เสียงกระจกคริスタルราคาแพงที่ถูกบดขยี้ด้วยปลายนิ้วแกร่งดังกรอบแกรบ คราบไวน์สีแดงเข้มรินไหลเปรอะเปื้อนโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีชั้นดี ราวกับเลือดที่กระเซ็นออกมาจากข้อต่อแห่งความอดทนที่ขาดผึ่งลงตรงนั้น
คีริน วรโชติเมธี ไม่ได้สนใจเศษแก้วที่บาดลึกเข้าไปในเนื้อฝ่ามือจนหยดเลือดสีสดไหลรินลงสู่พื้นพรมหนานุ่ม ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายยามล่าเหยื่อกำลังจดจ้องร่างระหงที่ถูกดันจนแผ่นหลังแนบสนิทกับชั้นหนังสือทรงสูง กลิ่นกายหอมหวานสะอาดสะอ้านของรินรดาผสมผสานกับกลิ่นอายความเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
"ธันวาคมมันส่งเธอมาเป็นสายลับ หรือมันแค่ส่งเธอมาตายคาอกฉันกันแน่ รินรดา..."
น้ำเสียงทุ้มต่ำพึมพำชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นจัดรดรินผ่านซอกคอขาวผ่องจนเจ้าของร่างสะท้านเยือก หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและทิฐิ แม้ในยามที่ข้อมือทั้งสองข้างถูกตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียวของเขาอย่างง่ายดาย ราวกับเธอนั้นเป็นเพียงลูกนกน้อยในกำมือ
"ฉันไม่ได้เป็นสายให้ใครทั้งนั้น... ปล่อยฉันนะ คีริน!" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดข้อมือหนีความเจ็บแปลบ แต่ยิ่งดิ้นรน แรงกดดันจากร่างกายหนาหนักที่ทาบทับลงมาก็ยิ่งแนบชิดไร้ช่องว่าง
"ปากดีนัก..." คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนาน มีเพียงความเยือกเย็นและดุดันที่แผดเผา "เวลาอยู่กับมัน เธอก็ใช้สายตาท้าทายแบบนี้ใส่หรือเปล่า ถึงได้ทำให้ไอ้สารเลวนั่นยอมเอาคอมาพาดเขียงเพื่อปกป้องเธอนักหนา"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาดูถูกฉัน!" รินรดาตวาดกลับ นัยน์ตาทอประกายความโกรธเกรี้ยวที่ผสมปนเปไปกับความหวั่นไหวเมื่อใบหน้าหล่อเหลาดุดันโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
"ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่าง... โดยเฉพาะสิทธิ์ในการทำลายทุกสิ่งที่มันอยากจะได้"
สิ้นคำประกาศิตริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดทันที มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยนหรือการเกี้ยวพาราสี แต่มันคือการประกาศอาณาเขต การบดขยี้ และการลงทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและดุดัน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืน แต่เรียวปากหนากลับรุกไล่ขบเม้มอย่างไร้ความปรานี ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ จนรสชาติเค็มปร่าของเลือดจากแผลที่มือของเขาเจือปนไปกับรสจูบนั้น ยิ่งทำให้บรรยากาศร้อนระอุและบีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ
มือแกร่งที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแรงจนหน้าอกแนบชิดแผ่นอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงอารมณ์ ความร้อนจากฝ่ามือของเขาผ่านเนื้อผ้าทะลุผิวเนียนจนเธอสะท้านเฮือก แรงดึงดูดทางกายที่รุนแรงและป่าเถื่อนกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ทีละน้อย รินรดาครางประท้วงในลำคอเมื่อสัมผัสวาบหวามเริ่มลุกลามไปทั่วร่าง ความโกรธแค้นในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้านที่ควบคุมไม่ได้ ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องกำลังพังทลายลงทีละนิ้วภายใต้รสสัมผัสอันทรงพลังของผู้ชายตรงหน้า
"คีริน... อื้อ..."
เธอพยายามเปล่งเสียงห้ามเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ขึ้นมาใต้ร่มผ้าสัมผัสผิวเนื้อเนียนละเอียด ปลายนิ้วที่ด้านจากการจับอาวุธและอำนาจสร้างกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง แต่วินาทีนี้ เหตุผลทั้งหมดได้มอดไหม้หายไปในความมืดมิดของค่ำคืนนี้แล้ว คีรินผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อมองสบตาคนที่กำลังหอบหายใจจนอกกระเพื่อม แววตาของเขาดארกและลุ่มลึกเต็มไปด้วยความต้องการที่ไร้ขีดจำกัด
"จำไว้... ว่าเธอกำลังเป็นของใคร และไม่มีวันหนีพ้นไปจากเงื้อมมือฉันได้"
เขากระซิบเสียงพร่าข้างใบหูที่แดงก่ำ ก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำปฏิเสธ ก้าวเดินไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้องพักส่วนตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนและอันตราย ซึ่งพร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล
แรงกดทับจากน้ำหนักตัวของเขาที่ทาบทับลงมาอีกครั้งบนฟูกนุ่ม สร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ รินรดาลืมตาขึ้นมองเพดานห้องสลัวๆ ก่อนจะพบว่าเสรีภาพของเธอได้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ในคืนนี้ ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วอุ่นจัดกำลังจะปลดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้ายของเธอออก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบจากภายนอก... ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่หยุดนิ่งอยู่หน้าห้อง
คีรินชะงักกรามขบเข้าหากันจนสันนูน ดวงตาคู่คมตวัดมองไปที่ประตูด้วยความหงุดหงิดระคนเย็นชา รินรดาฉวยโอกาสนั้นผลักอกเขาออกเล็กน้อย แต่เขากลับกดน้ำหนักลงมาตรึงเธอไว้แน่นกว่าเดิม พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบลอดไรฟันด้วยความเหี้ยมเกรียม
"อย่าส่งเสียงเด็ดขาด... ไม่งั้นฉันจะทำให้คนข้างนอกนั่นเห็นว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่กับฉัน"
มืออีกข้างของคีรินเอื้อมไปคว้าปืนพกกระบอกโปรดที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาถือไว้มั่น ดวงตาดุดันจ้องเขม็งไปยังบานประตูไม้สักหนาหนักที่ถูกเคาะซ้ำอีกครั้งอย่างกระวนกระวาย ก่อนที่ลูกน้องคนสนิทจะเอ่ยรายงานผ่านบานประตูเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนแทบขาดใจ
"นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ทางโกดังสินค้าหลักถูกลอบวางเพลิง และ... และหลักฐานบัญชีลับทั้งหมดหายไปครับ!"
คีรินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความปรานี รินรดาที่นอนอยู่ใต้ร่างเขากลับหน้าถอดสีทันทีเมื่อได้ยินชื่อโกดังนั้น เพราะนั่นคือจุดซ่อนหลักฐานชิ้นสำคัญที่เธอพยายามเก็บรักษาไว้เพื่อใช้เล่นงานเขา
หวังว่าตอนนี้นักอ่านทุกท่านจะยังใจเต้นระทึกไปกับความดาร์กและเร่าร้อนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
- วริศร์วิสกี้ -
ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 8
รสสัมผัสแห่งการครอบครอง
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!