"บอกมากี่ครั้งแล้วคะว่าเจ้าส้มตำไม่ใช่แมวจรจัดข้างถนน! แล้วก็เลิกส่งรูปหน้ามึนๆ ของคุณมาตื๊อพิมพ์สักที ไม่อย่างนั้นพิมพ์จะบล็อกจริงๆ ด้วยนะคะ!"
นิ้วเรียวสวยของพิมพ์ชนกกดส่งข้อความยาวเหยียดนั้นด้วยความเร็วแสง พร้อมกับแรงกระแทกนิ้วลงบนหน้าจอมือถือจนแทบจะทะลุปรุโปร่ง หล่อนนั่งกอดอกหน้ามุ่ยอยู่บนโซฟาตัวโปรดในห้องนั่งเล่น ดวงตากลมโตจ้องเขมร็งไปยังหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สว่างวาบขึ้นแทบจะวินาทีต่อวินาทีราวกับนัดกันไว้
เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงวนเวียนอยู่ในหัว สมองของพิมพ์หมุนคว้างเมื่อรู้ตัวว่าติดกับดักเข้าเต็มเปา... กับดักที่ผู้ชายปากแจ๋วห้องข้างๆ เป็นคนขุดล่อไว้แท้ๆ!
ใครจะไปคิดล่ะคะว่า เจ้าแมวส้มตัวอ้วนกลมที่ชอบมานอนแอ้งแม้งรอขนนมเลียอยู่ที่หน้าห้องของหล่อนทุกคืน จะเป็นแผนการกระชับพื้นที่ของสถาปนิกหนุ่มฟรีแลนซ์อย่างธันวา!
แชตในหน้าจอเด้งรัวเป็นเจ้าเข้าทันที
[ธันวาปากแจ๋ว]: อ้าวคุณพิมพ์ ใจร้ายจังครับ ทวงแมว (ที่ตัวเองขโมยหัวใจผมไปแล้ว) ทำไมต้องดุด้วยล่ะค้าบ
[ธันวาปากแจ๋ว]: 🐱 (ส่งสติกเกอร์แมวทำหน้าตาอ้อนวอน)
[ธันวาปากแจ๋ว]: ส้มตำมันบ่นคิดถึงคุณแม่พิมพ์แล้วนะเนี่ย เมื่อคืนมันนอนร้องเหมียวๆ หา บอกว่าอยากกินขนมเลียรสไก่ย่างวิเชียรบุรีที่ห้องคุณพิมพ์อีก
[พิมพ์ชนก]: รสไก่ย่างวิเชียรบุรีบ้านคุณสิคะ! ฉันให้มันรสแซลมอนต่างหากเล่า! แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าคุณแม่พิมพ์สักที ขนลุกจะตายอยู่แล้วนะคะ!
[ธันวาปากแจ๋ว]: อ้าว รู้ด้วยเหรอว่าผมชอบกินไก่ย่างวิเชียรบุรี? แอบสืบประวัติผมเหรอเนี่ยคุณสถาปนิกคนสวย เขินจัง >///<
[พิมพ์ชนก]: ประสาท! ใครเขาอยากจะไปรู้รสนิยมการกินของคุณกันคะ ฝันไปเถอะ! คืนนี้ถ้ายังไม่มารับเจ้าส้มตำกลับห้อง ฉันจะเอาไปปล่อยวัดแถวนี้จริงๆ ด้วยนะ!
พิมพ์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ยัยพิมพ์เอ๋ย... ทำไมหล่อนต้องไปต่อปากต่อคำกับผู้ชายคนนี้ด้วยนะ ยิ่งคุยก็ยิ่งเข้าทางเขา ยิ่งโมโหก็ยิ่งเหมือนคนแพ้ทาง ชelบจะตายอยู่แล้วเชียวกับรอยยิ้มกวนประสาทและสายตาแพรพราวคู่นั้น เวลาที่เขาเดินมาเคาะประตูห้องแล้วทำหน้าทะเล้นใส่
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงหัวค่ำ หลังจากที่พิมพ์เพิ่งกลับมาจากออฟฟิศด้วยความเหนื่อยล้าจากการเคลียร์แบบแปลนโปรเจกต์ใหญ่ที่รุ่นพี่อย่างกรณ์เอามาแก้รอบที่สาม ธันวาก็โผล่พรวดออกมาจากห้องข้างๆ พร้อมกับอุ้มเจ้าส้มตำไว้ในอ้อมแขน ราวกับซุ่มรอเวลาอยู่แล้ว
*“อ้าว คุณพิมพ์ กลับดึกจังเลยนะครับ โปรเจกต์หินเหรอ หน้าตาเครียดเชียว ให้ผมช่วยนวดไหล่แก้เคล็ดให้สักรอบไหมครับ คิดราคากันเอง เพื่อนบ้านลดให้สิบบาท”*
น้ำเสียงกวนๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาในวันนั้น ทำเอาพิมพ์อยากจะหยิบแฟ้มงานฟาดหน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากด่า ธันวาก็ยัดเยียดเจ้าส้มตำใส่อ้อมอกหล่อน พร้อมกับยื่นกระป๋องอาหารแมวและกระดาษโน้ตที่เขียนด้วยลายมือยึกยือว่า *ฝากลูกชายไว้กับคุณแม่สักคืนนะครับ พอดีผมต้องออกไปดูหน้างานด่วน*
แล้วเขาก็วิ่งหายเข้ากลีบเมฆไปเลย ทิ้งให้หล่อนยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่หน้าห้องตัวเองตามลำพัง!
คิดแล้วมันก็น่าโมโหวนลูปอยู่แบบนี้ พิมพ์สะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านแล้วก้มลงมองเจ้าส้มตำที่นอนแผ่หลาพุงกางอยู่บนพรม นัยน์ตาสีเหลืองอำพันของมันกะพริบปริบๆ มองหล่อนราวกับจะเยาะเย้ยว่า *'ทาสมนุษย์คนนี้เสร็จเจ้านายสี่ขาอย่างข้าแล้วล่ะนะ'*
*ติ๊ง!*
เสียงข้อความเข้าดึงสติของพิมพ์ให้กลับมาที่หน้าจอมือถืออีกครั้ง
[ธันวาปากแจ๋ว]: โอ๋ๆ ไม่โกรธนะคนสวย วันนี้ผมยอมรับผิดแต่โดยดีเลยเอ้า เลิกงานดึกแบบนี้ หิวไหมครับ? ผมสั่งชาบูหม่าล่าร้านโปรดมาส่งที่หน้าห้องคุณแล้วนะ ออกไปรับด้วยล่ะ เดี๋ยวเส้นจะอืดแล้วจะหาว่าผมไม่เตือน
[พิมพ์ชนก]: ใครสั่งให้คุณสั่งของกินมาให้ฉันคะ? ฉันไม่กิน! เอาคืนไปเลยนะ!
[ธันวาปากแจ๋ว]: ไม่ได้สั่งให้กินครับ สั่งให้ 'เธอ' กินตะหากล่ะ อะไ਼นะ? หรือจะให้ผมเดินไปป้อนถึงปาก? บอกได้นะ บริการเดลิเวอรีพิเศษเฉพาะคุณพิมพ์คนเดียวเลยเอ้า!
[พิมพ์ชนก]: ธันวา! คุณนี่มัน...เกินเยียวยาแล้วจริงๆ นะคะ!
พิมพ์กัดริมฝีปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ ผสมปนเปกับความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอกอย่างบอกไม่ถูก ความห่วงใยแบบเนียนๆ ที่แฝงมากับความกวนประสาทแบบนี้ มันชวนให้หัวใจที่เคยด้านชาจากการทำงานหนักเริ่มเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ หล่อนพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปบ้าจี้ตามเกมของเขา แต่กลิ่นหอมๆ ของชาบูหม่าล่าที่ลอยโชยเข้ามาแตะจมูกจากนอกประตูกลับทรยศความตั้งใจเสียเหลือเกิน
มือบางกดปุ่มเมนูบนหน้าจอแชตอย่างไร้ความลังเล
*บล็อกการติดต่อชั่วคราว*
"เชิญนั่งคุยกับกำแพงห้องไปเถอะค่ะพ่อสถาปนิกปากแจ๋ว ยัยพิมพ์คนนี้ขอตัวไปกินชาบูฟรีให้อร่อยพุงกางก่อนดีกว่า!" หล่อนพึมพำกับตัวเองด้วยความสะใจเบาๆ ก่อนจะโยนมือถือไว้บนโซฟา แล้วเดินยิ้มร่าไปเปิดประตูห้องเพื่อรับเสบียงอาหารมื้อดึกที่ศัตรูหัวใจ (และกระเพาะ) ส่งมาให้
บรรยากาศในห้องเงียบสงบลง มีเพียงเสียงเคี้ยวอาหารกรุบกอบและความเพลิดเพลินกับรสชาติเผ็ดชาของชาบูหม่าล่าที่ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวัน พิมพ์เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่อคิดถึงใบหน้าทะเล้นของธันวาตอนที่โดนหล่อนด่าผ่านแชต
ผ่านไปเกือบชั่วโมง หลังจากจัดการมื้อดึกจนเกลี้ยงเกลา พิมพ์ก็เดินกลับมาหยิบมือถือขึ้นเพื่อจะปลดบล็อกพ่อหนุ่มข้างห้องสักหน่อย (เพราะแอบเกรงใจกลัวเขาจะกระวนกระวายเรื่องเจ้าส้มตำ) แต่นิ้วเรียวยังไม่ทันได้แตะปุ่มปลดล็อก หน้าจอมือถือก็สว่างวาบขึ้นมาเสียก่อน
ไม่ใช่ข้อความแชตในไลน์... แต่เป็นเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
พิมพ์สะดุ้งโหยง หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม หล่อนขมวดคิ้วมุ่นเดินไปชะเง้อมองผ่านตาแมวที่ประตูห้อง ภาพที่ปรากฏผ่านเลนส์ตาปลาคือร่างสูงโปร่งของสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ยืนกระหืดกระหอบ ใบหน้ามีเหงื่อซึมเล็กน้อย เสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงศอก และที่สำคัญ... ในมือของเขาไม่ได้ถืออะไรมาเลยนอกจากรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ส่งผ่านมา
หล่อนลังเลอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจบิดลูกบิดประตูแล้วเปิดออกกว้างด้วยสีหน้าดุๆ
"นี่คุณ! บอกว่าให้มารับแมว ทำไมถึง..."
ยังไม่ทันที่พิมพ์จะต่อว่าได้จบประโยค ธันวาก็สวนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่หายใจไม่ทั่วท้อง ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่หล่อนด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่จริงจังจนน่าตกใจ
"ผมไม่ได้มารับแมวหรอกครับคุณพิมพ์..." ธันวาเว้นจังหวะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัวจนหล่อนต้องผถอยหลังกรูด "แต่ผมมารับผิดชอบ... เรื่องที่ผมเผลอใจไปชอบคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ต่างหากล่ะครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมอมยิ้มและอินไปกับความโบ๊ะบ๊ะนี้นะคะ :)
สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวขู่ฟ่อข้างห้อง•ตอนที่ 5
ข้อความทวงแมวที่ยาวเป็นหางว่าว
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวขู่ฟ่อข้างห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!