองต่างโหยหากันและกันราวกับคนกระหายน้ำที่หลงทางอยู่ในทะเลทราย รินรดาแอ่นกายเข้าหาอ้อมกอดที่ทรงพลังนั้นอย่างลืมตัว เรียวขาเนียนเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาไว้แน่นเมื่อร่างของเธอลอยหวือขึ้นจากพื้นและถูกอุ้นไปป์วางลงบนโต๊ะทำงานกระจกเย็นเฉียบ
เอกสารและแฟ้มงานกระจัดกระจายร่วงหล่นลงพื้น ทว่าไม่มีใครสนใจเสียงเหล่านั้นอีกต่อไป
คีรินแทรกกายเข้าอยู่ระหว่างเรียวขางาม นัยน์ตาคมกريบมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำด้วยฤทธิ์สวาทและแรงอารมณ์ ริมฝีปากหยักกดจูบซับหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ตรงหางตาอย่างแผ่วเบa เป็นความอ่อนโยนที่ขัดแย้งกับแววตาดุดันราวกับซาตานร้าย
"คุณเป็นของผม... รินรดา" เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก "ต่อให้ธันวาหรือใครหน้าไหนก็ไม่มีวันได้แตะต้องคุณ... จำเอาไว้"
ความเร่าร้อนดำเนินไปท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจก ทุกสัมผัส ประสาน ลมหายใจกระชั้นชิด และเสียงครางหวานหูสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานส่วนตัว เป็นค่ำคืนที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก้าวล้ำเกินกว่าคำว่าเจรจาธุรกิจ... มันคือพันธนาการแห่งเลือดเนื้อและวิญญาณที่ไม่มีวันถอนตัว
ทว่า... ในขณะที่อารมณ์เสน่หากำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงสัญญาณเตือนภัยเงียบ (Silent Alarm) จากระบบรักษาความปลอดภัยชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ก็ดังขึ้นกะทันหัน!
คีรินชะงักกึก ร่างสูงผละออกจากร่างบางในพริบตา นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพร้อมกับมือหนาที่คว้าปืนพกเก็บเสียงออกจากลิ้นชักโต๊ะได้อย่างรวดเร็วราวดาวตก
ทว่า... เสียงฝีเท้าฝูงชนจำนวนมากที่กำลังพังประตูชั้นนอกเข้ามา พร้อมกับเสียงระเบิดตูมสนั่นที่สั่นสะเทือนไปทั้งตึก ทำให้รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"นายครับ! พวกมันบุกเข้ามาทางอุโมงค์ลับใต้ดิน... ธันวานำทีมเองครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นในตอนนี้นะครับ
ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 5
ความลับใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!