"ถ้าคิดจะใช้ความเป็นเจ้าของบ้านมาเป็นข้ออ้างในการรื้อถอนห้องสมุดฝั่งตะวันตก คุณหญิงคงต้องถามความเห็นชอบจากกฎหมายมรดกฉบับล่าสุดเสียก่อนนะครับว่า... มีสิทธิ์นั้นจริงหรือเปล่า"
น้ำเสียงของรินดังขึ้นทลายความเงียบอันอึดอัดภายในห้องโถงใหญ่ได้อย่างเฉียบคม ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทก้าวลงจากบันไดทีละขั้นอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยพลังและการคุมเกม ไม่มีความหวาดหวั่นสะท้อนให้เห็นในดวงตากลมโตคู่นั้นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทายที่พร้อมจะแผดเผาผู้ที่กล้าเข้ามาขวางทาง
คุณหญิงรดา ซึ่งกำลังนั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้หลุยส์โบราณ วางถ้วยลงกระทบจานรองเสียงดังเคร้งจนน้ำชาสีอำพันกระฉอกเล็กน้อย หญิงสูงวัยตวัดสายตาคมกริบราวใบมีดโกนขึ้นมองผู้มาใหม่ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง
"ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะริน... อยู่ที่นี่มาไม่นาน ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของบ้านหลังนี้เร็วกว่าที่ฉันคิดเสียอีก หรือว่าระเบียบวิธีปฏิบัติของตระกูลศิลา จะถูกมองข้ามไปหมดแล้วเพียงเพราะมีใครบางคนคอยหนุนหลังอยู่" คุณหญิงรดาจงใจเน้นเสียงตรงคำว่า 'ใครบางคน' พร้อมปรายตามองไปยังมุมมืดของห้องโถง ที่ซึ่งเงาร่างสูงใหญ่ของศิลากำลังยืนกอดอกพิงผนังอยู่เงียบๆ
ศิลาไม่ได้ขยับเขยื้อนหรือเอ่ยปากแก้ต่างให้ เขายังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก แต่ดวงตาคมกราบคู่นั้นกลับจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของรินอย่างไม่วางตา มีประกายความระอุบางอย่างซ่อนอยู่ลึกใต้ความนิ่งงันนั้น—ประกายความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความเยือกเย็น ซึ่งมีเพียงรินเท่านั้นที่อ่านความหมายมันออก
รินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันแต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เธอเดินตรงเข้ามาหยุดยืนเผชิญหน้ากับคุณหญิงรดาในระยะที่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความดาร์กวานิลลาลอยกรุ่นอยู่ในอากาศ สร้างความกดดันให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้น
"การปกป้องสมบัติของตระกูลไม่ให้ถูกใครบางคนแอบอ้างขายทอดตลาดเพื่อประโยชน์ส่วนตัว... เขาไม่เรียกว่าการทำตัวเป็นเจ้าของบ้านหรอกครับคุณหญิง เขาเรียกว่า 'สามัญสำนึก' ต่างหากล่ะครับ" รินสวนกลับทันควัน ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว ดวงตาสองคู่ปะทะกันราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ
คุณหญิงรดาลุกพรวดขึ้นยืน ความสูงวัยไม่ได้ทำให้บารมีลดลงเลยแม้แต่น้อย ใบหน้ายับย่นตามกาลเวลาแต่ยังคงเค้าความงามสง่าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "แก! กล้าดียังไงมาพูดจาต่ำทรามกับฉัน แบบนี้สินะที่เขาเรียกกว่าเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า ถึงได้เที่ยวชี้หน้าสั่งสอนคนในตระกูลเก่าแก่!"
"ต่ำทรามหรือครับ? ผมคิดว่าผมพูดความจริงด้วยซ้ำ หรือความจริงมันไปจี้ใจดำที่คุณหญิงกำลังพยายามปกปิดไว้ใต้พรมเปอร์เซียผืนหนานั่นกันล่ะครับ?" รินเอียงคอมองด้วยรอยยิ้มกวนประสาท ท่าทีที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครทำให้ศิลาที่ยืนมองอยู่ถึงกับต้องลอบถอนหายใจยาวพร้อมกับมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว—ผู้หญิงคนนี้ช่างหาญกล้าจนน่าตีให้ตายคาอกเสียจริง
"ริน!" คุณหญิงรดาตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลมหายใจกระชั้นด้วยความโกรธจัด "แกอย่าคิดนะว่ามีศิลากลางหัวแล้วจะทำเป็นกร่างใส่ฉันได้ บ้านหลังนี้ฉันอยู่มานานกว่าแกเกิดเสียอีก อย่ามาบังอาจท้าทายอำนาจของฉัน!"
"อำนาจเหรอครับ?" รินก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับคุณหญิงรดา แววตาสดใสเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบคมกริบ "อำนาจที่ได้มาจากการปิดบังความลับเรื่องการหายตัวไปของอดีตนายหญิง... อำนาจแบบนั้นเหรอครับที่คุณหญิงภูมิใจนักหนາ?"
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิในห้องโถงราวกับดิ่งฮวบลงจนติดลบ สีหน้าของคุณหญิงรดาซีดเผือดลงในเสี้ยววินาที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว ปากอ้าพะงาบราวกับคนขาดอากาศหายใจ ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด
ศิลาที่ยืนนิ่งมาตลอดขยับตัวทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินในพริบตา มือหนารวบเอวบางไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า แล้วดึงรั้งร่างของรินให้ถอยห่างจากคุณหญิงรดาเข้าสู่อ้อมอกแกร่งทันที กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ของศิลาโอบล้อมรินไว้ พร้อมกับเสียงกระซิบต่ำทุบหัวใจที่ดังอยู่ชิดริมหู
"พอได้แล้วริน... เล่นแรงเกินไปแล้วนะครับ" เสียงของศิลาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความดุดัน แต่สัมผัสจากมือที่โอบกระชับเอวเธอนั้นกลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างผิดคาด
รินเงยหน้าขึ้นสบตากับศิลาในระยะประชิด หัวใจของเธอเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวคุณหญิงรดา แต่เป็นเพราะเคมีอันร้อนแรงและอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มต่างหาก ดวงตาคมกริบของศิลากำลังจ้องมองริมฝีปากของเธอสลับกับดวงตาอย่างมีความหมายลึกซึ้ง ความใกล้ชิดนี้ทำให้สติที่มีอยู่กระเจิงไปชั่วขณะ
แต่ก่อนที่รินจะได้ทันตอบโต้อะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระแทกผนังดังโครมจากทางเข้าหลัก ก็ดึงสติของทั้งคู่ให้หลุดออกจากภวังค์
"เกิดอะไรขึ้นเสียงดังไปถึงข้างนอก... แล้วนี่พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่?!"
เสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจและคุ้นเคยดังขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง ศิลาชะงักกึก ดวงตาที่เคยราบเรียบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งที่สองของวัน ร่างสูงปล่อยมือจากเอวของรินทันทีเมื่อหันไปเห็นผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่—บุคคลที่ทุกคนคิดว่าควรจะอยู่ห่างจากคฤหาสน์หลังนี้มากที่สุด และเป็นเจ้าของเงาปริศนาที่คอยชักใยทุกอย่างอยู่เบื้องหลัง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 10 ด้วยกันนะครับ หวังว่าจะสนุกและตื่นเต้นไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มเดือดดาลขึ้นเรื่อยๆ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 10
สงครามประสาท
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!