"ถ้าคุณยังขับรถเร็วเกินกำหนดอีกแม้แต่นิเดียว ผมจะลงไปเดินกลับบ้านเองจริงๆ ด้วยนะครับคุณศิลา"
เสียงหวานใสที่เอ่ยลอดไรฟันไม่ได้ทำให้คนหลังพวงมาลัยสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ศิลาเพียงแค่ปรายตามองรินผ่านกระจกมองหลัง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานผ่านแนวต้นสนสองข้างทางที่ถูกสายหมอกบางเบาโอบล้อม นี่คือพื้นที่รอยต่อระหว่างเขตเมืองเก่ากับหุบเขาตระกูลศิลา สถานที่ที่ไม่มีใครกล้ากطายกรายเข้ามาหากไม่ได้รับอนุญาต แต่ในวันนี้... รถสปอร์ตคันนี้กำลังพาพวกเขาทั้งคู่หนีออกไปให้ไกลจากเงื้อมมือของคุณหญิงรดาและคำสาปบ้าๆ นั่น แม้จะเป็นเวลาเพียงแค่ยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อนที่ศึกใหญ่จะเริ่มต้นขึ้นก็ตาม
"ถ้าคุณเดินกลับจริงๆ ผมคงต้องแบกคุณขึ้นบ่า ซึ่งบอกไว้ก่อนเลยว่าทางข้างหน้าไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และไม่มีชาวบ้านผ่านมาช่วยคุณแน่ๆ ริน" ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย แต่แววตาพราวระยับที่มองตรงมาทำเอาคนฟังอยากจะคว้าหมอนข้างมาฟาดหน้าเขาให้สาสมกับความกวนประสาท
"คนฉวยโอกาส" รินพึมพำเบาๆ แต่ยอมขยับตัวพิงเบาะหนังราคาแพงอย่างจำยอม สายตากวาดมองทิวทัศน์ภายนอกที่เริ่มเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องเป็นธรรมชาติสีเขียวขจี ความเงียบสงบที่หาได้ยากยิ่งในรอบหลายเดือนนี้ทำให้หัวใจที่เต้นระรัวด้วยความหวาดระแวงค่อยๆ สงบลงทีละนิด
ไม่มีเสียงกระซิบของวิญญาณ ไม่มีเงาดำปริศนาคอยตามหลอกหลอน และไม่มีสายตาจับผิดของคุณหญิงรดา มีเพียงเสียงเครื่องยนต์เบาๆ กับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางที่ลอยวนอยู่ในพื้นที่แคบๆ นี้
ศิลาเลือกจอดรถที่จุดชมวิวบนหน้าผาสูงชันซึ่งมองเห็นทะเลหมอกกว้างไกลสุดสายตา ลมเย็นยะเยือกพัดปะทะผิวทันทีที่ประตูรถเปิดออก รินสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ ก่อนจะหันไปมองคนตัวโตที่เดินอ้อมมาเปิดประตูให้ด้วยท่าทางเป็นสุภาพบุรุษจอมปลอมเหมือนเคย
"ชอบไหมครับ" ศ่ายถามเสียงนุ่ม สายตาคมกริบทอดมองไปยังผืนป่าเบื้องล่างก่อนจะเบนกลับมาหยุดที่ใบหน้าของคนข้างกาย
"ถ้าบอกว่าไม่ชอบ คุณจะขับรถกลับคฤหาสน์เดี๋ยวนี้เลยไหมล่ะครับ" รินย้อนถามทันควันพลันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ทว่าริมฝีปากกลับแอบซ่อนรอยยิ้มบางๆ ไว้โดยไม่รู้ตัว
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าในอกจนรินต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น มือหนาเอื้อมมาคว้ามือเรียวของรินไปกุมไว้โดยไม่รอให้เจ้าตัวอนุญาต ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาซึมผ่านผิวสัมผัสเข้ามาจนหัวใจกระตุกวูบ
"ผมไม่ได้พาคุณหนีมาเพื่อฟังคำประชดประชันหรอกนะครับริน... เรามีเวลาแค่วันเดียว ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลง หรือก่อนที่ผมอาจจะไม่มีโอกาสได้ทำแบบนี้อีก"
ประโยคสุดท้ายของศิลาทำให้รินชะงัก รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า ดวงตากลมโตหันกลับมาสบตากับคนพูดนิ่งนาน ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าวของศิลาคือสิ่งเดียวที่รินเกลียดที่สุด... เพราะมันทำให้เขาทิ้งความโกรธไม่ลงเลยสักครั้ง
"อย่าพูดจาเป็นลางน่าศิลา" รินดึงมือกลับเบาๆ แต่ศิลากลับกระชับมือแน่นขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับดึงร่างโปร่งให้ขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับไหล่บาง
"ผมไม่ได้พูดเป็นลาง... แต่คือความจริงที่คุณก็รู้ดี" ศิลาก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนรินขนลุกชัน "คุณหญิงรดาไม่ได้แค่ต้องการขับไล่คุณ... แกต้องการทำลายทุกสิ่งที่ผมรัก และคุณก็คือเป้าหมายที่ชัดเจนที่สุด"
รินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความกลัว ความโกรธ และบางสิ่งที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่าไฟ
"งั้นทำไมถึงพาผมมาที่นี่? ถ้าผมเป็นจุดอ่อนของคุณ ทำไมคุณถึงไม่ผลักไสผมออกไปตั้งแต่แรก เหมือนที่คุณทำกับคนอื่นๆ เล่า"
คำถามนั้นตรงประเด็นจนศิลาชะงัก ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของริน ราวกับพยายามค้นหาคำตอบว่าอีกฝ่ายกลัวหรือแคร์กันแน่ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทอย่างเคย มันคือรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และความเจ็บปวดที่ถูกกดทับไว้
"เพราะถ้าไม่มีคุณอยู่ข้างๆ ต่อให้ผมชนะคำสาปบ้าๆ นั่น หรือต่อให้ผมรอดจากเงื้อมมือของคุณหญิงรดาได้... โลกใบนั้นก็ไม่มีความหมายอะไรอีกแล้วครับริน"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าไร้หัวใจ ทำให้โลกทั้งใบของรินนิ่งค้างไปชั่วขณะ ไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านขึ้นมาบนพวงแก้มโดยไม่ต้องมีเครื่องสำอางช่วยแต่งแต้ม
รินอ้าปากจะเถียง จะหาคำพูดคมคายมากลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังตีรวนอยู่ในอก แต่ทว่าริมฝีปากอุ่นจัดของศิลากลับทาบทับกลีบปากของเขาลงมาเสียก่อน—ไม่ใช่สัมผัสที่ดุดันเร่าร้อนอย่างทุกที แต่เป็นความนุ่มนวล ลึกซึ้ง และเว้าวอนราวกับนี่คือจูบสุดท้ายก่อนโลกแตกสลาย
รสชาติของความหวานปนความขมปร่าในห้วงอารมณ์ทำให้รินเผลอหลับตาลงยอมจำนนต่อสัมผัสนั้น มือเรียวยกขึ้นกำปกเสื้อสูทของศิลาแน่นโดยไม่รู้ตัว ปลายลิ้นร้อนที่เกี่ยวพันกันอย่างเนิบนาบดึงสติสัมปชัญญะทั้งหมดให้ปลิวหายไปในอากาศหนาวเหน็บ ท่ามกลางป่าเขาลำไพรที่ไร้ผู้คน
พวกเขายืนจูบกันเนิ่นนานราวกับเวลาหยุดเดิน จนกระทั่งเสียงฝีเท้ากรอบแกรบดังขึ้นจากพงหญ้าแห้งด้านหลังรถสปอร์ตคันหรู
ศิลาผละริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจนัก นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นในเสี้ยววินาที ร่างสูงดึงรินมาหลบไว้ด้านหลังทันที พร้อมกับกวาดสายตามองไปยังความรกทึบของราวป่า
"ใคร..." ศิลาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน มือขวาเอื้อมไปที่ช่องเก็บของหน้ารถเพื่อเตรียมคว้าอาวุธประจำตัว
แต่แล้วร่างของใครบางคนก็ก้าวพ้นเงาไม้ใหญ่ออกมา รอยยิ้มเยือกเย็นที่คุ้นเคยดีทำให้รินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริงครับ... คุณหลานชาย" เสียงหวานแหบแห้งของคุณหญิงรดาดังขึ้นท่ามกลางสายหมอกหนาทึบ พร้อมกับเงาดำของชายชุดดำอีกสี่คนที่เดินประกบตามหลังมาปิดล้อมทุกทางหนี
ศิลาขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน ขณะที่รินกำชายเสื้อของศิลาไว้แน่น หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดระทึกใจในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 33
ช่วงเวลาแห่งความสุขสั้นๆ
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!