แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กถูกวางลงบนโต๊ะทำงานด้วยแรงที่มากพอจะทำให้กระดาษด้านในไหววูบ แต่ยังน้อยกว่าแรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบ
"ผมตรวจดูงบการเงินทั้งหมดของโปรเจกต์นี้แล้วครับคุณพาย และผมคิดว่า... ผมควรเป็นคนรับผิดชอบมันแต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่คุณ"
น้ำเสียงของภาคินในยามนี้ไม่มีเค้าลางของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาเหมือนทุกวันที่ผ่านมา มันราบเรียบ ทุ้มต่ำ และเจือความรู้สึกบางอย่างที่พายพยายามจะไม่ตีความเข้าข้างตัวเอง หญิงสาวกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองลอดผ่านแว่นกรอบบางด้วยความระแวดระวัง
"ท่านประธานพูดอะไรแปลกๆ โปรเจกต์นี้เราเซ็นสัญญาร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกันในนามบริษัท หากมีข้อผิดพลาด ฉันในฐานะเลขาก็ต้องรับผิดชอบในส่วนของฉัน ไม่ใช่ให้คุณมาทำตัวเป็นฮีโร่ขี่ม้าขาวแบกรับไว้คนเดียวแบบนี้หรอกนะคะ... เอ๊ย แบบนี้นะครับ" พายเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชินออกมา แต่ก็รีบดึงสติตัวเองกลับมาทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของอีกฝ่าย
"เรียกผมว่าคินสิครับ... เหมือนเวลาที่เราอยู่กันตามลำพัง"
คินก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนพายต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษดูทรงพลังและกดดันในเวลาเดียวกัน ทว่าแววตาที่ทอดมองเธอกลับไม่ได้มีความดุดันหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเว้าวอนและ... ความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้มานานจนใกล้ระเบิด
พายหัวใจกระตุกวูบ เธอเม้มริมฝีปากแน่น "คุณคิน... กรุณาเคารพความเป็นส่วนตัวและขอบเขตของเลขาด้วยครับ เรากำลังพูดเรื่องงาน"
"เรื่องงานเหรอครับ?" คินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่พยายามทำเป็นนิ่งเฉย "ถ้าเป็นเรื่องงาน ทำไมคุณถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์ผมตั้งแต่เมื่อคืน ทำไมคุณถึงบล็อกไลน์ผมทุกช่องทาง และทำไม... ถึงยอมไปกินข้าวกับไอ้ธีร์มันได้ล่ะครับคุณพาย"
คำถามสุดท้ายมาพร้อมกับความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่
พายชะงักไปชั่วขณะ ความโกรธที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อวานปะทุขึ้นมาในอก "แล้วมันเรื่องอะไรที่คุณต้องมาใส่ใจด้วยล่ะครับ! ฉันจะคุยกับใคร จะไปกินข้าวกับใคร มันก็สิทธิส่วนบุคคลของฉัน คุณมีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของฉันขนาดนี้ แค่เรื่องงานฉันก็ปวดหัวจะแย่แล้วนะ!"
"ผมมีสิทธิ์สิครับ!" คินสวนกลับทันควัน เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องในความเงียบ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวบางเอาไว้โดยไม่ให้อีกฝ่ายทันตั้งตัว แรงดึงรั้งทำให้พายเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับไออุ่นจากร่างกายของเขาทำเอาสติของเธอกระเจิดกระเจิงในเสี้ยววินาที
"ปล่อยนะคุณคิน!" พายดิ้นรน พยายามขืนตัวออกห่าง แต่ยิ่งดิ้น อ้อมแขนที่โอบรอบเอวบางของเขาก็ยิ่งกระชับแน่นขึ้น ราวกับเหล็กกล้าที่หล่อหลอมด้วยความหึงหวง
"ไม่ปล่อยครับ... จนกว่าคุณจะฟังผมอธิบาย" คินก้มลงกระซิบข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนพายขนลุกซู่ "เรื่องเมื่อวาน... ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาทำร้ายจิตใจคุณแบบนั้น ผมแค่มัน... หึง จนควบคุมตัวเองไม่ได้"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้ฟอร์มของท่านประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทำให้พายแข็งค้างไปทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอก
*เขาบอกว่า... หึงอย่างนั้นเหรอ?*
"คุณ... พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย ปล่อยฉันนะ!" พายหน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความเขินอายที่กำลังตีรวนขึ้นมาจนหายใจไม่ทั่วท้อง
"ผมไม่ได้บ้าครับ" คินผ่อนแรงกอดลงเล็กน้อย แต่ยังคงตรึงข้อมือเธอไว้ นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ สะท้อนภาพเงาของหญิงสาวเพียงคนเดียวในใจอย่างชัดเจน "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมปากร้ายใส่คุณ ทำตัวงี่เง่าใส่คุณ ก็เพราะผมไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกบ้าๆ นี้ยังไง... ผมไม่อยากให้คุณไปมองไอ้ธีร์ ไม่อยากให้คุณไปยิ้มให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น เพราะรอยยิ้มของคุณ... มันควรเป็นของผมคนเดียว"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานดูเหมือนจะเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน เหลือเพียงเสียงลมหายใจสั่นระรัวของคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกัน เคมีที่ฟาดฟันกันด้วยความทิฐิมาตลอดหลายสัปดาห์ พังทลายลงในพริบตาเหลือเพียงความรุ่มร้อนที่แผดเผาหัวใจ
พายเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความน้อยใจที่มีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอื้ออึงในหัวสมอง เธออยากจะเถียง อยากจะฟอร์มจัดใส่เขาต่อเหมือนทุกที แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งจนเปล่งเสียงไม่ออก
คินเห็นอีกฝ่ายเงียบไปและดวงตาเริ่มไหววอน เขาก็ค่อยๆ เลื่อนมือลงมากุมมือเรียวประสานนิ้วเข้าหากันอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่หลังมือของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้ แก้วตาดวงใจตรงหน้าจะแตกสลายคามือ
"ให้โอกาสผมได้แก้ตัวนะครับคุณพาย... เลิกทำเป็นเกลียดผม แล้วหันมามองผมจริงๆ จังๆ สักทีเถอะนะ"
น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นออดอ้อนและจริงจังในคราวเดียวกัน ทำให้พายรู้สึกเหมือนพ่ายแพ้ราบคาบ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่างออกไปเพื่อทำลายความเงียบที่ชวนใจสั่นนี้
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อذنุญาตจากเจ้าของห้อง
"ขอโทษทีครับท่านประธาน... พอดีผมมีเอกสารด่วนจากบอร์ดบริหารที่ต้องให้คุณเซ็นทันที... อ้าว ผมรบกวนเวลาส่วนตัวอะไรพวกคุณอยู่หรือเปล่าครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มคุ้นหูของ 'ธีร์' ดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ขณะที่เจ้าตัวก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าสายตากลับคมกริบกวาดมองภาพที่คินกำลังโอบกอดพายไว้อย่างแนบแน่นด้วยแววตาวาวโรจน์
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปด้วยกันในทุกบรรทัดนะครับ!
เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ•ตอนที่ 28
รุกหนักจัดเต็ม
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!