กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 6

ความลับในห้องสมุด

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กุญแจสำรองในมือของพิมพ์ดาวกระทบกับวงกอบประตูเสียงดัง *กริ๊ก* ชวนประสาทเสีย ท่ามกลางบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยไอร้อนจากร่างกายของศิลาและตัวผมเองที่ยังยืนประชิดกันในระยะอันตราย สายตาดุดันของพิมพ์ดาวกวาดมองสภาพความชุลมุนตรงหน้าอย่างจับผิด ดวงตาคู่คมกริบใต้ขนตางอนหนานั้นฉายแววเยาะหยันชัดเจน เธอไม่ได้ตกใจเลยสักนิดกับการที่เราสองคนยืนแนบชิดกันในห้องนอนยามวิกาลแบบนี้ ราวกับว่านี่คือฉากละครที่เธอคาดเดาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... คุณศิลายังมีอารมณ์มาต้อนรับแขกแปลกหน้าถึงห้องนอนส่วนตัวเชียวหรือคะ?" พิมพ์ดาวเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่จงใจเน้นคำว่า 'แขกแปลกหน้า' ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคู่คู่นั้นหันมาจ้องผมด้วยรังสีอำมหิตที่ปิดไม่มิด "ส่วนคุณรินก็นี่... เดินละเมอเก่งเสียจริง จากห้องรับแขกมาถึงปีกตึกตะวันตกนี่หลงทางเก่งขนาดนี้เชียวหรือครับ ถึงได้มาโผล่อยู่ใต้ร่างของคุณศิลาได้" ผมกัดฟันกรอด ขยับตัวถอยหลังออกจากวงแขนแข็งแกร่งของศิลาอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัว แต่ข้อมือหนากลับไว1ก้าว เขาคว้าข้อมือผมไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเด็ดขาดพอที่จะตรึงผมไม่ให้ขยับหนีไปไหน ศิลาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด เขายังคงยืนค้ำหัวผมอยู่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาสีดำสนิทคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นอย่างอันตรายเมื่อมองข้ามหัวผมไปสบตากับพิมพ์ดาว "เรื่องส่วนตัวของผม... คงไม่ต้องมารายงานให้คุณพิมพ์ดาวทราบกระมังครับ" เสียงทุ้มต่ำรื่นหูแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น ศิลาปรายตามองพิมพ์ดาวด้วยความหงุดหงิดระคนรังเกียจ "แล้วใครอนุญาตให้คุณใช้กุญแจสำรองไขเข้ามาในห้องนอนของผม... มารยาทของตระกูลวรโชติคงไม่ได้สอนสินะ ว่าการบุกรุกห้องคนอื่นมันเสียมารยาทขนาดไหน" พิมพ์ดาวแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าของเธอไม่ได้สะทกสะทะต่อคำพูดเชือดเฉือนนั้นเลย เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า "ดิฉันก็แค่วิตกกังวลแทนคุณหญิงรดาค่ะ..." เธอจงใจลากเสียงยาว "ท่านกลัวว่าจะมีขโมยแมวขโมยขโมยเข้ามารื้อค้นเอกสารสำคัญในคฤหาสน์หลังนี้ เพราะช่วงนี้ยิ่งมีพวก 'หนูสกปรก' แอบเข้ามาสอดรู้สอดเห็นเรื่องของตระกูลศิลาอยู่บ่อยๆ ดิฉันก็เลยต้องเดินตรวจตราความเรียบร้อยเสียหน่อย... ไม่นึกเลยว่าจะบังเอิญมาเจอ 'แมวขโมยตัวจริง' กำลังติดจั่นอยู่กับเจ้าของบ้านพอดี" คำพูดเหน็บแนมนั้นทำเอาต่อมความอดทนของผมกระตุกวาบ ผมสะบัดข้อมือจากการเกาะกุมของศิลาอย่างแรงจนหลุดเป็นอิสระ ก่อนจะก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับพิมพ์ดาวโดยตรง ดวงตาของผมหรี่ลงอย่างจับผิด "ปากดีไม่เบานี่ครับคุณพิมพ์ดาว..." ผมยิ้มมุมปาก ส่งยิ้มเย็นเยียบที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคืนให้เธอ "คำก็หนูสกปรก สองก็แมวขโมย... ระวังตัวไว้หน่อยเถอะครับ คนที่เที่ยวใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นลับหลัง วันดีคืนดีความลับดำมืดที่ปิดบังไว้อาจจะเน่าเฟะจนโชยกลิ่นออกมาเตะจมูกตัวเองเข้าสักวัน" รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของพิมพ์ดาวชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอกัดริมฝีปากแน่นจนเป็นรอยขาว ก่อนจะหันไปฟ้องศิลาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "คุณศิลาค่ะ! ดูปากคอเราะร้ายของแขกที่คุณพาเข้ามาสิคะ กล้าดียังไงมาพูดจาต่ำทรามใส่ดิฉันในบ้านหลังนี้!" "คนที่ต่ำทรามและน่ารำคาญที่สุดในตอนนี้... คือคุณพิมพ์ดาวต่างหาก" ศิลาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาไร้เยื่อใยสิ้นเชิง เขาก้าวเข้ามาประชิดแผ่นหลังผมโดยไม่ให้ตั้งตัว ฝ่ามือใหญ่แตะลงบนเอวผมเบาๆ เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้ง สายตาที่เขามองพิมพ์ดาวรากับจะกินเลือดกินเนื้อ "ออกไปจากห้องของผมซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วสั่งให้คนลากคุณออกไปจริงๆ" พิมพ์ดาวเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอรู้ดีว่าไม่มีทางเอาชนะศิลาได้ในเวลาที่เขาอารมณ์เสียแบบนี้ เธอจึงทำได้แค่ปาถองสายตาอาฆาตมาดร้ายมาที่ผมเต็มแรง "ฝากไว้ก่อนเถอะคุณริน... คนที่แอบรู้อดีตที่เน่าเฟะของตระกูลนี้ มักจะอายุไม่ยืนหรอกนะจำไว้!" สิ้นคำพูดนั้น พิมพ์ดาวก็สะบัดหน้าพรืด หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้อง พร้อมกับกระชากประตูให้ปิดดังปังจนผนังห้องสะเทือน ความเงียบงันกลับมาโรยตัวปกคลุมห้องนอนกว้างอีกครั้ง ไอร้อนจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ในบรรยากาศ ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา หัวใจยังคงเต้นโครมครามไม่ใช่เพราะความกลัวพิมพ์ดาว แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างผมกับผู้ชายที่ยืนซ้อนหลังอยู่ตอนนี้มันใกล้จนเกินไป ศิลาโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายอยู่ห่างจากใบหูผมเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงต้นคอจนขนลุกซู่ "เก่งนักนะ... ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ไปเอาความกล้ามาจากไหนฮึ?" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นชิดริมหู น้ำเสียงของเขามเจือแววเอ็นดูกึ่งคาดโทษ "รู้ตัวไหมว่าเธอกำลังเล่นกับไฟอยู่... ยัยตัวแสบ" ผมเอี้ยวคอหลบเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่วายส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ "ปล่อยผมได้แล้วครับคุณศิลา เลิกฉวยโอกาสสักทีเถอะ" "ฉันฉวยโอกาสตรงไหน... เมื่อกี้เธอต่างหากที่เป็นฝ่ายวิ่งเข้ามาหาฉันเอง" ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่มและมีเสน่ห์ร้ายกาจจนผมต้องเมินหน้าหนีไปทางอื่น ไม่อยากยอมรับเลยว่าเคมีบ้าๆ ระหว่างเรามันทำเอาสติกระเจิงได้ง่ายดายเหลือเกิน แต่แล้ว... สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาบานใหญ่ตรงมุมห้อง ชั้นหนังสือบิวต์อินที่อยู่ติดกับผนังฝั่งตรงข้าม... รอยต่อของไม้สักทองแผ่นหนึ่งเผยอออกเล็กน้อย ผิดรูปไปจากแนวระนาบปกติ ราวกับว่ามันเพิ่งถูกกดเปิดด้วยกลไกอะไรบางอย่างเมื่อไม่นานมานี้! หัวใจของผมกระตุกวูบ สัญชาตญาณนักสืบเตือนภัยดังลั่น ปลายทางที่ผมตามหามาตลอดคืนนี้... มันอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือถึง ผมแสร้งทำเป็นขยับตัวออกห่างจากศิลาเพื่อจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ทำทีเป็นยอมจำนน "โอเคๆ ผมยอมแพ้แล้วครับคุณศิลา ดึกดื่นแบบนี้ผมง่วงแล้ว ขอตัวกลับห้องไปนอนก่อนนะครับ" ศิลาหรี่ตามองผมอย่างไม่ไว้ใจนัก "คิดจะเล่นตลกอะไรอีก ริน?" "เปล่าสักหน่อย ผมก็แค่เหนื่อย... ปล่อยผมไปนอนเถอะน่า" ผมส่งยิ้มหวานหยดที่ปลอมเปลือกที่สุดในชีวิตให้เขา ก่อนจะหมุนตัวเดินมุ่งหน้าไปทางประตูห้อง ศิลายืนกอดอกมองตามด้วยสายตาสงสัย แต่ยังไม่ได้ขยับตัวตามมา จังหวะนั้นเอง... เมื่อเดินผ่านหน้าชั้นหนังสือบิวต์อินฝั่งนั้น ผมก็แสร้งทำทีเป็นเซถลาเหมือนคนหมดแรง แล้วทิ้งน้ำหนักตัวพิงลงไปที่แผ่นไม้สักทองบานที่เผยออยู่ทันที! *คลิก!* เสียงกลไกภายในกำแพงดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับแผ่นไม้บานใหญ่ที่ยุบตัวลงและหมุนเหวี่ยงเปิดออกอัตโนมัติ เผยให้เห็นทางเดินลับทอดตัวยาวมืดสนิทลงไปเบื้องล่าง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นกระดาษโบราณโชยปะทะจมูกทันที ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบหันขวับกลับไปมองศิลาที่ยืนหน้าตึงอยู่กลางห้อง และในวินาทีนั้นเอง... ศิลากลับไม่ได้แสดงท่าทีตกใจเลยสักนิด ใบหน้าคมคายกลับเรียบเฉยราwกับคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นจ้องมองมาที่ผมด้วยประกายแสงประหลาดที่อ่านไม่ออก "รู้อะไรไหมริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะที่เขาก้าวเท้าช้าๆ เดินเข้ามาประชิดตัวผมอีกครั้ง "คนที่ชอบขุดคุ้ยความลับในอดีต... มักจะไม่เคยได้เดินกลับออกไปทางประตูเดิมสักราย" ก่อนที่ผมจะทันได้ถอยหนี ศิลาก็คว้าเอวผมกระชากเข้าไปในทางเดินลับนั้นเต็มแรง พร้อมกับที่ประตูทางเข้าด้านหลังปิดสนิทลงด้วยเสียงดังสนิท! ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาติดตามและส่งกำลังใจให้กันเสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%