กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 9

ร่องรอยที่หายไป

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นไอมะกรูดจางๆ จากตัวของคุณหญิงรดาตลบอบอวลอยู่ในความมืดมิดเบื้องหลังบานตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ เสียงลมหายใจของผมเองที่สะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความตื่นตัวระดับสูงสุดเมื่อปลายนิ้วเย็นเฉียบของคุณหญิงรดาเฉียดผ่านผิวไม้ห่างไปเพียงมิลลิเมตรเดียว "หาอะไรอยู่หรือครับ คุณหญิง..." เสียงของผมดังขึ้นทำลายความเงียบ ทุ้มต่ำและนิ่งสนิทพอที่จะทำให้คนที่กำลังซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ชะงักกึก ศิลาก้าวเท้าเข้ามาแทรกกลางระหว่างผมกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดโปง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มแผ่ไอความกดดันจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง คุณหญิงรดาลดมือลงอย่างช้าๆ รอยยิ้มบนริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงเข้มไม่ได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อย ราวกับนางพญาที่รู้ทันทุกหมากกลของกระดานนี้ "แม่แค่มาตรวจความเรียบร้อยของเรือนพัก... ดูเหมือนว่าคุณศิลาจะเก็บของสำคัญไว้ในที่แปลกๆ นะครับ" สายตาดุดันของคุณหญิงกวาดมองผ่านไหล่กว้างของศิลาตรงมายังผมที่ยืนพิงผนังห้องอยู่ "โดยเฉพาะ... การพานักข่าวฝึกหัดเข้ามาเดินสำรวจในเขตหวงห้ามของตระกูล" "เขตหวงห้ามเหรอครับ?" ผมแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าพ้นเงาของศิลาออกมาเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสโดยไม่หลบสายตา "ผมก็นึกว่าเป็นแค่ห้องเก็บของเก่า ที่แท้ตระกูลเก่าแก่ที่มีหน้ามีตาทางสังคมอย่างคุณหญิง ก็ยังมีความลับน่าขยะแขยงซ่อนไว้ใต้พื้นไม้นี่เอง" เพียะ! ไม่ใช่เสียงตบหน้า แต่เป็นเสียงฝ่ามือของคุณหญิงที่กระทบลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างแรงเพื่อสะกดอารมณ์โกรธ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความเกลียดชังที่ปิดไม่มิด "ปากกล้าเกินไปแล้วนะ ริน... ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ของบางอย่าง ถ้ารู้มากเกินไป ชีวิตที่มีค่าของคุณอาจจะสั้นลงอย่างไร้เหตุผล" คำขู่ที่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมถูกโยนทิ้งไว้ก่อนที่คุณหญิงจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป พร้อมกับเสียงปิดประตูดังสนั่นที่สะท้อนก้องไปทั่วคฤหาสน์ ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับร้อนระอุขึ้นด้วยแรงอารมณ์ ผมหันไปมองหน้าศิลาที่ยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมจนแทบอ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ "คุณบ้าหรือเปล่าศิลา!" ผมระเบิดอารมณ์ใส่ทันทีที่ประตูปิดสนิท "รู้ทั้งรู้ว่าคุณหญิงรดาจ้องเล่นงานคุณอยู่ ทำไมถึงยังพาผมมาเสี่ยงในห้องนี้! ถ้าเมื่อกี้เธอดึงบานตู้นั้นออกจริงๆ เราจะแก้ตัวว่ายังไงห๊ะ!" ศิลาไม่ตอบ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวผมอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ผมยังไม่ทันได้ถอยหลังหนี แผ่นหลังของผมก็ชนเข้ากับชั้นหนังสือเก่าแก่อย่างจัง ดวงตาคมกริบก้มลงมองผมด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา "เป็นห่วงฉันหรือครับ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มจนขนลุกซู่ "ใครเป็นห่วงคุณ! ผมแค่ไม่อยากซวยตายตามคำสาปบ้าๆ ของตระกูลคุณต่างหากเล่า ถอยไปเลยนะ!" ผมใช้มือดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่ศิลากลับคว้าข้อมือทั้งสองข้างของผมรวบไว้ด้วยมือข้างเดียวตรึงไว้เหนือหัว ส่วนมืออีกข้างเอื้อมมาเชยคางผมให้เงยขึ้นรับสายตาที่ร้อนแรงจนแทบละลาย "ดื้อด้าน... ปากเก่ง..." ศิลาพึมพำ ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบจะแตะกัน "แต่รู้ไหมว่า ยิ่งเธอทำตัวแบบนี้ ยิ่งทำให้ฉันอยากเก็บเธอไว้ใกล้ตัว... ตลอดไป" หัวใจของผมเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เคมีที่อันตรายและเร่าร้อนคู่นี้มันคืออะไรกัน ทำไมทุกครั้งที่อยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ สติสัมปชัญญะที่ผมภาคภูมิใจนักหนาถึงมักจะพังทลายลงทุกที แต่ก่อนที่ริมฝีปากของเราจะสัมผัสกัน สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นพรมหนาทึบข้างชั้นหนังสือ มันเป็นวัตถุขนาดเล็ก สะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมไฟผนัง ผมใช้จังหวะที่ศิลาเผลอ เบี่ยงตัวหลบแล้วพุ่งตัวลงไปหยิบสิ่งนั้นขึ้นมาทันที ศิลาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ "อะไร..." ผมแบมือออก เผยให้เห็นวัตถุในมือ—มันคือเครื่องดักฟังขนาดจิ๋วสีดำสนิท ดีไซน์ล้ำสมัยที่ไม่เข้ากับบรรยากาศโบราณคร่ำครึของคฤหาสน์หลังนี้เลยแม้แต่น้อย และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มีรอยไหม้เกรียมที่มุมเครื่อง ราวกับมีคนจงใจทำลายหลักฐานบางอย่างทิ้ง "นี่ไม่ใช่ของยุคคุณหญิงรดาแน่ๆ..." ผมเงยหน้าขึ้นมองศิลา สีหน้าของผมจริงจังและเคร่งเครียดขึ้นในพริบตา "และมันไม่ได้เอาไว้ดักฟังเรื่องไร้สาระ... มันถูกตั้งความถี่ไว้เพื่อส่งสัญญาณความเคลื่อนไหวของคุณโดยเฉพาะ ศิลา มีคนกำลังพยายามปองร้ายคุณ ไม่ใช่แค่เรื่องสมบัติหรือคำสาป แต่พวกมันต้องการเอาชีวิตคุณจริงๆ!" ศิลาก้มมองเครื่องดักฟังในมือผม รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกที่น่ากลัวกว่าเดิมหลายเท่า เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แต่ยังไม่ทันที่เราจะได้วิเคราะห์ร่องรอยนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังห้องนี้ด้วยความเร็วสูง! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของบอดี้ส่วนตัวที่ตะโกนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก— "คุณศิลาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! รถประจำตำแหน่งของคุณ... เบรกถูกตัดขาดระหว่างทางด่วนเมื่อสิบนาทีที่แล้วครับ!" ดวงตาของศิลาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันขวับมาสบตาผมในระยะประชิด ความตื่นตระหนกฉายชัดในแววตาของชายผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับทุกคน ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "ประตูมิติที่แปด" เสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%