แรงดึงจากข้อมือหนาของศิลารุนแรงเสียจนรินเซถลาตามมาติดๆ พื้นไม้สักเก่าแก่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดใต้ฝ่าเท้า คล้ายเสียงกรีดร้องของบ้านหลังใหญ่ที่กำลังพยายามเตือนภัยบางอย่าง ความมืดมิดในโถงทางเดินชั้นสองยามวิกาลถูกฉีกกระชากด้วยแสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือที่ศิลาถือไว้ด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้าง... ไม่เคยยอมปล่อยข้อมือของเธอเลยแม้แต่น้อย
"คุณจะลากฉันไปไหน! บอกให้หยุดไงเล่า!" รินตวัดเสียงกระซิบลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด ขณะที่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมคราม ไม่ใช่เพราะความกลัวผีสางตามคำขู่ แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของคนที่ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเธอต่างหาก
ศิลาไม่ตอบ เขาก้าวเดินด้วยฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงจนน่าประหลาด ทั้งที่รอบด้านแทบมองไม่เห็นอะไรนอกจากเงาทึบของเฟอร์นิเจอร์โบราณ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานทึบสุดทางเดิน—ห้องทำงานส่วนตัวที่เขาเคยสั่งห้ามเธอย่างกรายเข้าไปเด็ดขาด
กริ๊ก!
เสียงปลดล็อกกลอนประตูด้วยกุญแจดอกเล็กที่เขาหยิบมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างไร้รอยต่อดังขึ้นอย่างรวดเร็ว ศิลาผลักรินเข้าไปด้านในก่อนจะก้าวตามแล้วปิดประตูล็อคกลอนลงกลอนแน่นหนาราวกับกำลังหนีตายจากกองทัพอสูร
"นี่คุณ เสียสติไปแล้วหรือไง ถึงได้..." รินหันมาเตรียมจะวีนใส่เต็มที่ แต่ปลายนิ้วแกร่งของศิลากลับทาบลงบนริมฝีปากของเธอเสียก่อน
กึก... ลลมหายใจของรินสะดุดกักค้าง
ใบหน้าคมคายของศิลาโน้มลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบชิดกัน ดวงตาคมกริบภายใต้เงาสลัวคู่นั้นสะท้อนความตึงเครียดและประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้แก้วixทำให้ผิวเนื้อของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
"ถ้าไม่อยากให้คุณหญิงรดาจับได้ว่าคุณแอบเดินเล่นในเขตต้องห้ามยามวิกาล... ก็หุบปากแล้วยืนนิ่งๆ ซะครับ คุณริน" ศิลาเอกระซิบเสียงพร่าต่ำ ชิดริมฝีปากจนเธอรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของเสียงนั้น
รินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนวิ่งหนีผีเสียอีก กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเย้ายวนอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขากำลังละลายสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย เธออยากจะผลักเขาออกให้ห่าง แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด
ผ่านไปชั่วอึดใจใหญ่ๆ ที่ไม่มีใครยอมขยับเขยื้อน จนกระทั่งศิลาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมผละตัวออกห่างช้าๆ อย่างเสียดาย พร้อมกับกดสวิทช์ไฟโคมไฟตั้งโต๊ะ แสงสีส้มสลัวสาดส่องให้เห็นสภาพภายในห้องทำงานที่รกเรื้อไปด้วยกองหนังสือเก่าและเอกสารโบราณ
"รอดตัวไป... สำหรับคืนนี้นะครับ" ศิลาพูดเสียงเรียบ ปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาไร้ความรู้สึกได้รวดเร็วจนเธอนึกหมั่นไส้
"คุณพาฉันมาหลบเรื่องบ้าอะไรของคุณเนี่ยศิลา ฉันไม่ได้กลัวคุณหญิงอะไรนั่นหรอกนะ!" รินเชิดหน้าเถียง กลบเกลื่อนความสั่นไหวในอกด้วยการกอดอกแน่น "แล้วเสียงเมื่อกี้... เสียงอะไรที่คุณบอกว่านรกของจริงน่ะ"
ศิลายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ดูเย้ยหยันแต่แฝงความเหนื่อยล้า "คุณคิดว่าเสียงฝีเท้าที่เดินตามหลังเราเมื่อกี้... เป็นของคนเหรอครับ?"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที รินกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเธอว่าสิ่งที่ศิลาเจอ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
"คุณหมายความว่า..."
"ชูส์..." ศ่ายนิ้วชี้แตะปากตัวเองอีกครั้ง สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจัง ดวงตาคมมองทะลุผ่านประตูห้องออกไปยังโถงทางเดินมืดมิดด้านนอก "เงี่ยหูฟังให้ดีๆ สิครับ... เสียงนั้นมันเริ่มบรรเลงอีกแล้ว"
รินนิ่งงั้น สมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ เมื่อโสตประสาทของเธอจับเสียงบางอย่างที่ลอยลอดผ่านรอยแยกของประตูไม้เข้ามาได้
*ตึก... ตึก... ตึก... โน้ตเพลงเปียโน*
มันไม่ใช่เสียงเดิน... แต่มันคือเสียงกดคีย์เปียโน! แผ่วเบา โหยหวน และโดดเดี่ยว ดังก้องกังวานมาจาก "ห้องโถงใหญ่ชั้นล่าง" ที่ควรจะถูกปิดตายและไม่มีใครเหยียบย่างมานานนับปี
เพลงบรรเลงช้าๆ แต่ทรงพลังด้วยความโศกเศร้า ราวกับมีใครบางคนกำลังนั่งบรรเลงมันด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา ท่ามกลางความมืดมิดและไร้ซึ่งแสงเทียน
รินหันขวับมามองหน้าศิลา ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "ไหนคุณบอกว่าไม่มีใครเล่นเปียโนตัวนั้นตั้งแต่คุณย่าเสียแล้วไง!"
"ผมไม่ได้โกหกคุณครับ..." ศิลาตอบเสียงเย็นเยียบ แววตาไหววูบด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น "และที่แย่กว่านั้นคือ... เปียโนหลังนั้นถูกตัดสายโซ่และล็อกกุญแจเหล็กหนาเตอะไว้โดยคำสั่งของคุณหญิงรดา ตั้งแต่คืนวันที่เกิดเรื่องอุบัติเหตุสยองขวัญครั้งนั้นแล้ว"
ขนอ่อนทั่วร่างของรินลุกชันขึ้นพร้อมกัน ความหนาวยะเยือกแล่นริ้วจากไขสันหลังขึ้นมาถึงท้ายทอย เมื่อจังหวะเพลงเปียโนด้านล่างเริ่มบรรเลงเร็วขึ้นเรื่อยๆ คล้ายเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของวิญญาณร้ายที่กำลังรอคอยเหยื่อมาติดบ่วง
ปัง!
เสียงประตูด้านนอกห้องทำงานถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังก้าวขึ้นบันไดตรงดิ่งมายังชั้นนี้ เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าประตูห้องที่พวกเขากำลังยืนอยู่... ก่อนที่เสียงเคาะสามครั้งจะดังขึ้นอย่างเชื่องช้าและน่าสะพรึงกลัว
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
"ศิลา... เปิดประตูให้แม่เดี๋ยวนี้" เสียงแหบพร่าของผู้หญิงคนหนึ่งดังลอดเข้ามาจากด้านนอก สั่งการด้วยอำนาจเด็ดขาด "ฉันรู้ว่าแกแอบพาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาซ่อนอยู่ในนี้... และแกก็รู้ว่าบทลงโทษของคนที่ฝ่าฝืนกฎของตระกูล... มันคืออะไร!"
ศิลาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันราวกับสัตว์ป่าที่จนตรอก เขากวาดตามองรินที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกาย ก่อนจะตัดสินใจคว้าข้อมือเธอแล้วดึงเข้าไปซ่อนไว้ด้านหลังแผ่นอกกว้างของตนเองในเสี้ยววินาทีที่กลอนประตูกำลังถูกหมุนเปิดออกด้วยกุญแจสำรองจากด้านนอก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความระทึกนี้นะครับ
กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 4
เสียงแปลกๆ กลางดึก
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!