"อย่านิ่งเงียบเวลาที่ผมถาม... ริน"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของศิลาไม่ได้เจือความเยียบเย็นเหมือนทุกครั้ง ตรงกันข้าม มันมีความแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อยจนคนฟังอย่างรินต้องชะงัก ปลายนิ้วที่กำลังคีบสำลีชุบแอลกอฮอล์หยุดค้างอยู่เหนือรอยแผลเหวอะหวะบริเวณหัวไหล่หนา แสงไฟสลัวจากตะเกียงโบราณในห้องลับชั้นใต้ดินสาดกระทบโครงหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ความเจ็บปวดจากการปะทะกับคนของท่านหญิงรดาเมื่อคืนก่อนกำลังทวงถามความยุติธรรมจากร่างกายของทายาทตระกูลศิลาอย่างสาสม
รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ดวงตากลมโตฉายแววความดื้อรั้นแต่นัยน์ตากลับไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวไม่อยากยอมรับ
"ถ้าคุณยังทำตัวเป็นอมนุษย์ไม่รู้จักเจ็บไม่รู้จักปวดแบบนี้ สักวันแขนข้างนี้ของคุณคงได้เน่าจนต้องตัดทิ้งจริงๆ แน่ครับ คุณชายศิลา" รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะเจือแววประชดประชัน แต่สั่นน้อยๆ จนจับพิรุธได้
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบราวกับเสือซ่อนเล็บตวัดขึ้นมองคนตรงหน้า "เป็นห่วงผมหรือไง... ปากเก่งนักนะ"
"ใครห่วงคุณ ทะลึ่งใหญ่แล้ว" รินเบี่ยงหน้าหนีเลี่ยงสายตาคู่นั้น แต่จังหวะที่สำลีสัมผัสลงบนปากแผลอีกครั้ง ศิลากลับสะดุ้งเฮือก กรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความอดทนที่พยายามเก็บซ่อนไว้พังทลายลงชั่วพริบตา
บรรยากาศในห้องแคบๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของยาสมานแผลและไอร้อนจากร่างกายของคนทั้งคู่ ระยะห่างที่แนบชิดทำให้รินได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความดิบเถื่อนเฉพาะตัวของชายหนุ่ม หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"เจ็บก็บอกสିครับ จะทนทำไม... บ้าอำนาจแล้วยังบ้าดีเดือดอีก" รินบ่นพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเปลี่ยนจากการใช้สำลีมาเป็นปลายนิ้วอุ่นๆ เกลี่ยยาทาแผลรอบปากแผลอย่างเบามือที่สุด ท่าทีเก้ๆ กังๆ แต่เต็มไปด้วยความใส่ใจนั้น ทำให้ศิลาชะงักไป
ดวงตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าเนียนใสของคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำแผลให้ด้วยความตั้งใจ เส้นผมสีดำสนิทตกลงมาเคล้าคลอข้างแก้ม ปลายจมูกรั้นรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยยามที่เจ้าตัวขัดใจกับรอยแผลที่ลึกเกินเยียวยา ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก ความเย็นชาที่ศิลาใช้ห่อหุ้มหัวใจมาตลอดหลายปี คล้ายจะถูกละลายลงทีละน้อยด้วยความอบอุ่นที่ไร้การปรุงแต่งนี้
"ทำไมถึงดื้อนัก..." ศิลาพึมพำเสียงแผ่ว มือหนาที่วางอยู่ข้างลำตัวค่อยๆ ยกขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะแตะลงที่กลุ่มผมนุ่มของรินโดยไม่ทันตั้งตัว
รินสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นสบตาขวับ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "คุณ... ทำอะไรเนี่ย"
"อยู่เฉยๆ" ศิลาสั่งเสียงเข้ม แต่แววตาที่มองกลับเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "ถ้าวันนั้นคุณไม่เอาตัวเข้ามาขวางกระสุนนั่น... ผมคงไม่ต้องมานั่งเจ็บใจตัวเองแบบนี้ ริน... คุณโง่หรือเปล่าที่เอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อคนอย่างผม"
คำพูดนั้นจี้ใจดำรินเข้าอย่างจัง จนริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น "ผมไม่ได้โง่... แค่ไม่อยากเห็นใครต้องตายต่อหน้าต่อตาอีกก็เท่านั้น"
"รวมถึงผมด้วยใช่ไหม?" ศิลาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินรดร่องแก้ม ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตาทั้งคู่ประสานกันนิ่งงัน ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหัวใจเต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกัน
รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลไม่ทันเมื่อเจอสายตาที่ร้อนแรงและลึกซึ้งของคนตรงหน้า ความปากเก่งที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่ปะปนกับความหวามไหวแปลกประหลาด
"ศิลา... คุณ..."
"ริน..." ศิลาเรียกชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและแหบพร่า ปลายนิ้วที่แตะอยู่บนเส้นผมเลื่อนลงมาเกลี่ยที่ข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลาย "ตั้งแต่วันที่คุณก้าวเข้ามาในชีวิตผม เกราะป้องกันที่ผมสร้างไว้มันพังไม่เป็นท่าเลยรู้ตัวไหม..."
รินนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความสัมพันธ์ที่เคยเย็นชาและเต็มไปด้วยการระแวงแคลงใจ บัดนี้กลับถูกรอยร้าวที่สมานเข้าหากันด้วยความเข้าใจและไออุ่นแห่งความห่วงใยหลอมละลายจนหมดสิ้น
นิ้วเรียวที่ถือหลอดยาสั่นน้อยๆ ศิลาสังเกตเห็นจึงถือวิสาสะกุมมือของรินไว้แน่น ฝ่ามือหนาที่อบอุ่นและหยาบกร้านตามประสาคนผ่านโลกโชกโชนกอบกุมมือบางไว้มั่น แรงบีบที่ส่งผ่านมาไม่ได้มีท่าทีคุกคาม แต่มันคือการประกาศความชัดเจนบางอย่างที่ทำให้รินแทบหยุดหายใจ
"ถ้าเราก้าวผ่านเรื่องของท่านหญิงรดาไปได้..." ศิลาเว้นจังหวะ ดวงตาคมกริบเป็นประกายวับวาวด้วยความมุ่งมั่นและแรงปรารถนาที่ซ่อนเร้น "ผมจะไม่มีวันปล่อยให้คุณไปจากชีวิตผมอีก... จำคำพูดของผมเอาไว้"
รินเม้มปากแน่น หัวใจไหววับด้วยความเขินอายแต่ก็ยังไม่วายส่งค้อนวงใหญ่ให้ "พูดอะไรเพ้อเจ้อ... แผลที่ไหล่ยังไม่หายดี อย่าเพิ่งมาพูดจาเลี่ยนๆ แถวนี้เลยครับ"
ศิลาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นมีเสน่ห์ร้ายกาจจนคนมองต้องหลบตา
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเคมีระหว่างคนทั้งคู่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุดนั้นเอง...
*ปัง!*
เสียงประตูลับที่ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างระหงของคุณหญิงรดาที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาคู่คมกราดมองภาพคนทั้งคู่ที่นั่งชิดติดกันบนโซฟาด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปาก
"แ하... ช่างเป็นภาพที่น่าสมเพชเสียจริง นึกว่าหนีมาตายที่ไหน ที่แท้ก็มาแอบกกกันอยู่ตรงนี้นี่เอง ศิลา... แกคิดว่ารอดพ้นมือฉันไปได้จริงๆ งั้นเหรอ?"
ศิลาผุดลุกขึ้นยืนบังร่างของรินไว้ด้านหลังทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันราศีกษัตริย์ผู้พร้อมฆ่าฟันแผ่ซ่านออกมาจากร่าง สูญสิ้นความอ่อนโยนเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
"คุณหญิง... ดูเหมือนว่าผมจะยังต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้นะครับ" ศิลาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ บรรยากาศรอบตัวกลับมาคุกรุ่นและตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในเสี้ยววินาที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและหัวใจเต้นแรงไปกับตัวละครในตอนนี้ด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 15
รอยร้าวเริ่มสมาน
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!