สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวขู่ฟ่อข้างห้อง•ตอนที่ 12

คำขอบคุณที่ฟอร์มจัด

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานกระจกใสส่องแสงวาบขึ้นมาเป็นระยะ ทว่าพิมพ์ชนกกลับทำเป็นมองไม่เห็น ปล่อยให้ข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสีเขียวเด้งเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับเจ้าของข้อความอีกฝั่งกำลังพยายามทวงถามบางสิ่งบางอย่างด้วยความอดทนที่ใกล้จะหมดลงเต็มที มือเรียวบางในชุดสูทลำลองสีครีมหยุดชะงักจากการลากเส้นแปลนห้องนั่งเล่นในโปรแกรมสามมิติ เธอนั่งนิ่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ปล่อยให้ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวโอบกอดตัวเองไว้ ความสับสนตีรวนอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่สะดวก ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนตอนที่ธันวาหิ้วถุงโจ๊กอุ่นๆ มาแขวนไว้ที่ลูกบิดประตูห้องพร้อมกับกระดาษโน้ตลายมือหวัดๆ ว่า *'คนบ้างานระวังเป็นลมตายนะ เป็นห่วงหรอก ถึงด่าก็เถอะ'* ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไร ปากเสียเป็นที่หนึ่ง แต่กลับทำตัวใจดีได้ในเวลาที่เธอรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว พิมพ์สูดหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติที่หลุดลอยให้กลับคืนมา ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ นิ้วเรียวเลื่อนเปิดแอปพลิเคชันธนาคารด้วยความรวดเร็ว เธอจัดการโอนเงินค่าโจ๊กมื้อนั้นคืนให้เขาอย่างแม่นยำทุกบาททุกสตางค์ พร้อมกับแนบสลิปหลักฐานการโอนส่งตรงไปยังแชตส่วนตัวของสถาปนิกปากแจ๋วข้างห้องทันที แต่การคืนเงินอย่างเดียวมันดูไร้มนุษยสัมพันธ์เกินไปหน่อยสำหรับคนที่เป็นเพื่อนบ้านกัน... หรือเปล่านะ? พิมพ์เม้มริมฝีปากเข้าหากันอย่างใช้ความคิด สมองส่วนหนึ่งสั่งให้ปิดแอปแล้วกลับไปทำงานต่อ แต่อีกส่วนหนึ่งกลับกระตุ้นให้เธอยอมพิมพ์อะไรบางอย่างลงไปเพื่อเป็นการตัดปัญหา *[พิมพ์ชนk]: ค่าโจ๊กเมื่อคืนค่ะ โอนคืนให้แล้วนะคะ ขอบคุณค่ะ* พิมพ์กดส่งข้อความนั้นไปด้วยความรวดเร็วก่อนที่ความลังเลจะเข้าครอบงำ เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก คิดว่าภารกิจการเคลียร์หนี้บุญคุณข้ามคืนนี้ได้จบลงด้วยดีแล้ว ทว่า... เพียงแค่เสี้ยววินาทีหลังจากที่ข้อความแสดงสถานะว่า "อ่านแล้ว" โทรศัพท์ในมือก็สั่นครืดคราดติดต่อกันทันที *[ธันวาคนกวน]: โห คุณพิมพ์ นี่ขนาดค่าโจ๊กยังต้องโอนคืนเป๊ะๆ ทุกบาททุกสตางค์เลยเหรอครับเนี่ย ใจร้ายจัง ใจคอจะไม่ให้ผมมีโอกาสได้เลี้ยงข้าวดีไซเนอร์คนสวยสักมื้อเลยรึไง* *[ธันวาคนกวน]: หรือกลัวว่าถ้าติดหนี้บุญคุณผมแล้ว จะต้องเอาตัวเข้าแลกใช้หนี้ล่ะครับ หืม?* อ่านจบแล้วพิมพ์ก็แทบอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งลงถังขยะให้รู้แล้วรู้รอด ผู้ชายคนนี้หาเรื่องกวนประสาทเธอได้ตลอดเวลาจริงๆ สิน่า! *[พิมพ์ชนk]: เพ้อเจ้ออะไรของคุณเนี่ย ใครเขาจะไปคิดแบบนั้น แค่ไม่อยากติดค้างใครก็เท่านั้นเองค่ะ กรุณาอย่ามโนไปเองนะคะคุณสถาปนิก* *[ธันวาคนกวน]: เปล่ามโนสักหน่อย พูดความจริงต่างหาก... ว่าแต่ วันนี้เลิกงานกี่โมงครับ?* *[พิมพ์ชนk]: ถามทำไมคะ?* *[ธันวาคนกวน]: ก็ว่าจะชวนไปกินข้าว... แก้ตัวเรื่องโจ๊กชามเมื่อคืนไงครับ รับรองว่าคราวนี้อร่อยกว่าเดิมแน่นอน และที่สำคัญ ผมเลี้ยงเอง ไม่ต้องโอนเงินคืนด้วย สบายใจได้ครับ* พิมพ์นั่งมองหน้าจอแล้วเผลอหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ เธอกำลังจะพิมพ์ปฏิเสธกลับไปตามฟอร์มเดิมเพื่อรักษาฟอร์มของตัวเอง ทว่าเสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน "ก๊อกๆๆ พิมพ์ สะดวกคุยงานแป๊บหนึ่งไหมครับ" เสียงทุ้มคุ้นเคยของรุ่นพี่สุดฮอตอย่างกรณ์ดังขึ้น พร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่ถูกเปิดแง้มออกโดยไม่ต้องรอให้เธออนุญาต กรณ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารโปรเจกต์ใหญ่ในมือ รอยยิ้มทรงเสน่ห์ถูกส่งมาให้ตามระเบียบ พิมพ์รีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์มือลงทันที หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำด้วยความตกใจไม่น้อย กลัวเหลือเกินว่าหากกรณ์บังเอิญเหลือบไปเห็นบทสนทนาระหว่างเธอกับธันวาเข้า คงไม่พ้นโดนแซوยาวจนทำงานไม่รู้เรื่องแน่ๆ แถมในใจลึกๆ ตอนนี้ เธอกลับรู้สึกเสียดายจังหวะการคุยกับคนข้างห้องขึ้นมาดื้อๆ เสียอย่างนั้น "อ๋อ พี่กรณ์... เชิญนั่งก่อนค่ะ มีอะไรเหรอคะ" พิมพ์ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ฝืนยิ้มรับรุ่นพี่หนุ่มพยายามซ่อนพิรุธทุกอย่างไว้ภายใต้ท่าทีจริงจังเรื่องงาน กรณ์เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยแตะจมูก เขาวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าเธอ พร้อมกับโน้มตัวลงมาใกล้เกินความจำเป็นเล็กน้อยเพื่อชี้จุดที่ต้องแก้ไขในแปลน "พอดีผมลองทบทวนดูเรื่องสเปซห้องรับแขกของโปรเจกต์นี้แล้ว คิดว่าถ้าเราปรับตรงนี้นิดนึง น่าจะตอบโจทย์ลูกค้ามากกว่า พิมพ์ว่าไงบ้างครับ... เย็นนี้ถ้าไม่รีบไปไหน ไปนั่งเคลียร์งานต่อกันที่คาเฟ่แถวนี้ไหมครับ ผมเลี้ยงกาแฟเอง" สายตาของกรณ์ที่มองมาเต็มไปด้วยความหมายแฝงที่ใครๆ ก็ดูออก พิมพ์ชะงักไปเล็กน้อย สมองกำลังประมวลผลระหว่างงานตรงหน้ากับข้อความในโทรศัพท์ที่ยังค้างคาอยู่ ในจังหวะที่เธอกำลังอ้าปากจะปฏิเสธนุ่มนวลตามมารยาท หน้าจอโทรศัพท์ที่คว่ำอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืดคราดขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรง พร้อมกับหน้าจอแจ้งเตือนป๊อปอัพที่เด้งสว่างวาบขึ้นมาทิ่มตา ท่ามกลางความเงียบในระยะประชิด *[ธันวาคนกวน]: ว่าไงครับ ตกลงเย็นนี้ว่างไหม? ถ้าไม่ตอบ แปลว่าผมถือว่าตกลงนะ... เดี๋ยวเลิกงานผมไปยืนรอรับหน้าตึกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเตรียมตัวโดนผมบ่นเรื่องบ้างานได้เลยครับคุณเพื่อนบ้าน* กรณ์ชำเลืองหางตามามองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบบนโต๊ะโดยบังเอิญ รอยยิ้มที่มุมปากของรุ่นพี่หนุ่มชะงักค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นสบตาพิมพ with แววตาที่ไหววูบลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งข้อความ "อ้าว... มีนัดแล้วเหรอครับพิมพ์?" กรณ์เอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความไม่พอใจไว้นิดๆ อย่างปิดไม่มิด พิมพ์กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน หัวใจเต้นรัวรากับกลองเพลเมื่อตระหนักได้ว่า... งานเข้าเธอเข้าให้แล้วจริงๆ ขอบคุณที่แวะมาอมยิ้มและเดินทางไปพร้อมกับความรู้สึกนุบนิบหัวใจในตอนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวขู่ฟ่อข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%