สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวขู่ฟ่อข้างห้อง•ตอนที่ 10

วันที่ฝนตกและร่มคันเดียว

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเหมือนสุนัขพันธุ์โกลเด้นโดนทิ้งตากฝนอยู่อีกสามวินาที ฉันจะเดินหนีแล้วนะคะ!" เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับแรงกระแทกกระทั้นของแฟ้มงานในมือ ทำให้คนที่กำลังยืนพิงเสาปูนระเบียงทางเข้าคอนโดฯ ถึงกับหลุดขำพรืด ธันวาในเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ กับกางเกงสแล็คสีเข้มส่งยิ้มกวนประสาทชนิดที่ต่อให้ท้องฟ้าข้างนอกกำลังเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ก็ยังไม่สามารถดับความร้อนรนในอกของพิมพ์ชนกได้เลยแม้แต่น้อย ให้ตายเถอะ... นี่เธอดันติดแหง็กอยู่หน้าล็อบ비คอนโดฯ กับนายสถาปนิกปากแจ๋วคนนี้มาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วนะ ประเด็นคือฝนเจ้ากรรมดันตกหนักไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแถมยังมาพ่วงท้ายด้วยรถติดวินาศสันตะตะโรบนถนนสายหลักอีกต่างหาก และที่สำคัญที่สุด... ร่มในกระเป๋าเดินทางของเธอดันทะลุจนใช้การไม่ได้ มีเพียงร่มพับคันจิ๋วสีฟ้าพาสเทลลายแมวอ้วนหน้ากวนที่ธันวาเพิ่งดึงออกมาจากเป้สะพายหลังเท่านั้นที่เป็นทางรอดเดียว "โธ่ คุณพิมพ์คะ อย่าใจร้ายนักเลยน่า มองฟ้าข้างนอกสิคะ มืดมนยิ่งกว่าอนาคตตอนแก้แบบให้ลูกค้าบรีฟแก้รอบที่สิบเสียอีก ยอมรับมาเถอะว่าดีใจใช่ไหมล่ะคะที่ติดฝนอยู่กับผมสองต่อสองเนี่ย" ธันวาว่าพลางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างทะเล้น ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยรอยยิ้มขี้เล่นที่พิมพ์เห็นแล้วอยากจะยกฝ่ามือไปประทับบนหน้าผากมนๆ นั่นสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ "หลงตัวเองเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคะคุณธันวา ใครเขาอยากจะติดฝนกับคุณกันล่ะ ประชุมงานโปรเจกต์ห้างสรรพสินค้าก็เพิ่งจะจบไปแถมคุณยังทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ในแชตก่อนหน้านี้อีก... คนอะไร ชอบฉวยโอกาสตอนคนอื่นเบลอเรื่องละเมออยู่เรื่อย!" พิมพ์ขยับแว่นสายตาพร้อมกับกอดอกแน่น พยายามถอยร่นตัวให้ห่างจากรัศมีละอองฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามาตามแรงลม แต่ทว่าพื้นที่แคบๆ หน้าประตูทางเข้ากลับบีบให้ทั้งคู่ต้องยืนเบียดเสียดกันโดยปริยาย ไหล่บางของเธอจึงชนเข้ากับแผงอกกว้างของคนข้างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แรงกระแทกเบาๆ นั้นทำเอาหัวใจดวงน้อยที่ปกติเต้นเป็นจังหวะงานสถาปัตย์ เกิดรวนเรขึ้นมาดื้อๆ เสียอย่างนั้น ธันวาชะงักไปนิดเมื่อได้ยินประโยคทวงสัญญาเรื่องเดท แววตาขี้เล่นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับที่ลึกล้ำขึ้นอย่างกะทันหัน เขาก้มหน้าลงมองหญิงสาวที่พยายามเบือนหน้าหนีไปมองหยดน้ำฝนบนกระจกใสเพื่อซ่อนใบหน้าร้อนผ่าว "ก็คนมันอยากรู้คำตอบนี่คะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบแผ่วเบาเคล้าไปกับเสียงสายฝนที่ซัดสาดกระทบพื้นคอนกรีต "เรื่องที่ละเมอเมื่อคืนก่อน... คุณพิมพ์บอกว่า *'อย่าเพิ่งไปเลยนะธันวา อยู่คุยกันก่อน...'* พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนเสียจนผมเกือบจะขับรถวนกลับไปหาที่ห้องแล้วนะรู้ตัวไหม" "ฉันไม่ได้พูดนะคะ!" พิมพ์หันขวับมาเถียงคอเป็นเอ็น ใบหน้าร้อนผ่าวลามเลียไปถึงใบหูขาวสะอาด "คุณแต่งเรื่องขึ้นมาเองชัดๆ! คนบ้าอะไรจะไปละเมอพูดชื่อคุณกลางดึกแบบนั้น มโนเก่งเกินไปแล้วนะคุณสถาปนิก!" "อ้าว ถ้าไม่ได้พูด... แล้วทำไมตอนนี้หน้าถึงแดงแจ๋ขนาดนั้นล่ะคะ หืม?" ธันวาแกล้งโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เสียจนพิมพ์ต้องผงะถอยหลัง จนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่วงแขนแข็งแรงข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับกระจกเพื่อกันไม่ให้เธอหนีไปไหน กลายเป็นท่ากักขังกลายๆ โดยที่อีกมือหนึ่งกำลังกางร่มคันเล็กสีฟ้าพาสเทลปกป้องละอองน้ำฝนให้ทั้งคู่ ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้แทบจะเรียกว่าเป็นศูนย์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นความชื้นของฝนและกลิ่นไอดินอ่อนๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัว พิมพ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่มองตรงมาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่แววตากวนประสาทเหมือนทุกที แต่มีความจริงจังและความอบอุ่นเจือจางอยู่เต็มเปี่ยม "ร่ม... ร่มจะหล่นแล้วนะคะ" พิมพ์พยายามหาข้ออ้างเสียงสั่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันประท้วงความใกล้ชิดนี้ "ปล่อยร่มไปก่อนเถอะค่ะ..." ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาทอดมองเรียวปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า "ตอนนี้ผมไม่ได้สนใจเรื่องฝนตกแล้วล่ะครับ... สนใจแค่ว่า คนตรงหน้าผมจะยอมใจอ่อนไปกินข้าวด้วยกันวันเสาร์นี้หรือยังต่างหาก" พิมพ์เม้มปากแน่น หัวใจพองโตขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกต่อต้านที่มีต่อความกวนประสาทของเขาถูกละลายหายไปกับสายฝนภายนอกจนหมดสิ้น เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธตามฟอร์มเดิมเหมือนทุกครั้ง ทว่าจังหวะนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทก็ดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศสีชมพูเสียก่อน พิมพ์ก้มมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมา ปรากฏชื่อของ "พี่กรณ์" รุ่นพี่สถาปนิกหนุ่มสุดฮอตที่ส่งข้อความเข้ามาถามไถ่เรื่องอาการป่วยของเธอหลังจากลุยงานหนักด้วยกันเมื่อวาน และนั่นก็ทำให้ธันวาที่ชะโงกหน้ามามองตามสัญชาตญาณถึงกับคิ้วกระตุกทันที ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงความเงียบงันที่น่ากลัวชั่วขณะ "อ๋อ... รุ่นพี่กรณ์สุดหล่อคนนั้นสินะคะ ที่คอยส่งขนมส่งกาแฟให้คุณพิมพ์ทุกวันตอนบ่าย?" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามีร่องรอยของความไม่สบอารมณ์เจืออยู่ชัดเจนในน้ำเสียง "แล้วมันทำไมล่ะคะ? พี่กรณ์เขาก็แค่น้องร่วมรุ่นที่ทำงานดีด้วย..." พิมพ์แกล้งเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นึกสนุกอยากจะแกล้งคนขี้หึงขึ้นมาเสียอย่างนั้น "อีกอย่าง พี่เขาก็ชวนไปทานข้าววันเสาร์นี้เหมือนกัน..." คำพูดนั้นทำให้ธันวานิ่งงันไปสามวินาทีเต็ม ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะวาวโรจน์ขึ้นด้วยความท้าทาย เขาก้มลงกระซิบชิดริมหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาพิมพ์ขนลุกซู่ไปทั้งตัว "งั้นก็ลองดูสิคะว่า ระหว่างรุ่นพี่ที่แสนดีกับแมวขู่ฟ่อข้างห้องคนนี้ ใครจะได้กินข้าวกับคุณพิมพ์ก่อนกัน...!" พูดจบ ธันวาก็กดพิมพ์ข้อความบางอย่างลงในหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดส่งออกไปหาใครบางคนทันทีโดยที่พิมพ์ยังไม่ทันได้ทักท้วง และวินาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนแชตในเครื่องของเธอก็เด้งขึ้นพร้อมกับข้อความสารภาพรักยาวเหยียดที่ถูกส่งมาจากแชตของธันวาเอง! พิมพ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบยื่นมือไปแย่งโทรศัพท์มือถือจากมือเขาเพื่อจะกดยกเลิกข้อความนั้น แต่ธันวากลับยกมือชูขึ้นสูงเหนือศีรษะ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาประดับบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง "อุ๊ย... มือลั่นกดส่งไปแล้วล่ะค่ะ ทำไงดีล่ะทีนี้!" ธันวาหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย ขณะที่พิมพ์หน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมติดฝนและลุ้นหัวใจไปกับยัยพิมพ์คนซึนกับนายธันวาปากแจ๋วในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวขู่ฟ่อข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%