"ผมไม่ได้จ้างคุณมาเพื่อเป็นประติมากรรมตกแต่งห้องทำงาน หรือมานั่งทำหน้าซื่อตาใสใส่ผม พาย"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคินดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องทำงานบานคู่ปิดสนิทลง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดสีเทาเข้มขยับกายจากเก้าอี้หนังราคาแพง เขาก้าวเข้ามาหาพายที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางห้องด้วยท่าทางคุกคามราวกับเสือที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
พายสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่มันประท้วงรุนแรงยามได้กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้เย็นๆ ของคนตรงหน้า เธอเชิดหน้าขึ้น สบตาคมกริบดุจใบมีดนั่นอย่างไม่ลดละ
"ดิฉันก็ไม่ได้สมัครงานมาเพื่อเป็นเป้าให้คุณระบายอารมณ์ใส่เหมือนกันค่ะคุณคิน ที่ต้องย้ายโต๊ะเข้ามาอยู่ในห้องทำงานของคุณตามคำสั่ง ก็เพราะสัญญาจ้างงานระบุไว้ชัดเจน ไม่ได้แปลว่าคุณจะมีสิทธิ์ล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวดิฉัน"
คินหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างที่น้อยจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันทำให้บรรยากาศในห้องดูร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของพายราวกับจะค้นหาความนัยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบนั้น
"ล้ำเส้นงั้นเหรอ?" คินเค้นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นประสาทพายได้ดีกว่าคำด่าหยาบคายหลายเท่า "กฎของที่นี่มีข้อเดียว คือฟังคำสั่งผม และห้ามขัดใจ ถ้าคุณอยากรักษาระยะห่าง ก็ลาออกไปซะ แต่ถ้ายังอยากมีงานทำ ก็ช่วยจำใส่สมองไว้ด้วยว่า ต่อจากนี้... ทุกการขยับตัวของคุณ ต้องอยู่ในสายตาผม"
พายกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอเกลียดนิสัยเผด็จการนี่ที่สุด แต่น่าแปลกที่ความโกรธเหล่านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวแปลกประหลาดเมื่อเห็นแววตาที่ดูวูบไหวเพียงชั่วครู่ของคินก่อนจะกลับไปเย็นชาดังเดิม
"ทำไมต้องเป็นดิฉัน" พายถามเสียงเรียบแต่หนักแน่น "เลขาฯ คนอื่นที่เก่งกว่าดิฉันมีเยอะแยะ ทำไมต้องบังคับให้ดิฉันมานั่งทนเห็นหน้าคุณทั้งวันทั้งคืนแบบนี้"
คินเงียบไปชั่วอึดใจ สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงมามองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันของพาย ก่อนจะยืดตัวตรงแล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เขาหมุนปากกาในมืออย่างใจเย็น ท่าทีที่ดูผ่อนคลายเกินเหตุนั้นทำให้พายรู้สึกเหมือนคนโง่ที่พยายามหาเหตุผลในใจคนที่ไร้เหตุผล
"เพราะผมชอบให้ของที่ 'ดื้อ' อยู่ใกล้ๆ มือ" คินพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง "มันจะได้รู้ว่า... ถ้าคิดจะพยศ ผมมีวิธีปราบได้หลายแบบ"
พายแทบอยากจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าคนปากร้ายเสียให้เข็ด แต่เธอก็ทำได้เพียงเดินไปที่โต๊ะเล็กๆ ที่ถูกจัดเตรียมไว้มุมห้องซึ่งติดกับโต๊ะของเขานั่นเอง พื้นที่ที่ถูกจำกัดไว้ให้เหมือนกรงขังหรูหรา
ตลอดทั้งบ่าย บรรยากาศในห้องทำงานถูกปกคลุมด้วยความเงียบเชียบที่มีเพียงเสียงพิมพ์งานและการพลิกกระดาษ คินยังคงทำหน้าที่เจ้านายสายเหวี่ยงที่ไม่พอใจทุกอย่างที่พายยื่นให้ แต่ขณะเดียวกัน เขากลับคอยชำเลืองมองเธอผ่านหางตาอยู่ตลอดเวลา พายรู้ดีว่าเขากำลังจับผิด แต่เธอก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจ จนกระทั่งช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทองทาบทับลงบนผืนพรม
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะของคินดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาปรายตามองชื่อบนหน้าจอก่อนจะกดรับด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบยิ่งกว่าเก่า
"ว่ายังไง ธีร์... มาถึงหน้าห้องแล้วเหรอ?"
พายชะงักมือที่กำลังจัดเอกสาร ชื่อของ 'ธีร์' คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะฮุบทุกอย่างของคินทำให้เธอรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ คินเหลือบมองพายด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก ก่อนจะกดวางสายแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"อย่าเพิ่งกลับ" คินสั่งสั้นๆ น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและแฝงความกดดัน
"แต่เลิกงานแล้วนะคะ" พายเถียงทันควัน
คินไม่ตอบ เขาเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาหาเธออีกครั้ง ก้าวช้าๆ แต่ทรงพลัง จนพายต้องถอยหลังไปจนติดขอบโต๊ะทำงานของเขา คินวางมือทั้งสองข้างทาบลงบนโต๊ะ ขนาบตัวเธอไว้ตรงกลาง สายตาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายความหึงหวงที่ซ่อนไม่มิด
"คุณอยากให้ผมพูดต่อหน้าไอ้หมอนั่นไหมล่ะ ว่าคุณเป็น 'คนสำคัญ' ของผมแค่ไหน ถึงได้ต้องย้ายมาอยู่ใกล้ชิดขนาดนี้" คินกระซิบชิดใบหู เสียงแหบพร่านั่นทำให้ร่างกายพายชาวาบไปทั้งร่าง
ยังไม่ทันที่พายจะได้โต้ตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามมารยาทของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต ประตูบานใหญ่เปิดออกเผยให้เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูเสแสร้งเดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ราคาแพง
"ทำงานกันหนักขนาดนี้เลยเหรอคิน?" ธีร์เอ่ยทักทาย สายตาคมของเขากวาดมองพายที่อยู่ในท่าทีล่อแหลมกับคินก่อนจะยิ้มมุมปาก "ผมว่าผมมาช้าไปหน่อยนะ ดูเหมือนคุณคินกำลังสาธิตวิธี 'สอนงาน' เลขาฯ คนใหม่ให้อยู่สินะ"
คินกระตุกยิ้มที่มุมปากโดยไม่ขยับตัวออกจากพาย เขาหันไปสบตาผู้มาเยือนด้วยแววตาดุดัน
"เปล่าหรอกธีร์" คินเอ่ยเสียงเรียบพลางโน้มหน้าลงไปใกล้พายจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน "ผมแค่กำลังบอกให้เขารู้ว่า... ในห้องนี้ ใครคือเจ้าของที่แท้จริง"
พายใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อสายตาของคินที่มองธีร์เปลี่ยนมาสบกับเธอด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าเจ้านายกับลูกน้อง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความฟินปนระทึกในตอนนี้และพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ•ตอนที่ 4
กฎเหล็กของเจ้านายสายเหวี่ยง
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!