แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสจนเกิดเสียงดังสนั่น ลวดลายตัวอักษรบนกระดาษแผ่นบนสุดสั่นไหวตามแรงปะทะ แต่สิ่งที่สั่นไหวรุนแรงยิ่งกว่าคือดวงตาคู่คมของประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้าน คินยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความเย็นยะเยือกออกมาจนอากาศรอบตัวราวกับลดต่ำลงจนถึงจุดเยือกแข็ง
"คุณหมายความว่ายังไง... พาย" น้ำเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ แฝงไว้ด้วยความเกรี้ยวกราดที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง
พายยืนตัวตรง สงบนิ่ง ทว่าแววตาที่มองกลับมานั้นไร้ซึ่งความหวาดหวั่น เธอมองหน้าผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทั้งเจ้านายและเจ้ากรรมนายเวรในเวลาเดียวกันด้วยความรู้สึกที่ด้านชาจนถึงขีดสุด
"ก็ตามที่ดิฉันเรียนให้ทราบครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง ตามที่ดิฉันเรียนให้ทราบค่ะ... ไม่ใช่ ดิฉันพูดตามภาษาคนปกติทั่วไป" พายเผลอสะดุดคำพูดตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าขึ้น "ฉันหมายความว่า ฉันขอลาออกค่ะ ท่านประธาน"
คำว่า 'ลาออก' พ่นออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่ออย่างง่ายดาย ราวกับมันเป็นแค่เรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่าสำหรับคินแล้ว ประโยคนี้เปรียบเสมือนการจุดชนวนระเบิดปรมาณูลงกลางใจ
"ลาออก?" คินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีแต่ความเยียบเย็นและบาดลึก "คุณคิดว่าบริษัทนี้เป็นสนามเด็กเล่นหรือไง อยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไปอย่างนั้นเหรอ? สัญญาจ้างของคุณยังเหลืออีกสามปีเต็ม และผม... ยังไม่อนุญาต!"
"บริษัทไม่ใช่สนามเด็กเล่นหรอกค่ะ แต่มันคือขุมนรกดีๆ นี่เองที่ฉันไม่อยากทนอยู่ร่วมชายคาเดียวกับคนเผด็จการ เอาแต่ใจตัวเอง และไม่เคยให้เกียรติใครอีกต่อไปแล้ว!" พายสวนกลับทันควัน ความอดทนที่สะสมมานานนับเดือนระเบิดออกมาเป็นน้ำคำที่เชือดเฉือนไม่แพ้กัน เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันทำงานให้คุณเกินเงินเดือนทุกบาททุกสตางค์ ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนแทบไม่มีเวลาหายใจ แต่สิ่งที่คุณตอบแทนกลับมาคืออะไร? คำดูถูกเหยียดหยาม การใช้อารมณ์ระบายใส่ และความระแวงไร้สาระ!"
"ผมดูถูกคุณตรงไหน!" คินตวาดลั่น ห้องทำงานเก็บเสียงชั้นบนสุดสั่นสะเทือน เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็วจนพายต้องผถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงาน "ถ้าผมไม่ให้เกียรติคุณ คุณคิดว่าตัวเองจะมีสิทธิยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้เหรอพาย? คนที่คอยตามเช็ดตามล้างปัญหาที่คุณก่อ... คนที่คอยปกป้องคุณจากพวกหมาป่าในวงการธุรกิจอย่างไอ้ธีร์ มันคือใครกันล่ะ!"
พายชะงักไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินชื่อนั้น แต่ความทิฐิและความโกรธก็พัดพาความหวั่นไหวให้ปลิวหายไปในพริบตา เธอยืดอกขึ้นสู้สายตาที่ดุดันราวกับพยัคฆ์ร้าย
"อย่าเอาชื่อคุณธีร์มาอ้างเพื่อกลบเกลื่อนนิสัยแย่ๆ ของคุณเลยค่ะ!" พายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น "คุณหึง... คุณคอยหาเรื่องเขาและหาเรื่องฉัน แค่เพราะฉันไปทำงานร่วมกับเขาอย่างมืออาชีพ คุณมันคนใจแคบ ขี้ระแวง และ... และเอาแต่ใจตัวเองที่สุด!"
คำว่า 'หึง' พุ่งชนเข้ากลางเป้าหมายอย่างจัง คินชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอับอายที่ถูกอ่านใจทะลุปรุโปร่ง เขายื่นมือหนาออกไปคว้าต้นแขนเรียวของเธอไว้แน่น บีบมันพอให้เจ็บแต่ไม่ถึงกับช้ำ เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจที่กำลังแผดเผาร่างกาย
"ใช่! ผมหึง!" คินตะโกนใส่หน้าเธอด้วยความโมโหจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン "แล้วมันแปลกตรงไหนวะพาย ในเมื่อผู้หญิงที่ผมรัก... ผู้หญิงที่ผมเฝ้าทะนุถนอมไว้ในใจ กลับวิ่งไปยิ้มระรื่นให้ไอ้ศัตรูตัวฉกาจทุกวัน คุณอยากลาออกไปอยู่กับมันใช่ไหม? อยากไปซบอ้อมอกมันนักใช่ไหม ถึงได้รีบเร่งจะสะบัดก้นหนีผมขนาดนี้!"
พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ น้ำเสียงที่ตะโกนออกมาเมื่อครู่ของเขามันดังสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึก สมองของเธอขาวโพลน คำว่า 'รัก' ที่หลุดออกมาจากปากของคนปากร้ายอย่างคิน ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ
นี่เขา... พูดอะไรออกมา?
"คุณ... พูดว่าอะไรนะ" เสียงของพายอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสับสนระคนหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอก
คินเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองหลุดปากพูดอะไรออกไป ใบหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดฉายแววตื่นตระหนกชั่วพริบตา ก่อนที่กำแพงแห่งความเย่อหยิ่งจะถูกสร้างขึ้นมาปิดบังความอ่อนแออีกครั้ง เขายอมปล่อยมือออกจากแขนของเธออย่างแรงราวกับโดนของร้อน
"ผมไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น" คินหันหลังให้เธอ น้ำเสียงเย็นชาถูกงัดกลับมาใช้อย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ "อยากลาออกนักใช่ไหม? ได้... เซ็นใบลาออกซะ แล้วไสหัวออกไปจากชีวิตผมทันที! แต่อย่าหวังว่าบริษัทนี้จะต้อนรับคนเนรคุณอย่างคุณอีก!"
พายมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนหันหลังให้ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ คำว่ารักเมื่อกี้... คงเป็นแค่คำประชดประชันจากความโมโหสินะ เธอยิ้มหยันให้กับความโง่เขลาของตัวเองที่เผลอมีความหวังขึ้นมาแม้แต่น้อย
"ยินดีค่ะ... ท่านประธาน"
พายเอ่ยเสียงสั่นเครือแต่พยายามบังคับให้มั่นคงที่สุด เธอคว้าปากกาบนโต๊ะ เซ็นชื่อลงในเอกสารลาออกที่เปิดค้างไว้ด้วยลายมือที่เฉียบคมและหนักแน่น ก่อนจะดึงแผ่นกระดาษนั้นขึ้นมาแล้ววางกระแทกไว้บนโต๊ะตรงหน้าเขา
"เอกสารลาออก... ฉันจัดการให้เรียบร้อยแล้ว หวังว่าเราคงไม่ต้องพบกันอีก"
พูดจบ พายก็หันหลังเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังประตูห้องทำงานทันที โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองท่าทีของคนด้านหลัง น้ำตาที่กลั้นไว้เอ่อคลอเบ้าแต่ถูกบังคับให้ไหลกลับลงไป เธอจะไม่ยอมร้องไห้ให้ผู้ชายใจร้ายคนนี้เห็นเด็ดขาด
เสียงฝีเท้าที่ก้าวออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หัวใจของคินร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่ม ความทิฐิที่ค้ำคออยู่ทำให้เขาทำได้เพียงยืนกำหมัดแน่นอยู่ที่เดิม ปล่อยให้ความเงียบงันกัดกินความรู้สึก
*ตึ้ง!*
เสียงปิดประตูดังสนั่นเป็นสัญญาณยืนยันว่าเธอเดินออกไปจากห้องนี้แล้วจริงๆ คินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างคนหมดแรง สายตาคมกริบมองไปยังแผ่นกระดาษลาออกที่มีลายเซ็นของพายปรากฏอยู่เด่นชัด หัวใจของเขาราวกับถูกบีบอัดจนแหลกสลาย
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบและความสิ้นหวังกำลังครอบคลุมบรรยากาศทั้งหมด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ—*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
คินยังไม่ทันได้เอ่ยปากอนุญาต ประตูห้องทำงานที่เพิ่งปิดลงก็ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก
"ขอโทษทีนะคิน..."
เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดีดังขึ้น พร้อมกับร่างของ 'ธีร์' ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ในมือถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลพร้อมรอยยิ้มของผู้ชนะ
"พอดีพายเขาเพิ่งเดินชนผมที่หน้าลิฟต์... แล้วเธอก็ฝากบอกคุณมาว่า ขอบคุณสำหรับตำแหน่งใหม่ที่บริษัทของผม... เริ่มงานพรุ่งนี้เลยล่ะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปด้วยกันในทุกบรรทัดนะครับ!
เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ•ตอนที่ 25
คำพูดเชือดเฉือน
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!