เสียงปรบมือประชดประชันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องประชุมใหญ่ เป็นจังหวะเดียวกับที่เอกสารสรุปยอดขายไตรมาสล่าสุดถูกโยนลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวดังปึ้ง สะท้อนความไม่พอใจที่ถูกเก็บกดไว้มานานของเหล่าผู้บริหารอาวุโส
“นี่เหรอครับผลงานของเลขาฯ หน้าใหม่? ทำงานพลาดจนบริษัทคู่ค้าเกือบถอนตัว แต่ท่านประธานกลับปกป้องจนออกนอกหน้า... หรือมีสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกันมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง?”
น้ำเสียงเย้ยหยันของรองประธานฝ่าย
“คุณกิตติ กรุณาใช้คำพูดให้มันมีขอบเขตหน่อยนะครับ”
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเยียบเย็นเสียจนอุณหภูมิในห้องประชุมลดฮวบลงทันที คินก้าวขาช้าๆ ออกมาจากหัวโต๊ะประชุม ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีชาร์โคลสั่งตัดพิเศษแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาอย่างไม่ปิดบัง นัยน์ตาสสีดำสนิทคู่นั้นไม่ได้มองหน้ากิตติด้วยซ้ำ แต่กลับทอดมองไปยังร่างบางของพายที่ยืนตัวตรงเป็นไม้บรรทัดอยู่ข้างหลัง
พายเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวที่กำแฟ้มเอกสารในมือสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้ เธอทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถแล้ว แต่คนพวกนี้จ้องจะเหยียบย่ำเธอเพียงเพราะต้องการลดอำนาจของคินเท่านั้น
“ท่านประธานครับ พวกเราแค่เตือนด้วยความหวังดี...”
“ความหวังดีบ้าอะไรของพวกคุณ!” คินตวาดกร้าว เสียงทวีกำลังขึ้นจนกระจกแทบสะเทือน เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวกิตติด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายผงถอยหลัง “จำไว้ว่าพายทำงานภายใต้คำสั่งผม ทุกความผิดพลาดผมรับผิดชอบเอง ใครหน้าไหนที่กล้ากت้ำก้าวหรือใช้คำพูดต่ำๆ ใส่เลขาฯ ของผมอีก... เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากบริษัทนี้ได้เลย!”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ไม่มีใครกล้าสบตาคิน แม้แต่กิตติยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเจอสายตาคมกริบราวกับคมหอกที่พร้อมจะเสียบทะลวงทุกเมื่อ
คินไม่รอให้ใครพูดอะไรต่อ เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวของพายแล้วออกแรงดึงให้เดินตามออกมาจากห้องประชุมทันที แรงดึงนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยความเร่งร้อนที่สื่อถึงความเดือดดาลในอก
ปึง!
เสียงประตูกระจกห้องทำงานส่วนตัวปิดลงพร้อมกับร่างบางที่ถูกดันให้ชิดติดบานประตูอย่างนุ่มนวลแต่รวดเร็ว คินใช้แขนแกร่งข้างหนึ่งยันประตูกั้นไว้ กักขังพายให้อยู่ในพื้นที่วงแขนของเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันบ่งบอกถึงระยะห่างที่ใกล้จนเกินความจำเป็น
“ทำไมถึงไม่เถียงกลับ?” คินเปิดฉากถามเสียงเข้ม นัยน์ตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังเงยขึ้นมองเขา “ปล่อยให้พวกแก่หัวหงอกนั่นรุมทึ้งอยู่ได้ยังไง เป็นคนอวดเก่งไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยอมให้คนอื่นมารังแกง่ายๆ แบบนี้”
พายสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเพราะความใกล้ชิดนี้ เธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่ลดละ
“ฉันไม่ได้ยอมสักหน่อยค่ะ... เอ้ย! ครับ!” พายเผลออุทานแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ “ฉันแค่กำลังหาจังหวะสวนกลับต่างหากล่ะคะ... ครับ! ฉันพูดว่า ครับ!”
คินแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน สัมผัสจากลมหายใจอุ่นร้อนทำให้พายต้องหลบตาลงโดยอัตโนมัติ
“ปากเก่งไม่เลิกนะพาย” คินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ายวน “รู้ตัวไหมว่าเวลาเธอทำท่าทางอวดดีใส่คนอื่น แต่มันน่าหงุดหงิดแค่ไหน... แต่ที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่า คือการที่ฉันต้องเห็นคนอื่นมาทำร้ายเธอ”
พายชะงัก หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วกลับเต้นผิดจังหวะยิ่งกว่าเดิม คำพูดนั้นไม่มีความอ่อนหวานเจือปน แต่มันกลับทรงพลังและสร้างความสั่นไหวในอกเธอได้อย่างประหลาด
“คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย” พายพยายามเบือนหน้าหนี แต่ฝ่ามือหนาข้างที่ว่างกลับเลื่อนขึ้นมาประคองกรอบหน้าของเธอไว้บังคับให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ ปลายนิ้วโป้งของเขาเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนอย่างเผลอไผล
“ไม่ได้บ้า” คินเอ่ยเสียงนุ่มลงอย่างกะทันหัน แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความลึกล้ำที่พายไม่เคยเห็นมาก่อน “ฉันหึง... และฉันไม่ชอบให้ใครมามองเธอด้วยสายตาแบบนั้นเข้าใจไหม”
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบสงบลงทันที มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกัน ร่างสูงค่อยๆ ลดระยะห่างระหว่างใบหน้าลงทีละน้อย นัยน์ตาสีเข้มทอประกายเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนพายต้องหลับตาลงเตรียมรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนในทันที พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
“ขอโทษทีครับท่านประธาน พอดีผมเอาเอกสารด่วนมาให้... อ้าว ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะสำคัญสินะครับ”
เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของ ‘ธีร์’ ที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆ แต่สายตาที่มองตรงมายังคินและพายที่ยืนแนบชิดกันนั้นเต็มไปด้วยประกายความท้าทาย
คินผละออกจากพายช้าๆ ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งอีกครั้งในเสี้ยววินาที นัยน์ตาสีทมิฬตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ - ราชันย์หอกทมิฬ
เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ•ตอนที่ 9
ข้ามเส้นที่ตั้งไว้
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!