ปลายนิ้วอุ่นจัดที่แตะอยู่ตรงบั้นเอวไม่ได้สร้างความรู้สึกปลอดภัย แต่มันคือการประกาศอาณาเขตที่ชัดเจนจนผมต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สายตาของศิลาไม่ได้มองผู้เป็นศัตรูตัวฉกาจอย่างคุณหญิงรดาด้วยซ้ำ เขากำลังจับจ้องมาที่ผม—คนที่ติดอยู่ระหว่างวงแขนแกร่งและผนังห้องเย็นเฉียบ
"เล่นละครเก่งนี่ครับ คุณริน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอยิ่งทำให้หัวใจผมกระหน่ำตีซี่โครงอย่างบ้าคลั่ง
ผมตวัดสายตากลับไปมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะบีบคั้นแค่ไหน "ปล่อยได้แล้วมั้งครับ ท่านประธานศิลา หรือว่าติดใจการกอดคนอื่นแก้เขินกันแน่"
รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากของคนตรงหน้า ศิลาไม่ได้ถอยห่าง เขากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด จนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับตัวผม ความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านทะลุกระโปรงและเสื้อเชิ้ตเข้ามาจนแทบหลอมละลายสติสัมปชัญญะของผมให้กระเจิง
"ถ้าผมบอกว่าติดใจ... คุณจะว่ายังไงล่ะครับ"
คำพูดหน้าตายแต่สายตากลับลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาทำให้ผมพูดไม่ออก ชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่ามีรอยแผลต้องคำสาปคนนี้ ช่างอันตรายต่อหัวใจผมเสียเหลือเกินในเวลาแบบนี้ ทว่าก่อนที่เราจะได้ต่อปากต่อคำกันไปมากกว่านั้น เสียงกระแอมไออย่างจงใจของคุณหญิงรดาก็ดึงพวกเรากลับสู่ความเป็นจริง
"ดูเหมือนว่าคุณศิลาจะลืมไปนะครับ ว่าเรากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่" คุณหญิงรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น สายตาดุจดั่งคมมีดกวาดมองเราทั้งคู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า "เรื่องตระกูลของคุณกำลังจะพังพินาศอยู่รอมร่อ แต่คุณยังมีอารมณ์มาเล่นสนุกกับเด็กในปกครองคนนี้อีกงั้นหรือ"
ผมขยับตัวจะผละออกจากอ้อมแขนนั้น แต่ศิลากลับกดเอวผมไว้แน่นขึ้น ราวกับต้องการใช้ผมเป็นเกราะป้องกัน หรือไม่... ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าเขาไม่ได้เกรงกลัวคำขู่ของผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่น้อย
"เด็กในปกครอง?" ศิลาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นอย่างเย้ยหยัน "คุณหญิงน่าจะเช็คข้อมูลให้ดีกว่านี้นะครับ ว่ารินเขาเป็นคนของใครกันแน่... และที่สำคัญ เรื่องของตระกูลผม ผมจัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาออกคำสั่ง"
บรรยากาศในห้องประชุมกว้างพลันลดฮวบลงจนติดลบ ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ คุณหญิงรดาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่นั้นฉายแววอาฆาตมาดร้ายที่ปิดไม่มิด ก่อนที่เธอจะสะบัดหน้าหนีแล้วก้าวเท้าฉับๆ เดินออกจากห้องไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีก
ปัง!
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุม ทว่าหัวใจของผมกลับเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อตระหนักว่าตอนนี้เหลือเพียงเราสองคนเท่านั้น
ศิลาถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ เขายังคงไม่ยอมปล่อยมือจากเอวผม ท่าทีที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่เริ่มผ่อนคลายลง เหลือเพียงแววตาคู่คมที่มองตรงมาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก รอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้างขมับของเขายิ่งขับเน้นให้ใบหน้านั้นดูน่าค้นหาและทรงเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้
"ปล่อยได้แล้วครับ ผมไม่ใช่หมอนข้าง" ผมเอ่ยทำลายความเงียบ พยายามดึงเสียงให้ราบเรียบที่สุดเพื่อซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง
"เดี๋ยวสิครับ" ศิลาเรียกเสียงนุ่ม มือหนาย้ายจากการโอบเอวมาคว้าข้อมือผมไว้เบาๆ เมื่อผมทำท่าจะถอยหลังหนี "ผมมีเรื่องจะบอกคุณ... เรื่องที่คุณควรรู้มานานแล้ว"
ดวงตาของเขาจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความลังเลฉายชัดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ราวกับเขากำลังชั่งใจว่าควรจะพูดมันออกมาดีหรือไม่ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ ศิลากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เผยอออกเพื่อเอื้อนเอ่ยถ้อยคำสำคัญ
"คือว่าผม... เรื่องในคืนนั้น ที่จริงแล้ว..."
"อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาส่วนตัวของท่านประธานเลยนะคะ พอดีลืมเอกสารสำคัญไว้บนโต๊ะน่ะค่ะ"
เสียงแหลมสูงของเลขาฯ หน้าห้องที่จู่ๆ ก็ผลักประตูเข้ามาอย่างไร้มารยาท ทำลายจังหวะทั้งหมดลงในพริบตา ศิลาสะบัดหน้าไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันแทบกินเลือดกินเนื้อ จนหญิงสาวหน้าซีดเผือด รีบก้มหน้าก้มตาคว้าแฟ้มเอกสารแล้ววิ่งหนีออกจากห้องไปแทบไม่ทัน
ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิงกลับคืนมา แล้วรีบชักข้อมือตัวเองออกจากมือของเขาเบาๆ
"ดูเหมือนว่าฟ้าดินจะไม่ยอมให้คุณพูดนะครับ" ผมยิ้มเจื่อนๆ กลบเกลื่อนความใจหายวาบเมื่อครู่ ความจริงที่เกือบจะถูกเปิดเผยเมื่อครู่ถูกปัดตกไปอย่างน่าเสียดาย
ศิลาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาเสยผมลวกๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตาผมอีกครั้ง แววตาคู่นั้นมีความเสียดายและความดื้อรั้นฉายชัดอยู่เต็มเปี่ยม
"ช่างหัวมันเถอะครับ..." ศิลาพูดเสียงต่ำ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวผมอีกครั้งด้วยความเร็วที่ตั้งตัวไม่ทัน จนแผ่นหลังของผมชนเข้ากับบานประตูที่เพิ่งถูกปิดลง "เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน... แต่ตอนนี้ มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าที่คุณต้องเคลียร์กับผมให้รู้เรื่อง"
ผมเบิกตากว้างเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปากของผม ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้สมองผมประมวลผลไม่ทัน
"เรื่อง... เรื่องอะไรล่ะครับ" ผมถามเสียงสั่น พยายามดันอกแกร่งเอาไว้แต่ก็ไร้ผล
ศิลาไม่ได้ตอบคำถาม เขายกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเลح พร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาจนกระซิบชิดริมฝีปากของผมด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"เรื่องที่คุณแอบไปสืบเรื่องของผม... และเรื่องที่หัวใจของคุณกำลังทรยศผมอยู่ยังไงล่ะครับ"
ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของเรากำลังจะแนบชิดกันตามแรงดึงดูดอันมหาศาล เสียงเคาะประตูดังปังๆ สามครั้งติด พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ตะโกนแทรกเข้ามาจากด้านนอก ทำให้เราทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ
"คุณศิลา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องลับใต้ดิน... ถูกแฮกและเผยแพร่ไปทั่วอินเทอร์เน็ตแล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งลุ้นทั้งฟินนี้นะครับ เจอกันตอนหน้าครับ!
กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 12
คำสารภาพที่ค้างคา
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!