กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 22

คนปากแข็งยอมใจอ่อน

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
คราบน้ำตาบนใบหน้าคมคายไม่ได้ทำให้คุณชายศิลาดูลดทอนความน่าเกรงขามลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันเย็นชามานานนับปี กลับยิ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องสมุดเก่าแก่แห่งนี้อวลไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ชนิดที่รินต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "คุณจะเก็บมันไว้แบกคนเดียวไปถึงไหนครับคุณศิลา" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดทับหัวใจมาหลายนาที รินไม่ได้ก้าวถอยหลัง แม้ว่าระยะห่างระหว่างเขากับร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีเข้มจะเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความดื้อรั้น ทิฐิ และความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ไม่มิด ศิลาเงยหน้าขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดันและห่างเหิน บัดนี้กลับไหวระริกราวกับเปลวเทียนต้องลมพายุ รอยแผลเป็นที่พาดผ่านข้างแก้มดูอ่อนแสงลงเมื่อยามที่ริมฝีปากหยักลึกขยับเอื้อuเอ่ย "เธอไม่มีวันเข้าใจหรอกริน... ความรู้สึกของการเป็นคนที่รอดชีวิต ขณะที่คนรักต้องตายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่เราทำอะไรไม่ได้เลย" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นสั่นเครือเล็กน้อย มันไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือรอยแผลเป็นในจิตใจที่ฝังรากลึกและไม่เคยจางหาย รินเม้มปากแน่น หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง ประโยคนี้ ศิลาไม่เคยพูดมันกับใครมาก่อน ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีแต่คำดูถูก การผลักไส และกำแพงน้ำแข็งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกันทุกคนออกจากชีวิต แต่ในวินาทีนี้ กำแพงบานนั้นกำลังพังทลายลงด้วยมือของเขาเอง "ถ้าฉันไม่เข้าใจ... แล้วทำไมคุณถึงยอมให้ฉันยืนอยู่ตรงนี้ล่ะครับ" รินย้อนถาม เสียงนุ่มนวลขึ้นอย่างไม่รู้ตัว มือเรียวยื่นไปแตะที่หลังมือหนาที่วางอยู่บนพนักโซฟาอย่างถือวิสาสะ "ถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นแค่คนนอก ทำไมคุณถึงต้องทำหน้าเจ็บปวดเวลาที่ฉันทำท่าจะเดินหนีด้วยล่ะ" ศิลาชะงัก สายตาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววจริงใจอย่างไร้เดียงสา ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้อึดอัด แต่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ที่รุนแรง ร่างสูงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูห้องลับในใจที่ปิดตายมาตลอดชีวิต "คืนนั้น... ฝนตกหนักมาก..." ศิลาเริ่มต้นเล่า เสียงของเขาแหบพร่าราวกับกำลังดึงตัวเองกลับไปติดอยู่ในห้วงเวลาอันโหดร้ายนั้นอีกครั้ง "มินตราไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุธรรมดาอย่างที่ใครๆ ในตระกูลพยายามปกปิด... เธอถูกทำให้เชื่อว่าคำสาปของตระกูลเราเป็นจริง และคนที่ผลักเธอลงมาจากหน้าผาหลังคฤหาสน์ ก็ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นความโลภของคนในบ้านหลังนี้เอง" รินเบิกตากว้าง ความหนาวยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง "หมายความว่า..." "ใช่ครับ" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดุดันขึ้นด้วยความแค้นที่สุมอก "คุณหญิงรดา... ป้าแท้ๆ ของฉันเองที่เป็นคนบงการทั้งหมด เพียงเพราะมินตรารู้ความลับเรื่องพินัยกรรมและเส้นทางการเงินที่ถูกยักยอกไป ฉันพยายามวิ่งไปช่วยเธอแล้ว ริน... มือของฉันเกือบจะคว้าชายเสื้อเธอไว้ได้ทันอยู่แล้วเชียว" ภาพในอดีตฉายชัดในหัวจนร่างหนาสั่นเทา ศิลาหลับตาลงเพื่อขับไล่ภาพอันเลวร้ายนั้น ทว่าก่อนที่เขาจะจมดิ่งลงไปในความมืดมนอีกครั้ง สัมผัสอุ่นวาบก็ทาบทับลงบนฝ่ามือใหญ่ รินเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนแผ่นอกบางเกือบแนบชิดกับลาดไหล่กว้าง มือเรียวออกแรงบีบมือของชายหนุ่มเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น "คุณไม่ได้ผิดสักหน่อยครับ" รินเอ่ยเสียงหนักแน่น แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจและเสน่หาที่ล้นปรี่ "หยุดโทษตัวเองได้แล้ว คุณศิลา... คุณมีชีวิตอยู่เพื่อล้างแค้นให้เธอ และในตอนนี้... คุณยังมีฉันที่พร้อมจะยืนเคียงข้างคุณด้วยนะ" คำพูดนั้นทำเอาหัวใจที่ด้านชามานานนับปีของศิลาเต้นแรงขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหลซ่านเข้าสู่หัวใจ สายตาที่เขามองรินเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความระแวงกลายเป็นความลึกซึ้งและคลั่งรักจนแทบจะกลืนกิน "เธอนี่มัน... ดื้อด้านเสียจริงริน" ศิลาพึมพำเสียงพร่า มือหนาพลิกกลับมาเป็นฝ่ายกุมมือเรียวนั้นไว้แน่น ก่อนจะดึงรั้งร่างบางให้เซถลาเข้าไปนั่งลงบนตักแกร่งโดยไม่ทันตั้งตัว "อุ๊ย! คุณศิลา..." รินอุทานด้วยความตกใจ ใบงดงามขึ้นสีแดงระเรื่อทันทีเมื่อพบว่าตัวเองกำลังนั่งคร่อมอยู่บนตักของชายหนุ่ม ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดริมฝีปาก "ในเมื่อเธอกล้าเข้ามาในอาณาจักรของปีศาจตนนี้เองแล้ว..." ศิลาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ดวงตาคมกريบเป็นประกายระยับด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ถูกปลุกเร้า "เธอก็อย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปง่ายๆ อีกเลย... ริน" ริมฝีปากหยักขยับเข้าหาหมายจะประทับจูบลงบนเรียวปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดเพื่อเป็นการลงทัณฑ์ความน่ารัก รินใจเต้นรัวระส่ำ ร่างกายอ่อนยวบยาบราวกับถูกสะกดด้วยเคมีอันร้อนแรงที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่ม ทั้งสองหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความรู้สึกนำทางในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความหวานและอันตราย *แกร็ก!* เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอกดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างระหงของคุณหญิงรดาที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเยียบเย็นและแววตาร้ายกาจ "ดูท่าทางหลานรักของฉันจะมีความสุขมากสินะ... ถึงได้ลืมไปว่าศัตรูยังยืนอยู่ตรงนี้!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดระทึกใจในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%