กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 21

คำเตือนจากอดีต

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นหมึกพิมพ์ราคาถูกที่ระเหยขึ้นมาจากกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับกลิ่นอายความอับชื้นและกลิ่นไม้เก่าคร่ำครึของคฤหาสน์ตระกูลศิลา รินขยับนิ้วเรียวที่ถือกระดาษแผ่นนั้นไว้เล็กน้อย ปลายกระดาษยับยู่ยี่ฟ้องชัดถึงแรงบีบด้วยความตกใจในตอนแรก ก่อนที่ความนิ่งสงบตามสัญชาตญาณนักเอาตัวรอดจะเข้าควบคุมสถานการณ์ *‘ถอยไปเสีย ก่อนที่เงาดำจะกลืนกินวิญญาณของคุณ... ที่นี่ไม่มีความรัก มีแต่ความตายที่รอวันทวงคืน’* ลายมือหวัดๆ ไร้ชื่อผู้ส่ง แต่จ่าหน้าซองถึงห้องนอนของเขาอย่างไร้ที่ติ มันถูกสอดไว้ใต้บานประตูไม้สักหนาหนักตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ รู้ตัวอีกทีตอนก้าวเท้าลงจากเตียง สัมผัสเย็นเฉียบของกระดาษก็บาดเข้าที่ปลายประสาทสัมผัสเสียแล้ว "อ่านอะไรอยู่ครับ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว หรือว่ากลัวว่าความลับที่แอบมาค้นห้องผมจะถูกจับได้เข้าจริงๆ?" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ระเบียง ศิลาพิงแผ่นหลังกว้างกับกรอบหน้าต่าง แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านม่านกำมะหยี่สีเข้มขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูหลอนลวงราวกับรูปปั้นเทพบุตรต้องคำสาป ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเย้าแหย่และคมปลาบในคราวเดียวกัน รินสะดุ้งเล็กน้อยแต่เก็บอาการได้อย่างรวดเร็ว เขาซ่อนกระดาษแผ่นนั้นไว้ใต้ฝ่ามืออย่างแนบเนียน ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของห้องผู้ไร้มารยาทในการเคาะประตู "ถ้าคุณศิลามีงานอดิเรกเป็นการเดินย่องเบาเหมือนผีสาง ผมแนะนำให้ไปตรวจเช็กประสาทสัมผัสส่วนอื่นด้วยนะครับ เผื่อความหวาดระแวงมันจะลามไปถึงสมองส่วนหน้า" รินเชิดหน้าขึ้น โต้กลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงเขี้ยวเล็บ ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยระยะห่างที่อันตรายเกินความจำเป็น กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูกจนรินต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "ปากเก่งขึ้นทุกวันนะครับ... ริน" ศิลาหยุดยืนห่างจากตัวเขาเพียงคืบ ดวงตาคมก้มลงมองเรียวปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตา "แต่ผมเตือนคุณหลายครั้งแล้วนะ ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณควรจะเอาความดื้อรั้นมาลองดี" "แล้วที่ไหนล่ะครับที่ผมควรอยู่? หรือต้องออกไปให้พ้นจากคฤหาสน์หลังนี้ ตามคำสั่งของใครบางคนที่ส่งจดหมายนี่มา?" รินตัดสินใจสะบัดกระดาษปริศนาในมือขึ้นตรงหน้า ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นเพียงเสี้ยววินาที บรรยากาศรอบตัวที่เคยผ่อนคลายเมื่อครู่กลับดิ่งวูบลงจนเยือกเย็นเฉียบ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความกดดันที่แทบจะบดขยี้ปอด "คุณได้มันมาจากไหน" น้ำเสียงของศิลาเปลี่ยนเป็นจริงจัง ไร้ซึ่งความขี้เล่นเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง "ใต้ประตูห้องผมนี่เองครับ... แปลกดีนะ ทั้งที่คฤหาสน์หลังนี้ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาเสียยิ่งกว่าคุก แต่กลับมีคนปริศนาเดินมาส่งจดหมายขู่ผมได้ถึงหน้าห้อง หรือว่า... คนๆ นั้นจะเป็นคนใกล้ตัวของคุณเอง คุณศิลา?" รินหรี่ตามอง จับสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย ศิลาไม่ตอบ เขาก้าวประชิดเข้ามาอีกก้าว จนรินต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานไม้โบราณ ความเย็นของเนื้อไม้ปะทะกับแผ่นหลัง แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความร้อนผ่าวจากรังสีที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่มตรงหน้า มือหนายื่นออกไปตรึงขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักตัวรินไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ ศโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มจนรินรู้สึกวูบวาบในท้องอย่างห้ามไม่อยู่ "เป็นห่วงผมเหรอครับ ถึงได้ทำหน้าเครียดขนาดนั้น" ศิลาเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่จงใจยั่วเย้า "ใครเป็นห่วงคุณกัน! ผมแค่รักตัวกลัวตายต่างหากล่ะ!" รินรีบปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่างแต่ศิลากลับนิ่งราวกับกำแพงหิน "ถ้ากลัวตาย... ก็เชื่อผมสิครับ" ศิลาเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นนุ่มนวลอย่างกะทันหัน ดวงตาคู่นั้นทอดมองรินด้วยความลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก "อย่าไปสนใจจดหมายพรรค์นั้น และที่สำคัญ... อย่าไว้ใจใครหน้าไหนทั้งสิ้น แม้กระทั่งคนที่คุณกำลังยืนเถียงอยู่ตอนนี้" รินใจกระตุกวูบ สบเข้ากับดวงตาที่ฉายแววเจ็บปวดลึกๆ แวบหนึ่งก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่รินจะได้อ้าปากถามอะไรออกไป เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นหูของคุณหญิงรดาที่ตะโกนแทรกเข้ามาทันที "คุณศิลา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! คนงานไปเจอ... เจอศพปริศนาที่สวนหลังบ้าน!" ศิลาผละออกจากตัวรินทันที ใบหน้าคมเข้มกลับมาเคร่งขรึมเย็นชาในพริบตา เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันมามองรินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง "ดูเหมือนว่า... คำเตือนในจดหมายของคุณ จะมาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะครับ" ศิลาหมุนตัวก้าวฉับๆ ไปเปิดประตูทิ้งให้รินยืนอยู่กลางห้องลำพัง หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นตระหนกและหวาดระแวงสุดขีด รินก้มมองกระดาษในมือที่ตอนนี้ชื้นเหงื่อ ก่อนจะตัดสินใจพับมันเก็บใส่กระเป๋าเสื้อกั๊กแล้วสาวเท้ายาวตามออกไปทันที ทว่า เมื่อก้าวพ้นขอบประตู หน้าต่างบานใหญ่สุดทางเดินกลับเปิดอ้าออกเองด้วยแรงลมโชกกระโชก ร่างเงาดำสายหนึ่งพาดผ่านแสงจันทร์ที่ส่องกระทบพื้นทางเดินด้านนอก พร้อมกับรอยเท้าเปื้อนโคลนสดใหม่ที่เดินตรงมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องของเขาพอดิบพอดี! --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดระทึกใจในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%