ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 2

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
กลิ่นไวน์แดงวินเทจราคาแพงระเหยอบอวลปะปนกับกลิ่นบุหรี่คิวบาชั้นดีในห้องทำงานส่วนตัวของคีริน บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความกดดันชนิดที่ทำให้คนหายใจไม่ทั่วท้อง ทว่ารินรดากลับเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาของเธอมองตรงไปยังชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อดี ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ร้ายจ้องมองเหยื่อในกำมือ รอยยิ้มหยันที่มุมปากของเขายิ่งขับเน้นความอันตรายให้เด่นชัดขึ้นไปอีก "เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น... และเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธการเป็นของฉัน" ประโยคประกาศิตจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของหญิงสาว ทว่าในเวลานี้ คีรินไม่ได้เพียงแค่พูดเปล่าๆ เขายื่นแฟ้มเอกสารสีดำสนิทเล่มหนึ่งข้ามโต๊ะมาให้เธอ มันคือเอกสารสัญญาที่เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจรดปากกาเซ็นลงไป "เปิดดูสิ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะราวกับนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังอิสรภาพของเธอ "อัญมณี 'น้ำตาเทวะ' ที่เธอเป็นคนเจียระไนมันขึ้นมาด้วยมือตัวเอง... ตอนนี้มันไปโผล่อยู่ในเซฟของธันวา คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะโค่นฉันได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะมีหนอนเกลืออยู่ในทีมของเธอเอง" รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความโกรธและตกใจ "ฉันไม่เคยขายข้อมูลให้ใคร! อัญมณีเม็ดนั้นถูกเก็บไว้ในห้องนิรภัยที่มีความปลอดภัยสูงสุด..." "แต่สุดท้ายมันก็หายไป และชื่อของเธอก็ติดอยู่ในลิสต์ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง" คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความดุดันแบบผู้ชายอันตรายโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง "มีทางเดียวที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเธอ... และชดใช้ความสะثายของเธอได้ นั่นคือการมาร่วมงานประมูลระดับโลกในฐานะ 'คู่ควง' ของฉัน เพื่อล่อให้มันคายหางออกมา" "ทำไมฉันต้องทำตามที่คุณสั่งด้วย!" รินรดาถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แต่วงแขนแข็งแกร่งของคีรินกลับยกขึ้นกั้นทางหนีของเธอไว้ทั้งสองข้าง กลายเป็นกรงล้อมที่กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนของเขาโดยปริยาย "เพราะถ้าเธอไม่ทำ..." คีรินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างแก้ม มือหนาเอื้อมไปจับปลายคางของเธอ บังคับให้เงยขึ้นสบตา "ชื่อเสียงเกียรติยศทั้งหมดที่เธอสร้างมา รวมถึงตระกูลอัครโยธินที่กำลังสั่นคลอน จะพังทลายลงภายในชั่วข้ามคืนด้วยมือของฉันเอง เลือกว่าจะร่วมมือกับฉัน... หรือจะจมดิ่งลงไปพร้อมกับความฉิบหายที่เธอไม่ได้ก่อ แต่ต้องเป็นคนรับผิดชอบ" แววตาของเขาจริงจังและเด็ดเดี่ยวจนเธอรู้ซึ้งทันทีว่าเขาไม่ได้ขู่ รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความคับแค้นใจพวยพุ่งขึ้นมาจุกอก ผู้ชายคนนี้ใช้อำนาจเงินและอิทธิพลบีบบังคับเธอให้จนมุมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าลึกๆ ลงไป แรงดึงดูดบางอย่างระหว่างพวกเขากลับปะทุขึ้นอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางความตึงเครียดนี้ ร่างกายของเธอกลับร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลเมื่ออยู่ใกล้เขา "คุณมัน... เผด็จการที่สุด" เธอกระซิบเสียงสั่น พยายามซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้ใบหน้าที่บึ้งตึง "ฉันเตือนเธอแล้วนะ รินรดา" คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทแต่น่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน นิ้วมือที่เคยบีบคางเธอเปลี่ยนเป็นไล้เบาๆ ริมแก้มเนียนนุ่มอย่างจาบจ้วง "แต่ถ้าเธอทำตัวว่านอนสอนง่าย... บางที รางวัลที่ฉันจะมอบให้ อาจจะทำให้เธอลืมความโกรธพวกนี้ไปเลยก็ได้" ไม่รอให้เธอได้ตอบโต้ ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มทันที เป็นการจูบที่ไม่ได้มีความอ่อนโยน เจือด้วยความดุดัน เอาแต่ใจ และเรียกร้องสิทธิ์ขาด คีรินบดขยี้เรียวปากของเธออย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนลุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างชำนาญ มือหนาเลื่อนลงมาโอบเอวบางเข้าหาตัวแนบชิด จนแผ่นอกกว้างแนบสนิทกับความนุ่มหยุ่นของหน้าอกอิ่ม แรงดึงดูดทางกายรุนแรงจนรินรดารู้สึกเหมือนเข่าแทบทรุด รสจูบที่ทั้งดุดันและเร่าร้อนทำให้สติของหญิงสาวกระเจิง ความโกรธแค้นเมื่อครู่ถูกแผดเผาจนมอดไหม้ด้วยเปลวไฟแห่งความเสน่หาที่เขาจงใจจุดขึ้น รินรดาพยายามทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่ปลายนิ้วของเธอกลับเปลี่ยนเป็นขยุ้มเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและกลิ่นกายอันเย้ายวนที่โอบล้อม ร่างกายของเธอยอมจำนนต่อสัมผัสของเขาอย่างน่าละอาย ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบงันของห้องทำงาน คีรินผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่กับอกของเขา ดวงตาคมกราบกรานมองริมฝีปากบวมเจ่อสีแดงก่ำด้วยความพึงพอใจ นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากเธอนั้นอย่างเบามือ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเอ่ยกระซิบข้างใบหู "คืนนี้... เราต้องไปลองชุดสำหรับงานพรุ่งนี้เตรียมไว้ เตรียมตัวให้พร้อม ฉันจะไปรับเธอที่คอนโดตอนสองทุ่มตรง และจำไว้... ห้ามสาย" รินรดายังคงยืนนิ่ง ใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความสับสนและอารมณ์ที่ยังคงค้างเติ่งทำให้เธอพูดไม่ออก ได้แต่ส่งค้อนวงใหญ่ให้เขาเป็นคำตอบแทนการตกลง ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อออกจากห้องทำงานนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคีรินก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหยิบเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาที่เคยราบเรียบกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบชวนขนลุกทันทีที่เห็นชื่อสายที่โทรเข้ามา คีรินกดรับสายโดยไม่ละสายตาไปจากรินรดา ทว่าประโยคแรกที่ปลายสายเอ่ยรายงานกลับทำให้บรรยากาศภายในห้องพลิกคว่ำจากหน้ามือเป็นหลังมือในพริบตาเดียว *(“บอสครับ... ตอนนี้มีแขกไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาที่ชั้นล่างของคฤหาสน์แล้วครับ เขาบอกว่ามี 'ของขวัญ' ชิ้นสำคัญมามอบให้คุณคีริน... และคนที่พาเขามาคือคนสนิทของธันวา”)* คำว่า 'ธันวา' ทำให้รินรดาสะดุ้งสุดตัว คีรินวางสายช้าๆ ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้มโดยสิ้นเชิง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนน่ากลัว เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้งในระยะประชิด มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ลากตัวเธอให้เดินตามไปยังประตูห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ดูเหมือนว่าเกมนี้... จะมีตัวละครลับกระโดดลงมาเล่นเร็วกว่าที่เราคิดซะอีก" คีรินกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ข้างหูเธอ ก่อนจะกระชากประตูห้องทำงานเปิดออกเผชิญหน้ากับความวุ่นวายที่กำลังคืบคลานเข้ามา... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดมนเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%