กลิ่นอับชื้นของดินหลังฝนตกผสมกับกลิ่นหอมหวานเย้ายวนของดอกราตรีที่บานสะพรั่งยามวิกาล ลอยอวลอยู่ในเรือนกระจกหลังใหญ่ที่เงียบสงัด เสียงฝนปรอยๆ เม็ดสุดท้ายกระทบหลังคากระจกดังเปาะแปะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความลับที่ถูกซ่อนเร้น
รินก้าวเท้าถอยหลังโดยไม่รู้ตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในโสตประสาท เมื่อร่างเงาโปร่งแสงที่ยืนอยู่ท่ามกลางหมู่แมกไม้ภายในเรือนกระจก ค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้า
ใบหน้านั้น... คมคาย สันจมูกโด่งเป็นสัน และดวงตาคู่คมที่มองตรงมาด้วยแววตาเย็นชาจนน่าขนลุก มันคือใบหน้าเดียวกับ "ศิลา" ชายหนุ่มผู้กุมหัวใจและสร้างความปั่นป่วนให้เธอในเวลาเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน
"คุณ... เข้ามาทำอะไรตรงนี้?"
เสียงของรินหลุดลอดริมฝีปากออกไป แม้จะพยายามบังคับให้มันมั่นคงเพียงใด แต่ความสั่นเครือในน้ำเสียงก็ทรยศความกล้าหาญของเธอจนหมดสิ้น หัวใจเต้นรัวระส่ำราวกับจะกระโดดออกมานอกอก ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงต้นคอ
ร่างเงาปริศนานั้นไม่ตอบ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นช้าๆ ช่างเยียบเย็นและเต็มไปด้วยปริศนา ก่อนที่มันจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้กระจกใส กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านจนขนลุกชันไปทั้งร่าง รินผะหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางกระถางต้นไม้ เสียงกระถางเซรามิกสั่นสะเทือนเบาๆ
*หมับ!*
มือหนาคู่หนึ่งคว้าเข้าที่เอวบางของเธอจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงร่างเธอเข้าหาแผ่นอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นอายฝนจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้รินสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันขวับไปมอง
"ศิลา?" รินอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพบว่าคนที่คว้าเธอไว้คือศิลาตัวจริงเสียงจริง เขายืนอยู่ตรงนี้ ชิดติดกับเธอในความมืด สีหน้าของชายหนุ่มเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
"คุณมาทำอะไรดึกดื่นในที่อันตรายแบบนี้... ริน" ศิลาเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิด แววตาของเขาไม่ได้มองที่ตัวเธอ แต่กลับจ้องมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าหน้าเรือนกระจกที่เมื่อครู่ยังมีร่างเงาปริศนายืนอยู่
รินหายใจหอบถี่ มือเรียวเล็กกำเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากร่างกายของศิลาช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บเมื่อครู่ออกไปได้บ้าง แต่ภาพเงาปริศนาเมื่อครู่ยังคงติดตา
"ฉัน... ฉันเห็น..." รินละล่ำละลัก เสียงสั่นระริก นิ้วเรียวชี้ไปยังมุมมืดของเรือนกระจก "ฉันเห็นคุณ... ศิลา ฉันเห็นคนที่หน้าตาเหมือนคุณยืนอยู่ตรงนั้น"
ศิลาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองหน้าเธอ ความมืดในเรือนกระจกทำให้รินอ่านประกตาของเขาไม่ออก แต่สัมผัสจากมือแกร่งที่โอบเอวเธออยู่กลับกระชับแน่นขึ้นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
"คุณตาฝาดไปแล้ว" ศิลาตอบกลับเสียงเรียบ ทว่ามีแรงกดดันบางอย่างซ่อนอยู่ภายใน "ที่นี่ไม่มีใคร นอกจากผมกับคุณ"
"ไม่! ฉันไม่ได้ตาฝาด!" รินเถียงกลับทันควัน ความหัวรั้นและสัญชาตญาณทำให้เธอยอมจำนนได้ยาก "ฉันเห็นกับตาตัวเอง ใบหน้าแบบนั้น แววตาแบบนั้น... มันคือคุณชัดๆ หรือว่าคุณมีฝาแฝดที่คุณปิดบังเอาไว้!"
ศิลาถอนหายใจยาวนาน ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้ทำให้สติของรินกระเจิดกระเจิงไปชั่วขณะ
"อยากรู้ความจริงขนาดนั้นเลยเหรอครับ..." ศิลาจงใจกระซิบชิดริมหูกw เสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเย้ายวนที่จงใจปั่นป่วนหัวใจเธอ "คนปากเก่งอย่างคุณ... กล้าพอที่จะรับมือกับความลับของตระกูลศิลาจริงๆ หรือเปล่า"
รินเม้มริมฝีปากแน่น แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบระเบิดด้วยความกลัวและเคมีที่ร้อนแรงระหว่างเขากับเธอ แต่ความอยากรู้อยากเห็นก็มีมากกว่า
"พูดมาสิคะ... เอ๊ย! พูดมาสิครับ!" รินเกือบหลุดคำพูดคุ้นชินออกไป แต่ก็รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของคนตัวโต
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ ความตึงเครียดในบรรยากาศผ่อนคลายลงชั่วพริบตา นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นนุ่มนวลจนน่าใจหาย ขัดกับสถานการณ์ชวนหลอนรอบตัวเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
"ถ้าคุณอยากรู้เรื่องทั้งหมด... คืนนี้ก็อย่าเพิ่งหนีกลับห้องไปไหนล่ะครับ" ศิระกระซิบเสียงพร่า ปลายจมูกโด่งคลอเคลียข้างแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ "เพราะสิ่งที่คุณเพิ่งเห็นเมื่อกี้ มันเป็นแค่บทเริ่มต้นของคำสาปที่คุณกำลังเอาตัวเข้ามาพัวพัน"
รินใจเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวผีสางอีกต่อไป แต่เป็นเพราะสัมผัสวาบหวามและสายตาเจ้าเล่ห์ของคนที่กำลังกักขังเธอไว้ในอ้อมแขน
ทว่า... ในวินาทีที่ศิลากำลังจะโน้มริมฝีปากลงมาประทับความเร่าร้อนเพื่อปิดปากเธอ เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงเปิดประตูเรือนกระจกจากด้านนอกก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูฉาบด้วยความหลอนทันที
*แอ๊ด...*
"คุณศิลาคะ! ดิฉันรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน..."
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดีของคุณหญิงรดาแว่วดังเข้ามา พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาในมุมมืดของเรือนกระจก รินสะดุ้งสุดตัวเตรียมจะผละออก แต่ศิลากลับคว้าต้นแขนเธอไว้แน่น ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ
ก่อนที่รินจะได้ตั้งตัว ศิลาก็ลากเธอให้หลบเข้าไปหลังชั้นวางกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ในมุมอับสายตา ลมหายใจของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบเป็นหนึ่งเดียวในความมืดมิด
แสงไฟฉายกราดเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขายืนอยู่ทุกที ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธออีกครั้ง พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้รินต้องกลั้นหายใจ
"เงียบไว้ครับ... ถ้าไม่อยากให้ป้าผมรู้ว่าเราแอบมาทำอะไรกันสองต่อสองในที่ลับตาแบบนี้"
รินเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเดิมเมื่อปลายนิ้วอุ่นของศิลากดแนบปิดริมฝีปากของเธอไว้เบาๆ ขณะที่เสียงฝีเท้าของคุณหญิงรดาใกล้เข้ามาหยุดอยู่หลังชั้นวางต้นไม้ห่างไปเพียงคืบเดียวเท่านั้น!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดระทึกใจในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล•ตอนที่ 19
คืนหลอนในเรือนกระจก
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักลวงบ่วงสวาทของคุณชายผู้มีรอยแผล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!