เอกสารรายงานงบประมาณการควบรวมกิจการสามสิบหน้าถูกพับทบจนยับยู่ยี่ในอุ้งมือแกร่ง สันจاوโด่งคมสันสะท้อนกับแสงไฟนีออนสีขาวนวลในห้องทำงานที่เงียบสงัด คินนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ทว่าแผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงอย่างมั่นคงกลับทิ้งน้ำหนักลงพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ
ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบนาทีก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท...
เสียงสะอื้นไห้ที่พายพยายามกลั้นไว้ เสียงสั่นเครือที่เอ่ยตัดพ้อต่อความใจร้ายของเขา และแววตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง... แววตาที่ไร้ซึ่งประกายความอบอุ่นแบบที่เคยมีมาตลอด มันกรีดลึกยิ่งกว่าคมมีดเล่มไหนที่เขาเคยเจอมาในโลกธุรกิจ
"บ้าเอ๊ย..."
คินสบพึมพำกับความเงียบ ปลายนิ้วเรียวยาวขยี้เส้นผมสีเข้มของตัวเองอย่างหงุดหงิด ทิฐิที่ค้ำคอมานานนับปีทำให้เขาเป็นฝ่ายพ่นคำพูดทำร้ายจิตใจออกไปก่อน แต่วินาทีที่เห็นร่างบางหันหลังเดินออกจากห้องนั้น หัวใจของเขากลับกระตุกวูบราวกับมีใครกระชากลงเหือกเหว
*เรียกเธอสิ... แค่เอ่ยปากเรียกชื่อเธอสักครั้ง ความพินาศทุกอย่างก็จะจบลงไม่ใช่หรือไง*
เสียงในหัวตะโกนก้อง สัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของกรีดร้องให้เขาพุ่งตัวออกไปคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้แล้วดึงเข้ามาซุกซบในอ้อมอก แต่ทว่า... ศักดิ์ศรีและอีโก้ที่สูงท่วมหัวกลับทำหน้าที่เป็นกำแพงหนาเตอะ ตรึงร่างของเขาไว้กับเก้าอี้ ปล่อยให้ความเงียบงันเป็นคำตอบที่แสนโหดร้ายแก่หญิงสาว
คินลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ขายาวก้าวฉับๆ ไปที่บานประตู กระชากเปิดออกหมายจะวิ่งตามคนที่เพิ่งเดินจากไป ทว่าทางเดินด้านนอกกลับว่างเปล่า... มีเพียงกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ ที่เธอมักจะใช้ ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับเยาะเย้ยความลังเลของเขา
"พาย..."
ชื่อนั้นหลุดออกจากริมฝีปากหยักลึกด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า มันคือความพ่ายแพ้ครั้งแรกในชีวิตของนักบริหารหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เขารู้ดีว่ารอยแผลในใจของพายจากอดีตนั้นลึกเพียงใด และเขากลับเลือกที่จะซ้ำเติมมันด้วยความปากร้ายและทิฐิอันโง่เง่าของตัวเอง
ภายในห้องทำงานของเลขาฯ หน้าห้อง โต๊ะทำงานยังคงความเป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นเคย แฟ้มเอกสารถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ปฏิทินตั้งโต๊ะทำเครื่องหมายนัดหมายสำคัญด้วยลายมือเป็นระเบียบ ทว่า... เก้าอี้เบาะหนังกลับว่างเปล่า ไร้เงาร่างระหงที่มักจะนั่งเถียงฉอดๆ และค้อนใส่เขาด้วยความหมั่นไส้
คินก้าวเข้ามาในอาณาจักรเล็กๆ ของเธอ ปลายนิ้วสัมผัสกรอบรูปบนโต๊ะอย่างเบามือ มันเป็นรูปถ่ายวิวทะเลที่เธอไปเที่ยวเมื่อปีก่อน รอยยิ้มสดใสในภาพนั้นช่างบาดตาและบาดใจเหลือเกินในยามที่เขาเป็นคนทำลายมันลงกับมือ
"คุณนี่มันโง่สิ้นดีเลยนะคิน..." เขาพึมพำเยาะเย้ยตัวเอง สะท้อนความเจ็บปวดที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่าน คินหยิบมันขึ้นมาด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าอาจจะเป็นข้อความจากเธอ แต่ทว่าบนหน้าจอกลับปรากฏชื่อของ 'ธีร์' คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจ พร้อมกับภาพถ่ายที่ทำเอาเลือดในกายของซีอีโอหนุ่มเดือดพล่านจนแทบพุ่งทะยาน
ภาพของพายที่กำลังยืนอยู่ใต้แสงไฟสลัวหน้าร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง โดยมีธีร์กำลังยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ด้วยความสุภาพ ทว่าแววตาของศัตรูหัวใจคู่นั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความหมายบางอย่างที่ใครมองก็รู้ว่ามันคือความพยายามจะ 'แทนที่'
ความหึงหวงรุนแรงตีตื้นขึ้นมาจนดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ สัญชาตญาณนักล่าตื่นตัวขึ้นพร้อมกับความโกรธเกรี้ยวที่แผดเผา ทิฐิที่เคยค้ำคอปลิวหายไปในพริบตา เมื่อศัตรูตัวฉกาจกำลังก้าวเข้ามาในพื้นที่ที่เขาปล่อยให้ว่างลงเอง
คินแค่นIยิ้มหยันให้กับความโง่เขลาของตัวเอง ก่อนจะกวาดกุญแจรถบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้แน่น สันกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
ในเมื่อเขาเป็นคนผลักไสเธอออกไปเอง... เขาก็จะเป็นคนไปลากเธอกลับมาสู่อ้อมกอดนี้ด้วยตัวเองต่อหน้ามันให้รู้แล้วรู้รอด!
ร่างสูงก้าวเดินออกไปด้วยความเร่งรีบ ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้หมุนตัวออกจากหน้าห้องทำงานของเธอ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่ปลายทางเดิน พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นตาที่ทำให้คินต้องชะงักฝีเท้าลงทันที
ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงนั้น... คนที่เขาไม่คาดคิดว่าจะกล้ากลับมาเหยียบที่นี่ในเวลานี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปด้วยกันในทุกบรรทัดนะครับ!
เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ•ตอนที่ 26
รอยแผลในใจ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!