กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 24

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นจาง ๆ ของอัลมอนด์ผสมยาพิษไร้สีไร้กลิ่น ลอยวนอยู่ปลายจมูกของผมตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่ฝาแก้วคริสตัลถูกเปิดออก มันไม่ใช่ความบังเอิญที่รสชาติของบรั่นดีในคืนนี้จะผิดเพี้ยนไปจากเดิม และยิ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่สายตาฝ้าฟางแต่แฝงแววเจ้าเล่ห์ของคุณหญิงรดา จะเหลือบมองมาทางเราเป็นระยะจากมุมห้องโถงใหญ่ "คุณกำลังทำหน้าเหมือนเจอผีนะริน" เสียงทุ้มต่ำของศิลาดังขึ้นชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปัดผ่านเส้นผมของผมจนขนลุกชัน ทว่ามือหนากลับคว้าข้อมือผมไว้แน่น ดึงให้ทรุดตัวลงนั่งเคียงข้างบนโซฟากำมะหยี่สีเขียวเข้ม ท่าทางของเขาดูคุกคามและอันตรายในสายตาคนนอก แต่ปลายนิ้วที่แตะลงบนฝ่ามือผมกลับกำลังลากไล้เป็นรหัสลับที่ตกลงกันไว้—สามครั้งสั้น สองครั้งยาว แปลว่า *'เล่นตามน้ำ'* ผมเหลือบตามองแก้วในมือที่ส่งกลิ่นประหลาด ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษพอกันให้ชายหนุ่มด้านข้าง "เปล่าสักหน่อยครับ... แค่กำลังคิดว่า คืนนี้เรารusคิวแผนสนุก ๆ ได้เร็วกว่าที่คิดต่างหาก" ผมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน ทว่าสายตากลับจดจ้องไปยังร่างท้วมของคุณหญิงรดาที่กำลังยกแก้วไวน์ขึ้นจิบด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ในบ้านหลังนี้ ไม่มีใครบริสุทธิ์ผุดผ่อง และไม่มีใครไว้ใจได้ ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ในห้องทำงานส่วนตัวที่อับชื้นกลิ่นหนังสือเก่า ศิลาเป็นคนสังเกตเห็นความผิดปกติก่อน กลิ่นสารเคมีชนิดเดียวกับที่เคยคร่าชีวิตบิดาของเขาถูกแต้มไว้ที่ขอบแก้วเครื่องดื่มต้อนรับ แผนการลวงจึงถูกร่างขึ้นอย่างเร่งรีบในความมืด โดยมีเป้าหมายเพื่อกระชากหน้ากากคนที่แอบซ่อนพิษร้ายไว้ใต้ร่มเงาของตระกูล และตอนนี้เหยื่อกำลังเดินเข้ากรงอย่างงดงาม "ดื่มสิครับ... ริน" ศิลาจงใจเอ่ยชื่อผมด้วยน้ำเสียงออดอ้อนที่ขัดกับบุคลิกนิ่งขรึมโดยสิ้นเชิง เขายื่นแก้วในมือของผมไปจ่อที่ริมฝีปาก สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองมาด้วยความหมายลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก—ระหว่างความคลั่งรักกับความเด็ดเดี่ยวในการเอาคืน "ถ้าคุณชายคะยั้นคะยอขนาดนี้ ผมจะปฏิเสธได้อย่างไรล่ะครับ" ผมหัวسเราะในลำคอ ปลายเลิฟแกล้งแตะสัมผัสกับปลายนิ้วของเขา ก่อนจะทำทีเป็นยกแก้วขึ้นดื่มโดยไม่ให้ของเหลวไหลผ่านลำคอแม้แต่หยดเดียว เทคนิคการซ่อนน้ำไว้ใต้ลิ้นแล้วแกล้งทำเป็นสำลักถูกนำมาใช้ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากแตะขอบแก้ว "แค๊ก...!" ผมแสร้งไอออกมาเสียงดัง ทรุดตัวลงซบกับไหล่กว้างของศิลา แก้วคริสตัลร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมหนานุ่มจนแตกกระจาย ของเหลวสีอำพันไหลนองเป็นวงกว้าง กลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ผสมสารพิษตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ เสียงเพลงบรรเลงจากแผ่นเสียงโบราณพลอยเงียบตามไปด้วย สายตาทุกคู่พุ่งเป้ามาที่เราสองคนโดยเฉพาะเงาร่างหนึ่งที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาฝั่งตรงข้าม—คุณหญิงรดากำลังก้าวเท้าเข้ามาด้วยสีหน้าตกใจที่เสแสร้งได้อย่างแนบเนียนที่สุดในโลก "ตายจริง! เกิดอะไรขึ้นคะคุณศิลา ทำไมคุณรินถึง..." "นั่นสิครับคุณอา ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไม..." ศิลาค่อย ๆ ประคองร่างของผมให้พิงพนักโซฟาอย่างระมัดระวัง ดวงตาคมกริบที่เคยมีความอบอุ่นเจืออยู่เมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาไร้ก้นบึ้งจนน่ากลัว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูงสง่าและกดดันจนผู้สูงอายุอย่างคุณหญิงรดาต้องผถายถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "คุณศิลา... มองหน้าอาแบบนั้นหมายความว่ายังไงคะ?" คุณหญิงรดาปรับเสียงให้สั่นเครือเล็กน้อยเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสารจากบรรดาคนรับใช้ที่ยืนอออกันอยู่หน้าประตู "หมายความว่าอะไร อาคงรู้ดีแก่ใจที่สุด" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "ยาพิษชนิดเดียวกับที่ใช้อำนาจมืดฆ่าพ่อผมเมื่อสี่ปีก่อน ตอนนี้มันเพิ่งหกเลอะพื้นตรงหน้าคุณนี่เอง... สนุกมากไหมครับกับการเล่นบทผู้มีพระคุณ ทั้งที่เบื้องหลังคอยลอบกัดคนในบ้านหลังนี้มาตลอด" "เหลวไหล! คุณกำลังกล่าวหาอา!" คุณหญิงรดาเสียงดังกลบเกลื่อน ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยแดงก่ำด้วยความโกรธจัด "หลักฐานก็ไม่มี อยู่ ๆ จะมาปรักปรูดกันเฉย ๆ ได้ยังไง!" "หลักฐานเหรอครับ?" ผมที่แกล้งทำเป็นหมดสติอยู่บนโซฟาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ขยับตัวลุกขึ้นนั่งช้า ๆ ปัดเศษแก้วที่ติดอยู่ตามชายเสื้อออกอย่างไร้ความกังวล รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของผม ความเจ็บป่วยเมื่อครู่เป็นเพียงละครฉากใหญ่ที่เราสองคนร่วมกันกำกับ "ผมไม่ได้กลืนมันลงไปสักหยดเดียวครับ คุณหญิงรดา" ผมเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "และถ้าคุณอาอยากได้หลักฐานนัก... แก้วใบที่วางอยู่บนถาดเงินในครัว ที่คุณอาเป็นคนสั่งให้เด็กรับใช้เอาออกมาเมื่อสี่นาทีที่แล้ว น่าจะยังมีรอยนิ้วมือของคุณอาประทับไว้อย่างชัดเจนนะครับ" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น ร่างของคุณหญิงรดาสั่นสะท้อนด้วยความโกรธและตกใจ เธอกวาดสายตามองหน้าผมสลับกับศิลาด้วยความอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะกัดฟันกรอด "พวกแก... วางแผนตลบหลังฉัน!" "เขาเรียกว่า 'แผนซ้อนแผน' ต่างหากครับคุณอา" ศิลาขยับเข้าไปประชิดร่างของผม วงแขนแข็งแรงโอบเอวผมไว้หลวม ๆ แสดงความเป็นเจ้าandอย่างโจ่งแจ้งในสถานการณ์วิกฤต "และเกมนี้... คนที่จะต้องออกไปจากบ้านหลังนี้ไม่ใช่ผม แต่เป็นคุณ" ทว่า ในวินาทีที่ชัยชนะกำลังจะตกเป็นของเรา เสียงปรบมือดังแปะ ๆ ก็แว่วมาจากความมืดตรงทางเดินมืดทึบหลังเสาโรมัน ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวออกมาจากเงาสลัว รอยยิ้มเยnเยียบที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาแต่คุ้นตา ทำให้ผมและศิลาต้องชะงักกึก "ยอดเยี่ยมมากครับ... พี่ศิลา, คุณริน ไม่นึกเลยว่าจะแสดงละครได้แนบเนียนขนาดนี้" ศิวะ... น้องชายต่างมารดาของศิลา ที่ควรจะอยู่ที่ต่างประเทศในเวลานี้ ยืนถือแก้วไวน์แกว่งไปมาอย่างใจเย็น พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้สันหลังของผมเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ "แก..." ศิลาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน "เซอร์ไพรส์ไหมครับ?" ศิวะยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสสีเข้มคู่นั้นกวาดมองเราสองคนด้วยความกระหายใคร่รู้ "เกมเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหากล่ะครับ... เพราะคนที่วางยาจริง ๆ ไม่ใช่คุณป้าสักหน่อย" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดระทึกใจในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%