เสียงโลหะสะท้อนก้องกังวานในความมืด พร้อมกับประกายไฟที่วาบขึ้นเสี้ยววินาทีท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงเก่าแก่ กลิ่นอายความตายไม่ได้มาพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้อง แต่มันมาในรูปแบบของเงียบเชียบและรวดเร็วจนสัญชาตญาณการเอาตัวรอดแทบไม่ทันทำงาน
"ระวัง!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะเจือความเย็นชาในยามปกติ ตะโกนลั่นด้วยความร้อนรนจนแทบขาดใจ วินาทีนั้น รินยังไม่ทันได้ประมวลผลด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างบางถูกแรงกระชากอย่างรุนแรงจนเซถลาล้มกลิ้งไปกระแทกกับพื้นพรมหนานุ่ม
ปัง!
เสียงวัตถุบางอย่างพุ่งปักเข้ากับผนังไม้สักทองด้านหลังอย่างแม่นยำ มันคือลูกดอกอาบยาพิษสีม่วงเข้ม ปลายแหลมสั่นระริกด้วยแรงส่งที่บ่งบอกถึงเจตนาปลิดชีพอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบของรินเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อหันกลับไปมองภาพตรงหน้า หัวใจเจ้ากรรมก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ศิลาไม่ได้ผลักเธอให้พ้นวิถีทางเฉยๆ แต่เขาเอาแผ่นหลังกว้างของตัวเองบังกระแสอันตรายนั้นไว้ทั้งหมด เลือดสีแดงฉานค่อยๆ ซึมผ่านเนื้อผ้าสีเข้มบริเวณหัวไหล่ขวาอย่างรวดเร็ว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมเย็นประจำตัวของชายหนุ่มทันที
"ศิลา!"
รินอุทานเสียงหลง มือเรียวรีบคว้าแขนเขาไว้โดยสัญชาตญาณ ความปากเก่ง ทันคน และท่าทีเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ฉายชัดในดวงตาคู่สวย
"คุณ... คุณบ้าหรือเปล่า! ทำไมต้องเอาตัวมารับแทนฉันเล่า!" รินละล่ำละลักถาม เสียงสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด มือที่พยายามจะสำรวจบาดแผลสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้
ชายหนุ่มกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดพิษจากลูกดอกคงเริ่มออกฤทธิ์เร็วเกินคาด แต่กระนั้น นัยน์ตาคมดุคู่นั้นก็ยังคงจ้องมองเธอด้วยความห่วงใยระคนดุดันตามนิสัยเดิม
"ถ้าคุณเป็นอะไรไป... ผมต่างหากที่จะบ้า..." ศิลาตอบเสียงพร่าลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ใกล้ใบหู ก่อนที่ร่างหนาจะทรุดฮวบลงน้ำหนักทั้งหมดพิงมาที่ตัวเธอ รินต้องรีบใช้สองแขนโอบประคองร่างสูงไว้อย่างทุลักทุเล
ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน ทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวในจังหวะที่แทบจะเป็นอันเดียวกัน รินเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธปนความเป็นห่วงตีรวนขึ้นมาจนจุกอก เธอรู้ดีว่านี่ฝีมือใคร... คุณหญิงรดา ไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้แน่ ผู้หญิงใจอำมหิตคนนั้นต้องการกำจัดเธอให้พ้นทางมานานแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะกล้าลงมืออุกฉกรรจ์ในเขตเรือนใหญ่เช่นนี้
"อดทนไว้นะครับศิลา อย่าเพิ่งหลับตานะ!" รินเอ่ยเสียงเครือ สรรพนามที่หลุดปากออกไปอย่างลืมตัวแสดงถึงความตระหนกถึงขีดสุด เธอกวาดสายตาไปรอบห้องเพื่อหาทางหนีทีไล่ สถานการณ์ตอนนี้อันตรายเกินกว่าจะอยู่เฉยๆ
ศิลาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมปราบหรี่ลงเล็กน้อยพยายามฝืนความเจ็บปวด "เป็นห่วงผมหรือครับ... คุณริน... ปากเก่งอย่างคุณ... ไม่น่ามาเสียน้ำตาให้ผู้ชายใจร้ายอย่างผมหรอกนะ"
"ยังมีอารมณ์มาพูดเล่นอีกเหรอ! แผลถนัดขวาเลือดออกขนาดนี้ ยังจะปากดีไม่เข้าเรื่อง!" รินแหวใส่ทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า มือข้างหนึ่งพยายามกดแผลห้ามเลือดไว้แน่นจนปลายนิ้วเปื้อนคราบโลหิตสีแดงฉาด เคมีระหว่างทั้งคู่ในยามวิกฤตนี้ช่างร้อนรุนแรงและบีบคั้นหัวใจเสียจนคนอ่านแทบหยุดหายใจ
ท่ามกลางความเงียบและเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของคนเจ็บ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาทางประตูก็ดังขึ้นใกล้เรื่อยๆ
"พวกมันอยู่นั่น! ล้อมไว้ อย่าให้หนีรอดไปได้!"
เสียงตะโกนก้องของลูกน้องคุณหญิงรดาดังมาจากโถงทางเดิน ระยะห่างแค่ไม่กี่ก้าว รินหน้าถอดสี เธอกำลังจะพยุงศิลาลุกขึ้นเพื่อหาที่ซ่อน แต่ชายหนุ่มกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบแม้จะลดลงกว่าปกติแต่ก็หนักแน่นพอที่จะตรึงเธอไว้
"อย่าออกไป... ทางนั้นมีดักซุ่มอยู่" ศิสากัดฟันกระซิบข้างหู ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินรดต้นคอจนขนลุกซู้ด "ใต้พื้น... ตรงพรมเปอร์เซีย... มีทางลับอยู่ เปิดมันซะ"
รินไม่รอช้ารีบพุ่งตัวไปเปิดกลไกตามที่เขาบอก ทันทีที่แผ่นไม้ถูกยกขึ้น ความมืดและกลิ่นอับชื้นก็ตีเข้าจมูก แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว เธอกลับมาประคองร่างของศิลากระโดดลงไปในช่องลับอย่างทุลักทุเล พร้อมกับที่บานประตูด้านบนถูกถีบเปิดผางด้วยฝีมือของคนร้าย
ความมืดมิดโรยตัวลงปกคลุมทั่วทั้งอุโมงค์ใต้ดิน เสียงฝีเท้าด้านบนเดินวนเวียนอยู่เหนือหัวห่างไปเพียงไม่กี่คันฉาน รินนั่งแนบชิดติดกับแผ่นอกกว้างของศิลาในความมืด อุณหภูมิร่างกายของชายหนุ่มร้อนจัดจนน่ากลัว พิษร้ายกำลังกัดกินสติของเขาไปทีละน้อย
มือหนาที่เปื้อนเลือดเอื้อมขึ้นมาแตะแก้มเนียนของเธอเบาๆ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน ท่ามกลางความหวาดระแวงและอันตรายที่หายใจรดต้นคอ สายตาของศิลาที่มองมายังคงเต็มไปด้วยความคลั่งรักและหวงแหนอย่างปิดไม่มิด
"จำไว้... ต่อให้ผมตาย... ผมก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องคุณเด็ดขาด..." ศิลาสบถเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่นในความรู้สึก
รินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก เธอกำลังจะอ้าปากเอ็ดเขาที่พูดจาเป็นลาง แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียงใดๆ แสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องลอดรอยแยกของแผ่นไม้กระดานด้านบนลงมาตรงจุดที่พวกเขานั่งอยู่พอดี พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่หยุดนิ่งสนิทตรงเหนือศีรษะของพวกเขาอย่างพอดิบพอดี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและหัวใจเต้นแรงไปกับตัวละครในตอนนี้ด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 14
ปกป้องเธอด้วยชีวิต
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!