“ถ้าจะป่วยหนักขนาดนี้ ก็ไปนอนหยอดน้ำเกลือที่โรงพยาบาลดีไหมคะ จะได้ไม่ต้องมานอนเพ้อเป็นยัยเพิ้งหน้าห้องให้คนเดินผ่านไปมาเขาตกใจนึกว่าผีเฝ้าคอนโด”
เสียงกวนประสาทที่ดังแว่วผ่านเข้ามาในโสตประสาทของพิมพ์ชนก ไม่ได้ทำให้คนป่วยที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาบนโซฟารู้สึกอยากลุกขึ้นมาโต้ตอบเลยสักนิด ความรู้สึกปวดหัวตุบๆ ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบขมับรัวๆ ทำให้พิมพ์ทำได้เพียงแค่ปรือตาขึ้นมองประตูห้องอย่างเลื่อนลอย ก่อนจะทิ้งตัวลงซบหมอนใบเดิมด้วยความอ่อนเพลีย
พิษไข้จากการตากฝนเมื่อวานเล่นงานเธอหนักเกินคาด ร่างกายที่เคยแข็งแรงเหมือนเหล็กกล้ากลับกลายเป็นเพียงก้อนสำลีเปียกชื้นที่ไร้เรี่ยวแรง พิมพ์หอบหายใจแผ่วเบา ร่างกายสั่นสะท้านเป็นพักๆ แม้จะปรับอุณหภูมิแอร์ให้สูงขึ้นแล้วก็ตาม
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูที่ดูจงใจทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว พิมพ์พยายามยันกายลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเล มือเรียวคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมทับชุดนอนยับยู่ยี่ ก่อนจะเดินโซเซไปที่หน้าประตู เธอส่องตาแมวออกไปเห็นเพียงความว่างเปล่าไร้เงาของชายหนุ่มปากแจ๋วห้องข้างๆ พิมพ์ถอนหายใจยาว พึมพำด่าคนนิสัยเสียในใจก่อนจะเปิดประตูออกไปหวังจะหันไปด่าให้สมใจอยาก
แต่สิ่งที่เธอพบกลับไม่ใช่ใบหน้ากวนประสาทของธันวา... หากแต่เป็นถุงกระดาษสีน้ำตาลหูหิ้วที่แขวนอยู่กับลูกบิดประตูอย่างแน่นหนา
พิมพ์ขมวดคิ้วแน่น พลางกวาดสายตามองไปรอบโถงทางเดินที่เงียบเชียบ ก่อนจะตัดสินใจคว้าถุงนั้นเข้ามาในห้อง เมื่อเปิดดูด้านใน หัวใจของเธอก็เต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง...
กลิ่นหอมฉุยของโจ๊กหมูร้อนๆ ลอยแตะจมูก ท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเหน็บจากอาการไข้ มันดูอบอุ่นและชวนให้ขอบตาร้อนผ่าวอย่างประหลาด ในถุงนั้นมีกล่องโจ๊กพลาสติกที่ยังอุ่นได้ที่ ซองยาแก้ไข้พาราเซตามอล และกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของคนข้างห้อง
*‘อย่าริอ่านตายก่อนส่งงานโปรเจกต์พี่กรณ์นะยัยหน้าจืด กินให้หมดแล้วนอนซะ ถ้าขืนยังดื้อไม่กินยาแล้วเป็นอะไรไปขึ้นมา ฉันจะเข้าไปลากเธอออกมาจากห้องจริงๆ ด้วย... ไม่ได้ขู่ แต่พูดจริง!’*
พิมพ์แค่นหัวเราะทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า มือสั่นเทาขณะแกะฝากล่องโจ๊กออก ไอความร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาทำให้แว่นสายตาของเธอเป็นฝ้ามัว เธอตักโจ๊กคำแรกเข้าปาก ความอบอุ่นที่ไหลลงคอไปราวกับยาชูกำลังที่ทำให้หัวใจที่เหี่ยวเฉาของเธอเริ่มกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติอีกครั้ง
“ปากเสียจริงๆ เลยนะไอ้สถาปนิกบ้านั่น...” พิมพ์บ่นอุบอิบพร้อมกับตักโจ๊กเข้าปากคำที่สอง รสชาติอร่อยกลมกล่อมจนแทบไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างธันวาจะทำเป็น หรืออาจจะแค่ซื้อมาให้? แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ความรู้สึกขุ่นเคืองที่มีต่อเขาก่อนหน้านี้กลับมลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่เกาะกินหัวใจจนน่าตกใจ
เธอนั่งเหม่อมองโน้ตแผ่นนั้นอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ นิ้วเรียวลังเลอยู่ที่แอปพลิเคชันแชตสีเขียว พิมพ์พิมพ์ข้อความลงไปแล้วลบอยู่นับสิบครั้ง จนกระทั่งตัดสินใจพิมพ์สั้นๆ ส่งไป
*พิมพ์: โจ๊ก... กินแล้วนะ ขอบคุณค่ะ*
ไม่ถึงสิบวินาที ข้อความจากอีกฝั่งก็เด้งกลับมาทันทีราวกับเขารออยู่แล้ว
*ธันวา: รู้ตัวก็ดีครับ นึกว่าจะเป็นไข้จนสมองบวมลืมวิธีแกะฝากล่องไปแล้วซะอีก*
*ธันวา: อีกชั่วโมงฉันจะไปเคาะประตู ถ้าเปิดมาแล้วเห็นสภาพดูไม่ได้เหมือนเมื่อเช้า เตรียมตัวรับโทษฐานทำให้เพื่อนบ้านลำบากใจได้เลย*
พิมพ์อ่านข้อความนั้นแล้วอมยิ้มกว้าง เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเหงาที่เคยเป็นเพื่อนร่วมห้องในคืนที่เธอป่วยหนักมาตลอดหลายปี ถูกแทนที่ด้วยสัมผัสบางอย่างที่เธอไม่เคยกล้าเรียกมันว่า 'ความห่วงใย'
แต่ในขณะที่เธอกำลังจะพิมพ์ตอบโต้กลับไป เสียงแจ้งเตือนจากกลุ่มแชตบริษัทก็ดังรัวขึ้นมาจนเครื่องสั่นไม่หยุด พิมพ์ขมวดคิ้วเปิดอ่านข้อความจาก ‘มีน’ เพื่อนสนิทที่ส่งเข้ามาด้วยข้อความที่ทำเอาเลือดในกายเธอเย็นเฉียบ
*มีน: พิมพ์! แกอยู่ที่ไหน? พี่กรณ์เพิ่งประกาศกลางห้องประชุมเมื่อกี้ว่าโปรเจกต์แกมีปัญหาใหญ่ แล้วเขากำลังจะไปหาแกที่คอนโดเดี๋ยวนี้!*
ทันทีที่อ่านจบ เสียงเคาะประตูห้องของเธอก็ดังขึ้น... แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เสียงเคาะที่แผ่วเบาและกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง มันหนักแน่นและรัวเร็วราวกับคนที่กำลังร้อนใจอย่างหนัก
“พิมพ์... พิมพ์อยู่ข้างในใช่ไหมครับ? พี่กรณ์เองนะ ได้ยินว่าเราป่วย พี่เลยซื้อของเข้ามาให้”
พิมพ์นิ่งงัน มือถือในมือร่วงหล่นลงบนตัก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อมองไปที่ประตูห้องสลับกับหน้าจอแชตของธันวาที่เพิ่งเด้งขึ้นมาอีกข้อความ
*ธันวา: ยัยบ้า! ทำไมพี่กรณ์ถึงไปยืนอยู่หน้าห้องเธอได้ล่ะ? บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าเธอให้รหัสผ่านเขาไปแล้วหรือยัง!*
ความสับสนตีรวนอยู่ในอก พิมพ์สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจทำบางอย่างที่อาจจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสามคนไปตลอดกาล
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและคอยเป็นกำลังใจให้สมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มนี้เสมอนะคะ!
สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวขู่ฟ่อข้างห้อง•ตอนที่ 11
ไข้หวัดกับโจ๊กหมูร้อนๆ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวขู่ฟ่อข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!