กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและกลิ่นอวลของหยาดฝนที่ยังคงเกาะกะอยู่ตามบานกระจกหน้าต่าง ทำให้ค่ำคืนนี้ในเรือนศิลาดูแคบลงถนัดตา เมื่อคนตัวสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มเลือกที่จะยืนขวางกั้นทางออกเดียวที่มีไว้ทั้งหมด
รินถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้สักโบราณ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยเป็นระลอก แต่ดวงตากลมโตกลับไม่ได้มองหาทางหนีทีไล่ เธอกำลังจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่คมที่มักจะซ่อนคมมีดไว้หลังม่านความเยียบเย็นเสมอ แต่วันนี้... มันกลับมีเงาบางอย่างไหววูบคล้ายคนกำลังจะจมน้ำ
"คุณเสียสติไปแล้วหรือศิลา" เสียงของเธอรักษาระดับความเรียบเฉยไว้ได้ยากเต็มที เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายเอื้อมมาแตะลงบนกรอบหน้าอย่างถือวิสาสะ "ข้างนอกนั่น... คุณหญิงรดากำลังส่งคนพลิกแผ่นดินหาตัวเรา และคุณ... คุณกำลังบอกให้ฉันอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ?"
"ใช่ครับ"
คำตอบสั้นๆ ห้วนๆ แต่กลับหนักแน่นจนน่ากลัว ศิลาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้ม ร่างสูงไม่ได้ถอยห่างแม้รินจะแสดงท่าทีต่อต้านด้วยการเอียงหน้าหนี
"คุณก็รู้ว่าตระกูลนี้มันเน่าเฟะแค่ไหน คำสาปที่คุณแบกรับ รอยแผลเป็นที่หลังของคุณ หรือแม้กระทั่งความลับในห้องใต้ดินนั่น ทุกอย่างมันคือยาพิษ! และคุณกำลังขอให้ฉันดื่มมันเข้าไปพร้อมกับคุณเนี่ยนะ?" รินเงยหน้าขึ้นสบตา ปากเก่งๆ เริ่มสั่นระริกด้วยความอัดอั้น ไม่ใช่เพราะกลัวอันตราย แต่เป็นเพราะความดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผลของคนตรงหน้ากำลังทำให้หัวใจเธอกลัว... กลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนยวบยาบลงไปจริงๆ
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เปลือกตาคมกริบปิดลงชั่วพริบตาก่อนจะลืมขึ้นมาสบตากับเธออีกครั้ง แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของเธอ ชัดเจน ชิดใกล้ และโหยหาจนน่าใจหาย
"ผมไม่ได้ขอให้คุณมาดื่มยาพิษกับผม..." ศิลาขยับเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ฝ่ามือใหญ่เลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ "แต่ผมกำลังบอกว่า... ต่อให้โลกล่มสลาย ต่อให้คุณหญิงรดาลากผมลงไปในนรกขุมที่ลึกที่สุด ผมก็ต้องการให้คุณอยู่ตรงนี้ อยู่ในอ้อมแขนของผม... ริน"
น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นทุ้มนุ่มและเว้าวอนในประโยคหลัง ทำเอาเกราะป้องกันทุกชั้นของรินพังทลายลงในพริบตา มันไม่ใช่คำสั่ง ไม่ใช่การบังคับขู่เข็ญ แต่เป็นคำขอร้องจากผู้ชายที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลกคนหนึ่ง
"คุณมันบ้า..." รินพึมพำเสียงสั่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงนาฬิกาโบราณที่มุมห้อง เธอยกมือขึ้นหมายจะผลักไสแผ่นอกกว้าง แต่ปลายนิ้วกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของเขาที่เต้นรัวเร็วไม่แพ้กัน "ถ้าฉันอยู่... คุณก็รู้ว่าเราจะต้องเจอกับอะไรบ้าง"
"ผมรู้ครับ" ศิลาตอบรับทันทีโดยไม่ต้องคิด ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดี "แต่ถ้าแลกกับการที่ผมไม่ต้องตื่นมาพบกับความว่างเปล่า... การตายในอ้อมกอดของคุณ มันก็งดงามมากพอแล้วล่ะครับ"
ประโยคสุดท้ายกระซิบชิดริมหู พร้อมกับสัมผัสอุ่นร้อนที่กดจูบลงบนขมับบางอย่างแผ่วเบา ความเงียบงันเข้าปกคลุมรอบตัวเราอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด หากแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ร้อนรุ่มและอันตราย รินหลับตาลงรับสัมผัสจากคนตัวโต ปล่อยให้ความอบอุ่นนี้เข้ามาแทนที่ความหวาดระแวงทั้งหมด โดยไม่รู้เลยว่า... เวลาของความสุขมักจะสั้นเสมอ
เพล้ง!
เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังแตกกระจายดังสนั่นพร้อมกับเศษแก้วที่กระเด็นว่อนทั่วห้อง แรงลมพายุยามค่ำคืนพัดกรรโชกเข้ามาจนม่านสีเข้มปลิวสะบัด ศิลาผลักรินไปหลบด้านหลังตามสัญชาตญาณพร้อมกับชักอาวุธในเสื้อสูทรวดเร็ว ทว่าก่อนที่ใครจะได้ตั้งตัว เงาร่างสีดำทะมึนสามร่างก็พุ่งทะยานผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องมืดทึบ
แสงไฟฉายสาดส่องเข้ากระทบใบหน้าของหนึ่งในผู้มาเยือน และทำให้รินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด
"ไม่ต้องเสียเวลาหาหรอกศิลา..." เสียงแหบพร่าเย็นเยียบของคุณหญิงรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางเงาดำ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก "เพราะต่อจากนี้... แกจะไม่มีวันได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีกเลย"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดระทึกใจในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 27
ความเจ็บปวดที่งดงาม
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!