“เชิญค่ะ คุณสถาปนิกปากแจ๋ว... เชิญก้าวขาอันทรงเกียรติออกไปจากลิฟต์ของดิฉันได้เลยค่ะ”
พิมพ์ชนกกดปุ่มเปิดประตูค้างไว้ด้วยปลายนิ้วที่สั่นระริกนิดหน่อย ไม่ใช่เพราะความหนาวแอร์ในคอนโดมิเนียมหรูหราแห่งนี้หรอกนะคะ แต่เป็นเพราะแรงกระแทกจากประโยคกำกวมเมื่อคืนต่างหากเล่า! ประโยคที่ว่า *‘ผมลืมหัวใจไว้ที่คนข้างห้องต่างหาก’* นั่นน่ะ มันวนเวียนอยู่ในสมองของเธอมาทั้งคืนจนแทบไม่ได้หลับได้นอน แถมพอเปิดประตูห้องออกมาป๊ะหน้ากันในยามเช้าแบบนี้ อีกฝ่ายก็ยังทำหน้ามึน ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนแถมยังส่งยิ้มพิมพ์ใจชนิดที่เห็นแล้วอยากจะหยิบไม้บรรทัดเหล็กมาฟาดสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้
ธันวา สถาปนิกหนุ่มฟรีแลนซ์เจ้าของเรือนผมหยักศกนิดๆ ที่ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจเซ็ตแต่กลับหล่อเท่สะดุดตา ชายหนุ่มก้าวเท้าออกมาจากลิฟต์อย่างช้าๆ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกกับกางเกงสแลคเข้ารูปทำให้เขาดูโดดเด่นเสียจนคนมองต้องเหลียวหลัง แต่วินาทีนี้พิมพ์ไม่ได้สนใจความหล่อเหลาของเขาหรอกค่ะ เธอสนใจแค่ว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ขยันทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะอยู่เรื่อย
“แหม ใจร้ายจังเลยนะคะคุณดีไซน์เนอร์” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดูลึกล้ำขึ้นไปอีกเมื่อเขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนพิมพ์ต้องรีบถอยหลังไปชนกับผนังลิฟต์ด้านหลัง “เมื่อคืนอุตส่าห์หยอดคำหวานไปตั้งเยอะ นึกว่าจะเก็บบไปฝันหวาน ที่ไหนได้... เช้ามาโดนไล่ตะردซะแล้ว”
“ใครฝันหวานกับคุณกันคะ! เพ้อเจ้อใหญ่แล้วธันวา” พิมพ์เชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนรอยแดงจางๆ ที่เริ่มลามเลียขึ้นมาถึงพวงแก้ม เธอยกมือขึ้นกอดอกแน่นเพื่อสร้างกำแพงป้องกันตัวเองจากเสน่ห์แพรพราวที่อีกฝ่ายจงใจปล่อยออกมา “แล้วก็กรุณาถอยห่างไปสักสองเมตรด้วยค่ะ อากาศในลิฟต์มันน้อย เดี๋ยวคุณจะแย่งออกซิเจนฉันหายใจ”
“อ้าว... งั้นเหรอครับ” ธันวาทำเสียงสูงราวกับตกใจเสียเต็มประการ แต่ทว่าขายาวๆ ของเขากลับก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอมากขึ้นไปอีก จนตอนนี้ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ลมพัดผ่าน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟอ่อนๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนพิมพ์ต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ “ถ้ากลัวผมแย่งออกซิเจน งั้นเรามาแชร์ลมหายใจเดียวกันไหมล่ะครับ... รับรองว่าคุ้ม”
ให้ตายเถอะ! นี่มันมดลูกสั่นสะเทือนระดับสิบขีดเลยนะคะคุณรี้ดขา! พิมพ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับลูกหยอดหน้าตายของนายสถาปนิกปากแจ๋วคนนี้ สมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่ควบคุมสติสัมปชัญญะเริ่มรวนเรจนแทบประมวลผลไม่ถูก เธออ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาทองขาดน้ำ จะด่าก็ด่าไม่ออก จะผลักก็กลัวมือไปโดนแผงอกอุ่นๆ ที่อยู่ตรงหน้าเข้า — บ้าจริง ผู้ชายอะไรทำไมถึงอันตรายต่อหัวใจขนาดนี้วะเนี่ย!
“คุณ... ธันวา ถอยไปเลยนะ!” พิมพ์ใช้มือผลักไหล่กว้างนั้นเบาๆ แต่เจ้ากรรมนายเวรคนนี้กลับยืนปักหลักนิ่งสนิทราวกับเสาเข็มตอกไมโครไพล์ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ซ้ำร้ายเขายังส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ส่งผลให้ลักยิ้มข้างแก้มข้างนั้นบุ๋มลงไปอย่างน่าหมั่นไส้
“ไม่ถอยครับ จนกว่าคุณจะยอมรับความจริงบางอย่างก่อน”
“ความจริงอะไรของคุ๊ณ!” พิมพ์ลากเสียงสูงด้วยความรำคาญปนเขินอายที่ตีรวนกันจนมั่วไปหมด
“ความจริงที่ว่า...” ธันวาโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด กระซิบเสียงทุ้มพร่าข้างใบหูจนขนอ่อนลุกซู่ “...ที่คุณเองก็ใจเต้นแรงไม่แพ้ผมตอนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ไงครับ”
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ชั้นจอดรถใต้ดินดังขึ้นราวกับเสียงระฆังช่วยชีวิต พิมพ์อาศัยจังหวะชุลมุนที่ประตูลิฟต์เปิดออกผละตัวหนีออกมาจากวงแขนของเขาอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟลวก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อกอบกู้มาดมั่นของตัวเองคืนมา เธอหันกลับไปถลึงตาใส่คนที่ยังยืนยิ้มแป้นอยู่ในลิฟต์ด้วยความหมั่นไส้สุดกำลัง
“หลงตัวเองที่สุดค่ะ! เชิญคุณเดินไปซื้อกาแฟคนเดียวเถอะค่ะ ดิฉันจะไปทำงานแล้ว!”
พิมพ์สะบัดบ็อบใส่แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีไปยังรถยนต์คันเก่งของตัวเองทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้คนกวนประสาทได้เอ่ยปากหยอดอะไรกลับมาอีก ทิ้งให้ธันวายืนมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ดวงตาคมมีความรู้สึกบางอย่างพาดผ่านอย่างลึกซึ้ง... ช่างเป็นผู้หญิงที่ต่อต้านเก่งเสียจริง แต่ยิ่งพยศเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอยากสยบให้ยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
ธันวาก้าวออกจากลิฟต์ตามมาติดๆ มือหนาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเพื่อจะกดส่งข้อความไปแกล้งคนตัวเล็กที่คงกำลังนั่งฮึดฮัดอยู่บนรถ แต่วินาทีที่นิ้วเรียวกำลังจะแตะลงบนหน้าจอ สายตากลับเหลือบไปเห็นร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่คุ้นตาดีกำลังยืนพิงอยู่ข้างเสาปูนใกล้กับรถของพิมพ์
กรณ์ สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่สุดฮอตจากบริษัทเดียวกันกับพิมพ์กำลังยืนถือแก้วกาแฟสองแก้ว รอยยิ้มพิมพ์ใจที่มักจะใช้หว่านเสน่ห์ใส่สาวๆ ในออฟฟิศถูกส่งให้พิมพ์ที่เพิ่งเดินไปถึงรถพอดี แถมเจ้าตัวยังเอื้อมมือไปช่วยถือกระเป๋าเอกสารให้เธออย่างสนิทสนมเกินเบอร์อีกด้วย
ธันวาหยุดเดินกะทันหัน รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อคร่าวมลายหายไปในพริบตา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์ ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองภาพคนทั้งคู่ด้วยความรู้สึก ‘คิ้วกระตุก’ อย่างรุนแรง... ดูท่าทางว่าเช้าวันนี้ จะไม่ใช่แค่กาแฟแก้วแรกที่ไม่ค่อยสบอารมณ์ซะแล้วล่ะมั้งครับ
พิมพ์ชนก... ดูท่าคุณกำลังหาเรื่องให้ผมต้องหึงจนอกแตกตายแต่เช้าเลยสินะคะเนี่ย!
(โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนฟินของยัยแมวขู่ฟ่อกับสถาปนิกปากแจ๋วคนนี้นะคะ!
สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวขู่ฟ่อข้างห้อง•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วแรกที่ไม่ค่อยสบอารมณ์
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวขู่ฟ่อข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!