"ผมว่าเอกสารชุดนี้... คุณพายจัดการได้เนียบกว่าผู้บริหารบางคนในบริษัทนี้เสียอีกนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือแววหยหยอกล้อดังขึ้นเคลือบเสียงหัวเราะเบาๆ ภายในห้องประชุมใหญ่ ธีร์—กรรมการผู้จัดการหนุ่มหล่อแห่งบริษัทคู่แข่งทางการค้า วางปากกาลงบนโต๊ะกระจกใส ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเลขาสาวคนเก่งด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่จงใจหว่านความสนิทสนมเกินขอบเขต
พายชะงักมือที่กำลังจัดแฟ้มเอกสาร รอยยิ้มสุภาพตามมารยาทถูกคลี่ออกบางๆ เพื่อรักษาระยะห่าง "คุณธีร์ชมเกินไปค่ะ... เอ๊ย หมายถึง... ชมเกินไปครับ พอดีฉัน... ผมได้รับการอบรมที่ดีต่างหากครับ" เกือบหลุดปากพูดภาษาถนัดออกไปเสียแล้ว พายลอบถอนหายใจในใจเบาๆ กับความกะล่อนของอีกฝ่ายที่ขยันหาจังหวะหยอดคำหวานใส่เธอตั้งแต่เช้าจรดเย็น
ตลอดสัปดาห์นี้ ธีร์แวะเวียนมาที่บริษัทของพวกเขาบ่อยครั้งจนผิดปรกติ อ้างว่ามาประสานงานโปรเจกต์ร่วมทุน แต่คนทั้งออฟฟิศต่างดูออกว่าเป้าหมายที่แท้จริงของนักธุรกิจหนุ่มรายนี้คืออะไร
แกร๊ง!
เสียงแฟ้มสันห่วงกระแทกกับขอบโต๊ะกระจกดังสนั่นจนคนทั้งห้องสะดุ้ง
ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงสง่าของคินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบดั่งคมหอกทมิฬกวาดมองคนทั้งคู่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
"ประชุมเรื่องโปรเจกต์ หรือมาจีบเลขาสชาวบ้านเขาครับ คุณธีร์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้คลื่นอารมณ์ แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล คินก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างกายพาย ร่างสูงใหญ่ของเขาทำหน้าที่ราวกับกำแพงเหล็กที่เข้ามาคั่นกลางระหว่างเธอกับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ สัญชาตญาณดิบในตัวซีอีโอหนุ่มกำลังคำรามลั่นด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง ภาพที่เห็นก่อนผลักประตูเข้ามา—ภาพที่ธีร์โน้มตัวเข้าใกล้พายเกินความจำเป็น—กำลังแผดเผาประสาทสัมผัสของเขาให้ลุกเป็นไฟ
ธีร์ไม่สะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตนั้นแม้แต่น้อย เขายังคงยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ
"ผมก็แค่วิเคราะห์งานตามเนื้อผ้าครับคุณคิน หรือว่าคุณคินหวง... อ้อ หมายถึง หวงบุคลากรกลัวว่าจะทำงานหนักเกินไปหรือครับ" ธีร์จงใจเว้นจังหวะเน้นเสียงคำว่า 'หวง' อย่างหยอกเย้า ท้าทายอำนาจมืดของซีอีโอหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว
พายขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่างจากแรงปะทะที่เริ่มคุกกรุ่น เธอมองแผ่นหลังกว้างของคินสลับกับใบหน้าเปื้อนยิ้มของธีร์ด้วยความรู้สึกประหลาดใจลึกๆ
*แปลก... ปกติถ้ามีใครทำงานไม่มีประสิทธิภาพ คินคงไล่ตะเพิดออกจากห้องไปนานแล้ว แต่นี่... เขากำลังยืนแผ่รังสีฮึ่มๆ ใส่แขกราวกับหมาหวงก้างไม่มีผิด*
"งานของผม ผมบริหารเองได้ครับ" คินกดเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังคู่แข่งทางธุรกิจ "ถ้าคุณธีร์หมดธุระเรื่องงานแล้ว ก็เชิญกลับห้องรับรองครับ ทางเรามีกฎชัดเจนเรื่องการรบกวนเวลาทำงานของพนักงาน"
"ใจร้ายจังนะครับ... ผมแค่อยากผูกmitten... เอ๊ย ผูกมิตรกับคนเก่งๆ ในบริษัทคุณแท้ๆ" ธีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยักิ้วกวนๆ ให้คินทีหนึ่ง ก่อนจะหันมาส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้พาย "ไว้เราค่อยคุยกันต่อนะครับ คุณพาย"
พายทำได้เพียงพยักหน้ารับตามมารยาทบางๆ
เมื่อร่างของธีร์ลับสายตาพ้นประตูห้องไป ความเงียบอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมทันที บรรยากาศรอบตัวคินยิ่งทวีความเยือกเย็นและน่ากลัวขึ้นไปอีกหลายเท่า
คินยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสีเข้มมองตรงไปข้างหน้าโดยไม่ยอมหันมามองหน้าเลขาสาวสักนิด กรามแกร่งขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังอดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธบางอย่างไว้สุดกำลัง
พายมองท่าทีเงียบขรึมผิดปรกตินั้นด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อย เธอรวบรวมเอกสารบนโต๊ะให้เข้าที่ ก่อนจะเอ่ยปากแซะตามนิสัยปากเก่งของตัวเอง
"นี่คุณคิน... เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกคะเนี่ย อยู่ๆ ก็มาทำเสียงดุใส่แขกผู้ใหญ่ เสียมารยาทหมด"
พรึบ!
ร่างสูงหันขวับกลับมามองเธอทันที นัยน์ตาดุจเหยี่ยวนั้นวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่ถูกสะกิดจนปะทุ คินก้าวเข้าประชิดตัวพายด้วยความเร็วสูงจนหญิงสาวต้องผถะถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะประชุมอย่างไร้ทางหนี
"เธอเรียกไอ้หมอนั่นว่าอะไรนะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำคาดคั้นลอดไรฟัน แววตาที่จ้องมองมานั้นไม่ได้มีแต่ความโกรธ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มและดิบเถื่อนกว่านั้นมาก
"คะ? ฉัน... ผมก็พูดตามมารยาทปกติ..." พายชะงัก เลี่ยงสายตาคมกริบที่จ้องมองมาประหนึ่งจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว หัวใจในอกเต้นรำไม่เป็นจังหวะกับระยะห่างที่ใกล้เกินไปจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางจากตัวเขา
"ปากเก่งนักนะ" คินก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกับหน้าผากของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "จำไว้ว่าหน้าที่ของเธอคือเป็นเลขาของผม ไม่ใช่ไปยืนส่งยิ้มเรี่ยราดให้ไอ้เวรนั่นจีบ!"
"ฉันไม่ได้..." พายอ้าปากจะเถียง แต่ถูกสายตาดุดันคู่นั้นขัดเอาไว้เสียก่อน
"หุบปากไปเลยพาย" คินกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากของเธอ ดวงตาคมกริบฉายแววหึงหวงอย่างไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป "ถ้าไม่อยากให้ผมจูบปิดปากเธอตรงนี้... ก็เลิกทำตัวสนิทสนมกับมันซะ!"
พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับคำขู่และประกายตาคลั่งรักที่เจืออยู่ในความดุดันนั้น สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้แย้งไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดในระยะประชิดอย่างไม่รู้กาลเทศะ ทว่าก่อนที่ทั้งคู่จะได้ผละออกจากกัน ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยบุคคลที่ไม่คาดฝัน
"พายจ๋า! พี่ซื้อกาแฟแก้วโปรดมาฝาก... อ้าว คุณคิน... ขอโทษครับ ผมขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย"
เสียงทุ้มคุ้นเคยของ "ปกรณ์" อดีตแฟนเก่าที่เพิ่งย้ายเข้ามาทำงานในเครือบริษัทเดียวกันดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ค้างอยู่บนใบหน้า เมื่อเห็นภาพซีอีโอหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น กำลังกักตัวเลขาสาวไว้ในอ้อมแขนแนบชิดชนิดที่เรียกว่าแทบจะสิงร่างกันอยู่รอมร่อ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความฟินปนระทึกในตอนนี้และพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
ราชันย์หอกทมิฬ
เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ•ตอนที่ 8
สายตาที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!