สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวขู่ฟ่อข้างห้อง•ตอนที่ 6

ประชุมงานเดือดกับลูกค้ารายใหญ่

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"คุณพิมพ์คะ... รบกวนช่วยดูดีเทลตรงหน้าต่างบานนี้ใหม่อีกรอบได้ไหมคะ ทางเราเกรงว่ามันจะไม่สอดคล้องกับโครงสร้างรับน้ำหนักที่วิศวกรประเมินไว้ตั้งแต่แรกน่ะค่ะ" เสียงหวานใสของน้องเลขาฯ หน้าห้องประชุมใหญ่ไม่ได้ช่วยให้ความดันในเลือดของฉันลดลงเลยแม้แต่น้อยค่ะ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องประชุมกระจกใสเงับวับนี่ตั้งแต่เก้าโมงเช้า สมองของฉันก็ถูกสูบพลังงานไปจนแทบจะไม่เหลือเซลล์สมองไว้หายใจแล้วค่ะ ยิ่งต้องมานั่งรับมือกับลูกค้ารายใหญ่ระดับ "บริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่" ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเยอะ ความเนี๊ยบ และความเรื่องมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ฉันอยากจะควักยาดมขึ้นมาสูดดมติดต่อกันสักสิบรอบให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยค่ะ! "ทางเราปรับแก้ตามเรฟเฟอเรนซ์ที่คุณท่าน... เอ๊ย คุณลูกค้าต้องการให้ทุกประการแล้วนะคะ" ฉันฝืนปั้นยิ้มการค้าที่ฉาบด้วยความจริงใจปลอมๆ ส่งไปให้ชายวัยกลางคนผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร ซึ่งกำลังนั่งกอดอกทำหน้าเคร่งขรึมอยู่หัวโต๊ะ "แต่ผมว่ามันยังขาด 'จิตวิญญาณ' นะครับคุณพิมพ์ชนก..." คุณชายใหญ่ (นามสมมติที่ฉันตั้งให้ในใจ) ถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับว่างานออกแบบมูลค่าหลายสิบหมื่นล้านนี้เป็นแค่เศษกระดาษเปียกน้ำฝน "บ้านมันต้องไม่ใช่แค่สวย แต่มันต้อง 'หายใจได้' ครับ... เหมือนเราเดินเข้าไปแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจเหมือนมีแม่คอยกอด... เออ เอาเป็นว่า ผมอยากให้มันมีความโค้งมนละมุนละไมมากกว่านี้อีกนิด ทีมสถาปนิกของเรามีใครช่วยอธิบายเพิ่มเติมในจุดนี้ให้คุณพิมพ์ฟังหน่อยไหมครับ?" ประโยคหลังเขาหันไปพยักพเยิดกับชายหนุ่มอีกคนที่นั่งไขว่ห้างก้มหน้าก้มตาจดโน้ตยิกๆ อยู่ฝั่งตรงข้าม ฉันพยายามกลอกตาไปมาในใจอย่างเหนื่อยหน่าย มือเรียวใต้โต๊ะกำปากกาแทบหัก วันนี้ทั้งวันฉันต้องมาทนฟังคำว่า "ขอเพิ่มความอบอุ่น" "ขอความละมุนแบบตะโกน" และ "ขอแบบที่ไม่รู้ว่าคือแบบไหนแต่ต้องโดนใจ" จากลูกค้าเจ้านี้วนไปวนมาไม่ต่ำกว่ารอบที่แปดแล้วค่ะ! บ้าจริง... นี่ฉันเป็นดีไซเนอร์นะคะ ไม่ใช่แม่มดที่จะเสกบ้านในฝันออกมาจากหม้อวิเศษได้ทันใจคุณท่านเสียหน่อย! "ถ้าอย่างนั้น..." ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เรียกสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดกลับคืนมา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพที่สุดในสามโลก "เดี๋ยวทางทีมอินทีเรียร์ของพิมพ์จะลองกลับไปรีวิวสัดส่วนโค้งเว้าตามที่คุณลูกค้าแนะนำมาใหม่อีกรอบนะคะ ภายในวันพุธนี้เราน่าจะมี..." "ไม่ต้องรอถึงวันพุธหรอกครับ..." เสียงทุ้มนุ่มคุ้นหูที่ดังแทรกขึ้นมาจากฝั่งตรงข้าม ทำให้ประโยคที่เหลือของฉันกลืนหายลงไปในลำคอทันทีค่ะ น้ำเสียงนั้นทั้งขี้เล่น กวนประสาท และ... ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มที่นั่งก้มหน้าอยู่เมื่อครู่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามประสาคนทำงานหนัก แว่นสายตากลมกรอบสีดำที่เขาเพิ่งสวมขึ้นมาทาบสันจมูกยิ่งขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูน่าเชื่อถือและหล่อเหลาขึ้นเป็นกอง... และที่สำคัญที่สุด รอยยิ้มมุมปากที่กำลังส่งยิงตรงมาที่ฉันแบบพอดิบพอดีนั่นอีกเล่า! "พอดีผมเพิ่งร่างสเกตช์คร่าวๆ ที่ตอบโจทย์ 'ความอบอุ่นแบบที่คุณลูกค้าต้องการ' เสร็จเมื่อกี้พอดีเลยครับ..." ธันวา! ให้ตายเถอะค่ะ! นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย! ผู้ชายปากแจ๋ว เจ้าของแมวขู่ฟ่อข้างห้องคนนั้น... ทำไมถึงมานั่งอยู่ในห้องประชุมนี้ ในฐานะ... ในฐานะอะไรไม่ทราบคะ! กรรมการบริหารพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจทันที "อ่า... ดีมากครับคุณธันวา ในฐานะสถาปนิกหลักประจำโปรเจกต์นี้ ช่วยอธิบายให้คุณพิมพ์ฟังหน่อยซิครับ ว่าเราจะขยี้ความละมุนนี่ให้ออกมาเป็นรูปธรรมได้ยังไง" สะ... สถาปนิกหลักประจำโปรเจกต์นี้เหรอคะ?! ฉันอ้าปากค้าง สมองที่เคยประมวลผลเรื่องงานอย่างรวดเร็วตอนนี้กลับขาวโพลนราวกับสัญญาณโทรทัศน์ถูกตัด ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนซ้อนทับเข้ามาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่... ผู้ชายคนที่เพิ่งจะสารภาพรักกับฉันที่หน้าห้องพักเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน... ผู้ชายคนที่ทำให้ฉันนอนไม่หลับทั้งคืนเพราะมัวแต่คิดวนไปวนมาว่า *'เขาคิดจริงหรือแค่แกล้งหยอกเล่น'*... ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ตรงข้ามฉัน ในฐานะ "หัวเรือใหญ่" ของฝั่งสถาปนิกที่จะต้องทำงานร่วมกับฉันอย่างใกล้ชิดไปอีกสองปีเต็มๆ อย่างนั้นเหรอคะ! โอ้แม่เจ้า... นี่มันเวรกรรมอะไรของพิมพ์ชนกคนนี้กันคะเนี่ย! ธันวาไม่รอช้า เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอาดๆ เดินอ้อมโต๊ะประชุมยาวมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของฉัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นชาเขียวอ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนฉันเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนกระซิบกระซาบได้ยินกันแค่สองคน ท่ามกลางสายตาของคณะกรรมการและทีมงานนับสิบชีวิตที่กำลังมองมาเป็นตาเดียว "งานนี้... สงสัยเราคงต้อง 'เคลียร์คัท' เรื่องหัวใจ เอ๊ย เรื่องแบบแปลนกันยาวๆ แล้วล่ะครับคุณพิมพ์" เขาจงใจเว้นวรรคคำพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่นเต็มพิกัด ก่อนจะวางกระดาษสเกตช์แผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะตรงหน้าฉัน... บนมุมกระดาษแผ่นนั้น นอกจากลายเส้นสถาปัตยกรรมที่เนี๊ยบกริบแล้ว ยังมีข้อความลายมือหวัดๆ เขียนกำกับไว้ด้วยปากกาหมึกซึมสีน้ำเงินว่า... *[คืนนี้เจอกันระเบียงห้องนะ... มีเรื่องสำคัญกว่าแบบบ้านจะสารภาพอีกเยอะครับคุณข้างห้อง]* ฉันหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ มือไม้สั่นเทาจนเกือบจะคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะคว่ำ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยินเสียงมันประท้วงออกมา ธันวายังคงยืนยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้กลางห้องประชุม แล้วทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิด! แล้วแบบนี้... ฉันจะเอาสติที่ไหนมาประชุมงานต่อจนถึงเย็นล่ะคะเนี่ย! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและกุมขมับไปกับความกวนของพ่อหนุ่มสถาปนิกคนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวขู่ฟ่อข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%