"คุณศิลา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องลับใต้ดิน... ถูกแฮกและเผยแพร่ไปทั่วอินเทอร์เน็ตแล้วครับ!"
เสียงรายงานทางโทรศัพท์ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของศิลา ทว่าในวินาทีนี้ ความกังวลเรื่องชื่อเสียงของตระกูลกลับถูกปัดตกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อสัญชาตญาณดิบภายในกายร่ำร้องเตือนภัยถึงบางสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่า—รินกำลังตกอยู่ในเป้าหมาย
ประตูห้องนอนของรินถูกผลักเปิดออกด้วยความเร็วสูง ร่างสูงใหญ่ของศิลาก้าวเข้ามาด้วยลมหายใจที่กระชั้นถี่ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่ง ความเงียบงันในยามวิกาลไม่ได้แปลว่าความสงบสุข แต่มันคือสัญญาณเตือนของความพินาศที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"ใคร..."
เสียงกระซิบแหบพร่าหลุดจากริมฝีปากของรินที่ยืนพิงขอบโต๊ะทำงาน แสงหน้าจอแล็ปท็อปสว่างวาบสะท้อนกับใบตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนความกลัวไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว มือเรียวบางกำลังรัวแป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่งเพื่อเข้ารหัสข้อมูลชุดสุดท้าย ก่อนที่เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ จากระเบียงด้านนอกจะทำให้ทั้งคู่หยุดชะงัก
ปัง!
ไม่ทันที่รินจะได้ตั้งตัว ร่างของศิลาก็พุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาร์ มือหนาคว้าเอวบางแล้วเหวี่ยงเธอหลบวิถีคมมีดที่พุ่งทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาอย่างเฉียดฉิว เศษกระจกแตกกระจายเกลื่อนพื้น เสียงกริ๊ดของรินถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับอกแกร่งของชายหนุ่มที่ใช้ร่างกายตัวเองเป็นโล่กำบัง
"เงียบ" ศิลาคำรามต่ำชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนอ่อนลุกชัน
ผู้บุกรุกสวมชุดดำสนิทและหน้ากากอนามัยพรางใบหน้ากระโจนผ่านกรอบหน้าต่างที่แตกละเอียดเข้ามา ความว่องไวและทักษะการเคลื่อนไหวบ่งบอกชัดเจนว่านี่ไม่ใช่โจรสมัครเล่น แต่เป็นมืออาชีพที่ถูกส่งมาเพื่อเก็บกวาดหลักฐานโดยเฉพาะ และเป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียว—ฮาร์ดไดรฟ์ในมือของริน
"ปล่อยฉันนะ คุณศิลา! ฉันเก็บข้อมูลไว้หมดแล้ว ถ้ามันแย่งไป เราจะไม่มีหลักฐานมัดตัวคุณหญิงรดา!" รินกระซิบลอดไรฟัน พยายามดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการที่แน่นหนา แต่ศิลากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีก จนแผ่นอกแนบชิดกับแผ่นหลังของเธอ
"ถ้าคุณตาย ข้อมูลพวกนั้นก็ไร้ค่า อยู่เฉย ๆ แล้วหุบปากซะ" ศิลาตอบกลับเสียงเข้ม แววตาที่มองตรงไปยังผู้บุกรุกเต็มไปด้วยจิตสังหารที่น่ากลัว
ผู้บุกรุกกวาดสายตามืดสนิทมาทางมุมห้องที่ทั้งคู่ซ่อนตัวอยู่ เงาร่างนั้นชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นความผิดปกติ ก่อนจะพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ศิลาไม่รอช้า เขาดันรินไปหลบหลังตู้เสื้อผ้าบิวต์อิน พร้อมกับพุ่งเข้าปะทะกับผู้บุกรุกหมัดต่อหมัด เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นท่ามกลางความมืด
ความชุลมุนดำเนินไปเพียงไม่กี่วินาที แต่กลับยาวนานราบนิรันดร์ในความรู้สึกของริน เธอกัดริมฝีปากตัวเองจนได้กลิ่นคาวเลือด หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวที่ไม่ใช่แค่เพราะความตายตรงหน้า แต่เป็นความห่วงใยที่ก่อตัวขึ้นอย่างไม่คาดคิดต่อผู้ชายปากร้ายที่กำลังเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอ
เพล้ง! แจกันราคาแพงบนโต๊ะแตกละเอียดจากการเหวี่ยงร่างของผู้บุกรุกเข้าใส่ ศิลากัดฟันกรอดเมื่อหัวไหล่กระแทกเข้ากับขอบโต๊ะอย่างแรง แต่เขากลับไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย มือหนาคว้าเข้าที่ข้อต่อของศัตรูแล้วบิดด้วยความรุนแรงจนเสียงกระดูกลั่นดังชัดเจน ตามด้วยเข่าลอยกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่จนร่างในชุดดำทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
ทว่า ก่อนที่ศิลาจะได้กระชากหน้ากากออก ผู้บุกรุกกลับใช้มืออีกข้างควักแคปซูลสารเคมีบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อแล้วขว้างลงกับพื้น
ฟู่—!
ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นปกคลุมห้องนอนในพริบตา กลิ่นฉุนรุนแรงแสบจมูกจนศิลาต้องยกแขนขึ้นบังหน้า เมื่อควันจางลง ร่างของผู้บุกรุกก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงบานหน้าต่างที่เปิดกว้างและสายลมเย็นเยียบที่พัดสอบเข้ามา
ศิลาไอโขลกเบา ๆ ก่อนจะรีบหันกลับไปมองมุมห้อง "ริน! คุณเป็นอะไรไหม?"
"ฉัน... ฉันไม่เป็นไรค่ะ" รินก้าวออกมาจากหลังตู้เสื้อผ้า แววตาตื่นตระหนกมองสำรวจตามร่างกายของเขา "คุณบาดเจ็บหรือเปล่า เลือดออกนี่!"
รินสังเกตเห็นคราบเลือดซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีดำตรงหัวไหล่ของศิลา ความกังวลใจฉายชัดบนใบหน้าสวยจนเธอเผลอเอื้อมมือไปแตะแผลนั้นโดยไม่รู้ตัว ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทันที ความตึงเครียดจากความเป็นความตายถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนรุ่มที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวกาย
ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองมือเรียวที่วางอยู่บนอกของเขา ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับดวงตากลมโตที่สั่นระริก
"เป็นห่วงผมเหรอครับ?" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นความแหบพร่า ทุ้มนุ่ม และแฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของรินกระตุกวูบ
"ใครเป็นห่วงคุณกันคะ ฉันแค่กลัวว่าถ้าคุณตายไปก่อนจะเคลียร์หนี้สินและความผิดให้ฉัน ฉันต่างหากที่จะซวยไปด้วย" รินเชิดหน้าขึ้นเถียงกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังตีรันวนอยู่ในอก แม้ใบหน้าจะพยายามทำเป็นนิ่งเฉย แต่พวงแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นช่างทรงเสน่ห์และอันตรายต่อหัวใจคนมองเหลือเกิน เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวรินอีกครั้ง จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับกำแพงห้องอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงโน้มตัวลงมาจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนแก้มเนียน
"ปากเก่งแบบนี้... น่าลงโทษให้เข็ดนะครับ" ศิระกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า เคมีร้อนแรงระหว่างทั้งคู่พุ่งทะยานสูงขึ้นจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุ
รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือบางยกขึ้นดันแผงอกแกร่งไว้ แต่แทนที่เขาจะถอยห่าง ศิลากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ระใบหน้าของเธอออกอย่างทะนุถนอม
"คุณศิลา... ปล่อยนะ สถานการณ์แบบนี้ยังมีอารมณ์มา..."
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหนาโน้มลงมาประทับปิดเรียวปากบางของเธออย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ความเร่าร้อนที่แฝงไปด้วยความหึงหวงและความโล่งใจที่เธอปลอดภัยถูกถ่ายทอดผ่านจูบที่เอาแต่ใจ รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายอ่อนยวบลงจนต้องพึ่งพาอ้อมแขนแกร่งของเขาในการพยุงตัว
แต่ในจังหวะที่รินกำลังจะคล้อยตามไปกับรสจูบอันตรายที่สูบ
วิญญาณและความคิดทั้งหมด เสียงเคาะประตูดังปัง ๆ จากด้านนอกก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
"คุณรินคะ! คุณรินอยู่ในนั้นไหมคะ? ดิฉันได้ยินเสียงดังมาจากในห้อง!"
เสียงของแม่บ้านสาวดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่พยายามจะเปิดเข้ามาจากด้านนอก ศิลาผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย แต่สายตายังคงจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อของหญิงสาวด้วยความรู้สึกค้างคา ขณะที่รินหอบหายใจโยนตัวด้วยความตื่นตระหนก
ศิลาผละตัวออกจากเธออย่างรวดเร็วแล้วหันไปมองประตูห้องที่กำลังถูกเปิดออก รินรีบยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากลวก ๆ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายและตกใจสุดขีด ทว่าในวินาทีที่ประตูเปิดกว้างออก ร่างของคนที่ยืนอยู่หน้าห้องกลับทำให้ทั้งศิลาและรินต้องเบิกตากว้างด้วยความช็อกระลอกใหม่
ไม่ใช่แม่บ้านอย่างที่คิด... แต่เป็นคุณหญิงรดาที่ยืนยิ้มเยาะด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม พร้อมกับตำรวจในเครื่องแบบสองนายที่ยืนประกบข้างซ้ายขวา!
"สวัสดีจ้ะ หลานรัก... ดูท่าทางห้องนี้จะมีคดีใหญ่ให้ฉันต้องเข้ามาเคลียร์สินะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นแรงไปกับตัวละครในทุกๆ ตอนด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 13
ผู้บุกรุกยามวิกาล
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!