กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 26

เงาที่ตามติด

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งที่ย่ำตามมาบนพื้นกรวดเสียงดังกรอบแกรบ คือสิ่งที่รินมั่นใจว่าไม่ใช่เสียงสะท้อนจากเงาของตัวเองอย่างแน่นอน ความเงียบสงบของตรอกแคบหลังคฤหาสน์ศิลาในยามวิกาล มักมีความลับดำมืดซ่อนอยู่เสมอ และในคืนนี้ ความลับนั้นกำลังเดินเข้าประชิดตัวเธอด้วยจังหวะที่จงใจเว้นระยะห่างอย่างน่าขนลุก รินหยุดเดินโดยพลัน มือเรียวกระชับสายสะพายกระเป๋าหนังในมือแน่น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัย เธอกวาดสายตามองไปรอบตัว กำแพงอิฐมอญสีแดงเข้มสูงท่วมหัวทั้งสองฝั่งให้ความรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่ในเขาวงกตที่ไร้ทางออก ความมืดสลัวจากหลอดไฟริมทางที่กะพริบติดๆ ดับๆ ยิ่งขับเน้นบรรยากาศชวนอึดอัดให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก "ตามมาทำไมหลายวันแล้วครับ... คุณคิดว่าผมไม่รู้ตัวหรือไง" รินหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังเงาดำที่ทาบทับลงบนพื้นเบื้องหน้า ร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งก้าวออกมาจากมุมมืดของกำแพง แสงไฟสลัวสาดกระทบเข้ากับใบหน้าครึ่งซีก ปรากฏรอยยิ้มมุมปากที่แฝงแววเย้ยหยันและอันตรายจนรินต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว ไม่ใช่โจรข้างถนน... และไม่ใช่คนรับใช้ในบ้านของศิลา "ฉลาดสมกับที่เป็นคนที่คุณชายศิลารักนักนี่ครับ... ริน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนรินได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นจมูกอย่างประหลาด คนๆ นี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่เธอคาดไม่ถึงที่สุดว่าจะมาเดินตามสะพอยรอยเธอในยามวิกาลเช่นนี้ "คุณสารวัตรกรวีร์..." รินอุทานเบาๆ อย่างนึกไม่ถึง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "นี่คุณว่างงานจนไม่มีคดีทำ หรือว่างานสืบสวนของตำรวจไทยมันน่าเบื่อ ถึงได้มาเดินตามผู้หญิงตอนตีสองแบบนี้ครับ" กรวีร์ นายตำรวจหนุ่มอนาคตไกลผู้กุมสำนวนคดีเก่าของตระกูลศิลาแย้มยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนประกายความเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้มีความเกรงอกเกรงใจในฐานะผู้รักษากฎหมายเลยสักนิด ยามที่ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินในระยะที่อันตรายเกินกว่าความจำเป็น "ผมไม่ได้ว่างครับ... แต่เพราะคดีของตระกูลศิลามันกำลังพัวพันกับคนสำคัญอย่างคุณต่างหาก ผมถึงต้องมาคอยเช็กให้แน่ใจว่าคุณยัง 'ปลอดภัย' ดีจากคำสาปบ้าๆ นั่น หรือว่า... กำลังหลงกลผู้ชายอันตรายคนนั้นจนโหัวไม่ขึ้นกันแน่" กรวีร์จงใจเน้นเสียงต่ำที่คำว่าผู้ชายอันตราย พร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนรินต้องเบี่ยงตัวหลบ "เรื่องของผมกับศิลามันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาใส่ใจครับคุณกรวีร์ ถอยไปหน่อย ผมจะกลับบ้าน" รินเชิดหน้าขึ้น ปรับสีหน้าให้กลับมาแข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนหัวใจที่เต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสคุกคามจากคนตรงหน้ามันทำให้เธอหงุดหงิด "ระวังตัวหน่อยเถอะครับริน... คุณคิดจริงๆ หรือว่ารอยแผลและคำสาปของตระกูลนั้นมันเป็นแค่เรื่องงมงาย ศิลาไม่ได้ใสสะอาดอย่างที่คุณคิดหรอก คนที่อยู่เบื้องหลังการตายของคนงานหลายคนในอดีต... ก็คือผู้ชายที่คุณกำลังนอนร่วมเตียงด้วยนั่นแหละ" คำพูดของกรวีร์เหมือนก้อนน้ำแข็งที่ถูกสาดใส่หน้า รินชะงักไปชั่วขณะ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม แต่สีหน้ายังคงนิ่งเฉย เธอไม่ยอมให้ตำรวจเจ้าเล่ห์คนนี้มองเห็นความหวั่นไหวในแววตาเด็ดขาด "พูดจาให้มันระวังปากด้วยครับ หลักฐานก็ไม่มี มาปรักปรำกันลอยๆ แบบนี้ ระวังผมจะฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท" รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเยือกเย็นและเฉียบคมไม่แพ้กัน กรวีร์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายกมือขึ้นทำท่าจะเอื้อมมาแตะปอยผมที่ตกลงมาเคล้าคลอแก้มของเธอ แต่ทว่า... หมับ! มือหนาอีกข้างของใครบางคนพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของกรวีร์ไว้กลางอากาศด้วยแรงบีบมหาศาล แรงปะทะนั้นรุนแรงจนกรวีร์ต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกเหวี่ยงถอยหลังไปสองก้าวด้วยฝ่ามืออันทรงพลัง กลิ่นอายอันคุ้นเคยที่แผ่ซ่านความเย็นเยียบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัว ทำให้รินไม่ต้องหันไปมองก็รู้ทันทีว่าใครยืนอยู่ตรงนี้ ศิลายืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังเธอ ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความน่ากลัวออกมาราวกับมัจจุราชยามวิกาล ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาคมกริบสีดำสนิทมองกรวีร์ด้วยแววตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "มือสกปรกๆ ของแก... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องตัวผู้หญิงของฉัน กรวีร์" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งขรึม กรวีร์ยกมือขึ้นลูบข้อมือตัวเองที่ขึ้นรอยแดงเป็นปื้น แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวเลยสักนิด นอกเสียจากรอยยิ้มเยาะที่ปรากฏขึ้นบนมุมปากอย่างท้าทาย "ใจร้อนเสียจริงนะคุณศิลา... กลัวความลับที่ซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็นบนหน้านั่นมันจะหลุดออกมาให้คุณรินเธอรู้ล่ะสิ หึ... ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะครับ ความลับไม่มีในโลกหรอก" ศิลาไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าหากรวีร์ด้วยความเร็วสูง หมัดหนักๆ ถูกง้างขึ้นเตรียมซัดเข้าที่ใบหน้ากวนประสาทนั้นทันที รินตกใจจนเผลออุทานออกมาเสียงดัง รีบพุ่งเข้าไปคว้าแขนเสื้อของศิลาไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ "ศิลา! หยุดนะ! อย่าทำอะไรเขานะครับ!" เสียงห้ามปรามและแรงดึงจากรินทำให้หมัดของศิลาหยุดชะงักห่างจากใบหน้าของกรวีร์ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ศิลาหายใจหอบถี่ด้วยความโกรธ เขาหันกลับมามองรินที่กำลังทำหน้าตาตื่นตระหนก ดวงตาคู่คมฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจนที่เธอออกตัวปกป้องตำรวจหนุ่มผู้นี้ "เธอปกป้องมัน?" ศิลาเค้นเสียงถาม ร่างกายกำยำเกร็งแน่นด้วยความหึงหวงและโทสะที่ตีรวนขึ้นมาในอก "เธอยอมให้มันเดินตามตื๊อ แล้วยังกล้าห้ามฉันไม่ให้สั่งสอนมันรึไงริน!" "ผมไม่ได้ปกป้องเขา! แต่ผมไม่อยากให้คุณต้องเอาอนาคตไปแลกกับไอ้บ้าอำนาจคนนี้ต่างหาก!" รินเถียงกลับเสียงดังไม่แพ้กัน ความดื้อรั้นในตัวพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันทีเมื่อเจอความเผด็จการของพระเอกหนุ่ม ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังยืนเผชิญหน้าและปะทะคารมกันด้วยความร้อนระอุ ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด กรวีร์ที่ยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเยาะก็ค่อยๆ ถอยหลังหายเข้าไปในความมืดของตรอกแคบอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงคำพูดทิ้งท้ายที่ลอยมาตามสายลม "ระวังตัวไว้ให้ดี... คุณชายศิลา เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น" ศิลาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาดึงร่างบางของรินเข้ามาชิดลำตัวด้วยความเร็วแสง มือหนารวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นจนแทบจมหายไปกับอกแกร่ง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ข้างใบหูขณะที่เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกด้วยความหึงหวงและหวาดกลัว "กลับบ้าน... คืนนี้เธอต้องชดใช้ที่กลัวไปปกป้องมัน ริน" ดวงตาคมกริบของศิลาก้มลงมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียง สัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมาอย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งการลังเลทำให้หัวใจของรินกระตุกวูบ ความเร่าร้อนที่แฝงไว้ด้วยความคลั่งรักถาโถมเข้ามาจนเธอแทบยืนไม่อยู่ แต่ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกันท่ามกลางความมืดมิด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศิลาก็แผדเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา ศิลาผละใบหน้าออกอย่างหัวเสีย เขากดตัดสายทิ้งด้วยความหงุดหงิด แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ดึงรินเข้าหาตัวอีกครั้ง หน้าจอโทรศัพท์มือถือก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนรูปถ่ายใบใหม่ที่ถูกส่งตรงมาจากเบอร์ปริศนา ศิลาก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ร่างสูงก็ชะงักนิ่งไปราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน สีหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวน้ำแข็ง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพถ่ายที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ มันคือภาพห้องนอนส่วนตัวของเขา... ที่มีใครบางคนกำลังยืนอยู่หน้าเตียงนอน พร้อมกับถือ "สิ่งนั้น" ไว้ในมือ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดระทึกใจในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%