ความมืดสนิทภายในห้องนอนใหญ่ถูกขับเน้นให้ดูน่าหวาดหวั่นยิ่งขึ้นด้วยเสียงโลหะกระทบกันแผ่วเบาจากลูกบิดประตูด้านนอก รินแทบไม่กล้าหายใจ แรงบีบที่ข้อมือจากศิลากระชับแน่นจนแทบไร้อากาศแทรกผ่าน แผ่นอกกว้างที่เธอถูกดึงเข้าไปซ่อนอยู่ไหวสะขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่ควบคุมอย่างยากลำบาก เขากำลังปกป้องเธอ... หรือกำลังซ่อนความลับบางอย่างจากผู้ที่กำลังจะก้าวเข้ามากันแน่?
*คลิก*
เสียงกลอนประตูด้านนอกดีดตัวออกพร้อมกับแสงไฟสลัวจากโถงทางเดินที่สาดส่องลอดผ่านช่องว่างเข้ามา ศิลาไม่รอช้า เขารวบเอวบางของรินเข้าหาตัวด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ ก่อนจะพาเธอถอยร่นไปหลบหลังผ้าม่านกำมะหยี่สีเลือดหมูเนื้อหนาที่ทิ้งตัวลงคลุมผนังด้านทิศตะวันตก ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ข้างใบหู พร้อมกับเสียงกระซิบต่ำพร่าที่ชวนให้ขนลุกซู่
"เงียบซะ... ถ้าไม่อยากตาย"
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปากร้ายๆ ของเธอเกือบจะเอ่ยคำด่าทอสวนกลับไปแล้ว หากไม่ใช่เพราะมือหนาอีกข้างเอื้อมมาปิดเรียวปากอิ่มของเธอไว้สนิท ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ และความเย็นเฉียบจากผิวหนังของเขาผสมผสานกันจนกลายเป็นเสน่ห์เย้ายวนที่เธอเกลียดนักที่เธอดันเผลอใจสั่นตาม
แกร็ก...
ประตูห้องเปิดอ้ากว้างขึ้น ร่างเงาสูงโปร่งของคุณหญิงรดาก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นไม้ดังเป็นจังหวะ ผู้หญิงคนนั้นหยุดยืนอยู่กลางห้อง กวาดสายตามองไปรอบๆ ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมจนแทบได้ยินเสียงหัวใจของรินที่เต้นกระหน่ำรัวราวดรัมแมชชีน
"แปลกจริง... ฉันมั่นใจว่าได้ยินเสียงคนอยู่ในนี้" เสียงแหบต่ำของคุณหญิงรดาเอ่ยขึ้นลอยๆ เต็มไปด้วยความระแวง ก่อนที่ฝีเท้าคู่นั้นจะค่อยๆ เดินตรงมาทางมุมห้อง—ตรงที่ผ้าม่านกำมะหยี่สีเลือดหมูผืนนี้ซ่อนร่างของพวกเขาสองคนไว้อยู่!
รินเกร็งตัวแข็งทื่อ เธอมองผ่านรอยแยกของผ้าม่านออกไป เห็นเงาร่างของคุณหญิงรดาหยุดยืนอยู่ห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่ก้าว ปลายเลิฟวี่ที่เคลือบยาทาเล็บสีแดงสดเอื้อมมือออกหมายจะกระชากผ้าม่านให้เปิดออก
ในวินาทีเป็นตายนั้น ศิลาขยับตัวอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี เขาใช้ร่างสูงใหญ่ของตนเองบังรินไว้มิดชิด มือแกร่งคว้าเข้าที่ชายผ้าม่านพร้อมกับพลิกตัวเอี้ยวหลบอย่างแนบเนียน พร้อมกันนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของคุณหญิงรดาก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายความเงียบ ขัดจังหวะการค้นหาพอดิบพอดี
คุณหญิงรดาชะงัก ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสายแล้วเดินก้าวออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูกระแทกเสียงดังลั่น
*ปัง!*
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่บรรยากาศในห้องกลับร้อนระอุขึ้นอย่างประหลาด รินรีบผลักอกแกร่งออกทันทีเมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิงให้กลับเข้าร่าง
"คุณนี่มัน... บ้าชัดๆ!" รินกระซิบลอดไรฟันด้วยความโมโห ดวงตากลมโตตวัดมองคนตัวสูงที่ยืนนิ่งสนิท "ถ้าคุณหญิงเข้ามาเจอเราเข้าจริงๆ คุณจะอธิบายว่ายังไงฮึ? หรือว่าคุณจงใจอยากให้ฉันตกเป็นข่าวฉาวในบ้านหลังนี้กันแน่ คุณชายศิลา"
ศิลาไม่ได้โต้เถียง หรือตอกกลับด้วยคำพูดเยยะหยันอย่างเคย ดวงตาคมกริบภายใต้ความมืดสลัวจ้องมองเธอนิ่งสนิท ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ลุ่มลึกและยากจะคาดเดา เขายกมือขึ้นเสยผมสีดำสนิทที่ปรกลงมาampปรกหน้าผากอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีเข้มอย่างไร้เรี่ยวแรง
รินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ สัญชาตญาณเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติ "นี่... เป็นอะไรไป หรือว่าแผลที่แขนคุณ..."
"อย่าเข้าใกล้ผม..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือน ห้วนสั้น และเต็มไปด้วยความทรมานที่ถูกกดทับไว้ ศิลายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวของตนเองออกทีละเม็ดอย่างไร้ความปรานี เม็ดเหงื่อผุดพรายซึมตามไรผมและกรอบหน้าคมคาย ผิวเนื้อใต้ร่มผ้าที่เคยถูกบดบังบัดนี้เริ่มเผยให้เห็นเด่นชัดขึ้นท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา
รินยืนนิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกكَลงไปอยู่ที่ขั้วหัวใจ ภาพตรงหน้าทำให้เธอลืมบทสนทนาโต้เถียงเมื่อครู่ไปจนสิ้น
บริเวณแผงอกด้านซ้ายของศิลา—ใกล้กับตำแหน่งหัวใจที่กำลังเต้นเร่า—มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัวปรากฏอยู่ รอยแผลนั้นไม่ได้เกิดจากคมมีดหรือไฟไหม้ทั่วไป แต่มันมีลักษณะเป็นรอยประทับของลวดลายโบราณที่บิดเบี้ยวราวกับอักขระประหลาด เส้นสายสีดำคล้ำแผ่ขยายรากฝอยออกไปทั่วบริเวณผิวหนังราวกับรอยแตกของแผ่นดินที่แห้งแล้ง และที่น่ากลัวที่สุดคือ... รอยแผลนั้นกำลังเปล่งแสงเรืองรองสีแดงระเรื่อออกมาจางๆ ราวกับมีชีวิต!
"นี่มัน... อะไรกัน..." รินพึมพำออกมาด้วยความตกตะลึง เธอก้าวเท้าเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมออกไปหมายจะแตะต้องรอยแผลประหลาดนั้น "คุณ... ไปโดนอะไรมาทำไมถึงมีรอยแผลแบบนี้..."
ศิลาคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทันก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสโดนผิวเนื้อของเขา แรงบีบไม่ได้รุนแรงเหมือนก่อนหน้านี้ แต่มันสั่นเทา... ผู้ชายที่หยิ่งผยองและเยือกเย็นคนนั้นกำลังสั่นเทา!
เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความดุดันบัดนี้ฉายแววเจ็บปวดและหวาดกลัว—ความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อนในชีวิต
"ผมบอกแล้วว่า... อย่าอยากรู้อะไรเกี่ยวกับตัวผมให้มากนักเลย ริน" เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ "ยิ่งเธอเข้าใกล้ผมมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเข้าใกล้ความตายมากเท่านั้น..."
รินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความสงสารและความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอด เธอดึงข้อมือกลับเล็กน้อยก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาด้วยความดื้อรั้นที่เป็นเอกลักษณ์
"ความตายเหรอ? คิดว่าฉันกลัวรึไงศิลา..." รินเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังจนคนฟังต้องชะงัก "คนอย่างรินไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น... โดยเฉพาะเรื่องที่คนอื่นพยายามจะปิดบัง!"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและเคมีระหว่างคนทั้งสองกำลังพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับเสียงหวานใสคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามาจากหน้าห้อง
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
"พี่ศิลาคะ! เปิดประตูให้หนูหน่อยค่ะ หนูรู้ว่าพี่อยู่ในนั้น... แล้วมีข่าวลือว่าผู้หญิงคนนั้นก็อยู่กับพี่ด้วยใช่ไหมคะ!"
เสียงของ "พิมพ์ดาว" บุตรสาวของคุณหญิงรดา—คู่หมั้นหมายที่ตระกูลจัดเตรียมไว้ให้—ดังขึ้นพร้อมกับเสียงพยายามหมุนลูกบิดประตูอีกครั้งอย่างรุนแรง
ศิลาเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย เขาก้มมองรินที่ยืนตัวแข็งอยู่ตรงหน้า ก่อนที่ประตูห้องนอนจะถูกกระชากเปิดผางออกด้วยกุญแจสำรองอีกดอกในมือของพิมพ์ดาวที่ยืนจังก้าอยู่ตรงกรอบประตู พร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาเผยให้เห็นภาพเขาทั้งสองคนยืนประชิดกันในระยะประชิดอย่างไร้ข้อแก้ตัว!
ขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามที่มีให้กันเสมอนะครับ
กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 5
รอยแผลที่หน้าอก
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!