กระจจรถยนต์กันกระสุนเนื้อหนาถูกเคาะเบา ๆ สามครั้งจากด้านนอก ทว่าเสียงนั้นกลับดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคีริน วรโชติเมธี ราวกับเสียงระฆังเตือนภัยจากขุมนรก
ความมืดมิดของค่ำคืนในมหานครซูริกไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเงาร่างสูงโปร่งที่ยืนทอดมองเข้ามาผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนริมฝีปากของชายคนนั้น เย็นเยียบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของอดีตที่คีรินพยายามฝังกลบมันลงด้วยเม็ดเงิน อำนาจ และคราบเลือดมานานหลายปี
"นายท่านครับ..." บอดี้การ์ดคนสนิทที่นั่งอยู่เบาะหน้าเอ่ยขึ้นเสียงเครียด มือหนากำด้ามปืนพกใต้อินทรธนูแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "จะให้จัดการ..."
"ไม่ต้อง" คีรินยกมือขึ้นห้ามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตาสีดำสนิทกลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นอย่างเงียบงัน ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศภายในห้องโดยสารอึดอัดแทบหายใจไม่ออก
เขากวาดสายตาหันไปมองร่างระหงที่นั่งอยู่ข้างกัน รินรดาอัครโยธินกำลังหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียจากเหตุการณ์ตึงเครียดตลอดทั้งวันที่ผ่านมา แพขนตางอนหนาทาบลงบนพวงแก้มเนียน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงถึงความไร้เดียงสากับภัยมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ มือบางข้างหนึ่งยังคงกำชายเสื้อสูทของเขาไว้หลวมๆ ราวกับสัญชาตญาณลึกๆ กำลังบอกเธอว่า มีเพียงอ้อมแขนนี้เท่านั้นที่จะปกป้องเธอได้
คีรินเอื้อมมือไปปัดปอยผมที่เคลียแก้มเนียนให้อย่างเบามือที่สุด สัมผัสจากเธอมักจะมีอิทธิพลในการหลอมละลายความกระด้างในหัวใจของเขาได้เสมอ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกหวงแหนและโทสะต่อผู้ที่มารบกวนพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
เขาเปิดประตูรถก้าวลงไปเผชิญหน้ากับความหนาวเหน็บยามวิกาล สายลมเยือกแข็งพัดกรรโชกจนชายเสื้อสูทสั่งระรัว แต่คีรินกลับยืนหยัดนิ่งสนิทเผชิญหน้ากับศัตรูเก่าที่ก้าวออกมาจากเงาไม้
"ไม่เจอกันนานนะ คีริน... น้องชาย" น้ำเสียงเย้ยหยันเอ่ยทักทายขึ้น ธันวา คู่ปรับเก่าผู้สูญเสียทุกอย่างให้กับมือคู่นี้เมื่อหลายปีก่อน ยืนแย้มยิ้มในชุดโค้ทกันหนาวสีดำสนิท แววตาคู่คมกริบเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่ถูกบ่มเพาะมาอย่างยาวนาน
"แกยังมีชีวิตอยู่รอดกลับมาเห่าหอนได้อีกหรือ ธันวา" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุจพยัคฆ์จ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเหยียดหยาม "ฉันนึกว่าแกฝังตัวเน่าเปื่อยอยู่ที่หลุมศพไหนสักแห่งในอเมริกาใต้เสียอีก"
"หึ คนอย่างฉันหนังเหนียวเกินกว่าจะตายง่ายๆ ครับ..." ธันวาเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว ทว่าบอดี้การ์ดของคีรินและฝั่งตรงข้ามต่างชักอาวุธขึ้นเล็งใส่กันทันที บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะมีประกายไฟลุกท่วม "โดยเฉพาะในเมื่อฉันยังไม่ได้ทวงของรักของหวงคืนจากแก"
สายตาเจ้าเล่ห์ของธันวาเหลือบมองทะลุกระจกใสเข้าไปในตัวรถ ไปหยุดอยู่ที่ร่างของรินรดาที่นอนหลับใหลอยู่ด้านใน รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนมุมปากของมันทันที
"ผู้หญิงคนนั้นสินะ... นักอัญมณีคนสวยที่แกยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อปกป้อง เธอน่าสนใจดีนี่ คีริน รสนิยมของแกไม่เคยเปลี่ยน ชอบแย่งของที่เป็นของคนอื่นมาครอบครอง"
ฉับพลัน ร่างของคีรินก็พุ่งเข้าประชิดตัวธันวาด้วยความเร็วสูงราวกับเสือชีตาห์กระโจนตะครุบเหยื่อ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อคอโค้ทของอีกฝ่ายแล้วกระชากเข้าหากันอย่างแรงจนกระดุมหลุดกระเด็น แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวมาเฟียหนุ่มจนธันวาชะงักไปชั่วขณะ
"ถ้าแกกล้าแม้แต่จะชายตามองเธอ..." คีรินกระซิบชิดริมหูของอีกฝ่าย น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจสั่นระริกด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ "ฉันจะควักลูกตาคู่นั้นออกแล้วโยนให้สุนัขกินเสีย ก่อนที่จะส่งแกกลับไปยมโลกด้วยวิธีที่ทรมานยิ่งกว่าเดิม จำคำฉันไว้!"
ธันวาหาได้มีความหวาดกลัวไม่ เขากลับหัวเราะร่วนในลำคออย่างน่าขนลุก แม้ลำคอจะถูกบีบด้วยมือเหล็กของคีรินก็ตาม
"คิดว่าตัวเองชนะแล้วงั้นสิ คีริน? แกคิดว่าผู้หญิงคนนั้นมารักแกด้วยใจจริงหรือไง เธอก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกหลอกใช้... ระวังให้ดีเถอะ ของที่แกได้มาง่ายดาย มักจะหลุดลอยหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสมอ"
พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็แผดเสียงดังขึ้น มันปรายตามองหน้าจอแล้วยิ้มเยาะ ก่อนที่คีรินจะผลักร่างของอีกฝ่ายออกไปอย่างแรงด้วยความรังเกียจ
ธันวาก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีสบายๆ ผิดกับคีรินที่ดวงตาสีดำลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ
"เราคงได้สนุกกันอีกยาวครับ คีริน... ฝากกอดสาวน้อยคนนั้นเผื่อฉันด้วยล่ะ" ธันวาโบกมือลาอย่างกวนประสาท ก่อนจะหันหลังเดินหายลับเข้าไปในความมืดของตรอกซอกซอยอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความคุกรุ่นและกลิ่นอายอันตรายที่ยังคงตลบอบอวลอยู่ในอากาศ
คีรินยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเย็นยะเยือกของค่ำคืนนี้ไม่อาจเทียบเท่ากับความเย็นชาที่กัดกินหัวใจของเขา อดีตที่เขาพยายามหนีพ้น กำลังไล่ล่าตามมาหายใจรดต้นคออีกครั้ง และครั้งนี้... มันไม่ได้มาคนเดียว แต่มันพุ่งเป้ามาที่ "จุดอ่อน" เพียงหนึ่งเดียวของเขา
เมื่อก้าวกลับขึ้นมาบนรถ บรรยากาศอันคุุกรุ่นและดุดันยังคงอัดแน่นอยู่เต็มพื้นที่ รินรดายังคงขยับตัวเล็กน้อยด้วยความงัวเงีย เปลือกตาบางค่อยๆ ปรือขึ้นมองเขาด้วยแววตาสงสัย
"คีริน..." เสียงหวานเอ่ยเรียกอย่างงัวเงีย พร้อมกับเอื้อมมือเรียวมาแตะที่แขนแกร่งของเขา "คุณไปคุยอะไรกับใครมาคะ ทำไมหน้าตาดูเคร่งเครียดจัง"
คีรินหันมามองหญิงสาว ดวงตาคมกราบกรานไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหวงแหน โกรธเกรี้ยว และความหวาดกลัวลึกๆ ที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น เขาไม่อาจปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ตกอยู่ในอันตรายจากเงาอดีตของเขาได้อีกต่อไป
เขาจัดการล็อกประตูรถทุกบานด้วยระบบอัตโนมัติ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดรดแก้มเนียน รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกดึงเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนที่ทรงพลังและเต็มไปด้วยความเร่าร้อนดิบเถื่อน
"คีริน... คุณจะทำอะไรคะ" เธอกระซิบถาม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาและแรงกดดัน
"ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากเธอไปจากฉันทั้งนั้น รินรดา..." เขาเอ่ยเสียงพร่าต่ำริมฝีปากหยักแนบชิดกับใบหูขาวสะอาด จนเจ้าตัวขนลุกซู่ "คืนนี้... เธอเป็นของฉัน และต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของฉันแต่เพียงผู้เดียว เข้าใจไหมครับ"
ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ทันทักท้วง คีรินก็ก้มลงประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มทันที บดขยี้รสจูบด้วยความเร่าร้อน ดุดัน และเรียกร้อง เพื่อประกาศความเป็นเจ้าของอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด รินรดาครางอือในลำคอ พยายามจะขัดขืนเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่ความอ่อนหวานและแรงดึงดูดอันมหาศาลจากเขากลับทำให้ร่างกายของเธอยอมจำนนอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางบรรยากาศที่ระอุเร่าร้อนและบีบคั้นหัวใจ นิ้วเรียวยาวของคีรินกำลังจะเลื่อนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของหญิงสาวออก ทว่าในจังหวะนั้นเอง... เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคีรินก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
*ติ๊ง!*
คีรินชะงัก เลื่อนสายตาไปยังหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนคอนโซลหน้ารถ ภาพถ่ายใบหน้าของรินรดายืนอยู่คู่กับธันวาเมื่อหลายปีก่อน ปรากฏเด่นชัดขึ้นมาบนหน้าจอ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาขยี้หัวใจมาเฟียหนุ่มอย่างเลือดเย็น
**"ระวังให้ดี... คนที่นอนข้างกายคุณตอนนี้ อาจจะเป็นคนเดียวกับคนที่ส่งข้อมูลให้ฉันทำลายคุณ"**
ดวงตาสีดำสนิทของคีรินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกหวาดระแวงพวยพุ่งขึ้นมาในอกทันที เขาค่อยๆ ผละริมฝีปากออกจากรินรดาอย่างช้าๆ หันกลับมามองหญิงสาวที่นอนหอบหายใจรัญจวนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง... แววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ความไม่ไว้วางใจ และอันตรายที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความเข้มข้นในตอนนี้นะครับ มาร่วมลุ้นกันต่อว่าคีรินจะตัดสินใจอย่างไรกับความจริงที่เพิ่งเปิดเผยนี้ — วริศร์วิสกี้ครับ
ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 22
รอยแผลที่ยังไม่หายดี
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!