เอกสารแผ่นนั้นไม่ได้มีน้ำหนักอะไรมากมายในทางกายภาพ มันเป็นเพียงกระดาษขนาดเอสี่ธรรมดาที่ถูกพิมพ์ด้วยหมึกสีดำสนิท แต่ทว่าทุกตัวอักษรที่เรียงรายอยู่บนนั้นกลับมีอานุภาพร้ายแรงพอที่จะสั่นคลอนความเชื่อมั่นทั้งหมดที่พายสั่งสมมาตลอดสัปดาห์
"โครงการจัดซื้อที่ดินแปลงโซนตะวันออก... เซ็นอนุมัติโดยบริษัทในเครือที-กรุ๊ป"
ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดอ่านบรรทัดสุดท้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับสมองปฏิเสธที่จะประมวลผลความจริงที่ปรากฏตรงหน้า ภาพเหตุการณ์ในค่ำคืนของบทที่ 24 ย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกกรอกลับ คืนนั้น... คืนที่เธอถูกหลอกล่อให้เข้าไปติดกับในห้องทำงานส่วนตัวของโรงแรมหรู คืนที่เธอกล่าวหาว่าคินคือคนที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตและพยายามหักหลังบริษัท
และคืนนั้นเอง... ธีร์คือคนที่ก้าวเข้ามาในจังหวะเวลาที่เหมาะเจาะราวกับจัดวาง พร้อมกับยื่นหลักฐานปลอมๆ ชุดนี้ใส่มือเธอด้วยรอยยิ้มแสนสุภาพ
*“คุณพายครับ... คนที่คุณภักดีนักหนา เขาไม่ได้สะอาดอย่างที่คิดหรอกนะครับ”*
เสียงทุ้มต่ำของธีร์ในวันนั้นดังสะท้อนก้องอยู่ในความทรงจำ ชายหนุ่มผู้ซ่อนคมเขี้ยวไว้ภายใต้หน้ากากของสุภาพบุรุษผู้แสนดี คนที่เธอเกือบจะเชื่อสนิทใจว่าคือมิตรแท้ในยามที่คินแสดงความเย็นชาใส่
พายกำแผ่นกระดาษในมือแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นมาจุกอก แต่มันไม่ใช่ความโกรธที่มีต่อคิน... หากแต่เป็นความสะอิดสะเอียนที่พุ่งตรงไปยังความเจ้าเล่ห์เพทุบายของธีร์ต่างหาก ทุกอย่างถูกจัดฉาก ทุกก้าวที่เธอเดินเข้าไปในห้องนั้นถูกคำนวณไว้หมดแล้ว เพื่อให้เธอเข้าใจผิด เพื่อให้เธอหันหลังให้คิน และเพื่อเปิดทางให้ที-กรุ๊ปฮุบโปรเจกต์นี้ไปอย่าง
"สารเลว..."
พายพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บใจที่เกือบจะตกเป็นเครื่องมือของคนชั่ว ข้อมูลวงในที่รั่วไหล แผนการที่ถูกบิดเบือน ทั้งหมดเป็นฝีมือของธีร์ที่ใช้เธอเป็นสะพานเชื่อมเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของคิน
แกร็ก!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นเบร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันได้หันไปมอง ร่างสูงสง่าคุ้นตาของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูก คินยืนกอดอกพิงกรอบประตู ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไร้อารมณ์ตามแบบฉบับซีอีโอผู้เย็นชา แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองเอกสารในมือเธอด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
"อ่านจบแล้วหรือครับ?"
น้ำเสียงทุ้มติดจะเยع็นชาเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงความประชดประชันไว้จางๆ ตามฟอร์มของคนปากร้ายที่ไม่เคยพูดจาดีๆ กับเธอได้เกินสามประโยค
พายเงยหน้าขึ้นสบตา ร่องรอยความตกใจในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นและประกายไฟในดวงตา เธอก้าวฉับๆ เข้าหาชายหนุ่มโดยไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสได้พ่นคำพูดเชือดเฉือนอะไรออกมาอีก
"คุณคินรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ... เอ๊ย ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ!" พายเกือบหลุดคำติดปาก แต่ด้วยสถานการณ์ที่บีบบังคับทำให้เธอต้องรีบแก้คำพูดอย่างทุลักทุเล
คินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปฏิกิริยาที่เธอเปลี่ยนสรรพนามกะทันหันทำให้มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นนิดๆ แต่เขาก็ยังคงรักษามาดขรึมไว้ได้อย่างแนบเนียน ร่างสูงขยับตัวเข้ามาใกล้จนพายต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ
"เพิ่งรู้เมื่อตอนที่คุณวิ่งโร่เอาเอกสารปลอมนั่นมาให้ผมดูในคืนนั้นแหละครับ" คินตอบเสียงเรียบ แต่สายตาที่มองเธอนั้นร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเปลวไฟ "คิดว่าผมโง่ขนาดดูไม่ออกเลยหรือไงว่าใครเป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลัง"
พายเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอก เธอเคยต่อว่าเขาด้วยถ้อยคำรุนแรง เธอเคยปักใจเชื่อคำโกหกของคนอื่นมากกว่าความจริงที่อยู่ตรงหน้า และที่สำคัญ... เธอเกือบจะสูญเสียผู้ชายปากร้ายแต่ใจเด็ดคนนี้ไปเพียงเพราะแผนตื้นๆ ของธีร์
"แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกฉันตรงๆ ล่ะคะ... เอ๊ย! ทำไมคุณถึงไม่บอกผมตรงๆ เล่า!" พายเงยหน้าขึ้นต่อว่า ดวงตากลมโตคลอเรื่อด้วยหยาดน้ำใส
"หึ..." คินแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้หัวใจของพายกระตุกวูบ "บอกเหรอครับ? ให้ผมบอกผู้หญิงหัวรั้นอย่างคุณเนี่ยนะว่าระวังตัวหน่อย ธีร์มันกำลังหลอกใช้คุณอยู่... คิดว่าคนอย่างคุณจะเชื่อผมหรือครับ ในเมื่อตอนนั้นคุณเอาแต่เถียงผมคอเป็นเอ็นแถมยังมองผมเหมือนผมเป็นฆาตกรต่อเนื่อง"
"ก็คุณปากร้ายนี่คะ! ใครจะไปรู้ว่าข้างในซ่อน... เอえ... ซ่อนความห่วงใยไว้กันล่ะ!" พายเผลอเสียงดังใส่ด้วยความเขินอายที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมากลบความรู้สึกผิด
"ห่วง?" คินทวนคำ เสียงทุ้มต่ำพร่าลงเล็กน้อยขณะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ๆ ทำให้สติของพายกระเจิดกระเจิงไปหมด "ผมไม่ได้ห่วงคุณสักหน่อย ผมแค่รำคาญที่เห็นคนของตัวเองโดนคนอื่นหลอกต่างหาก"
ปากแข็ง! ชายคนนี้ต่อให้โลกแตกสลายก็คงไม่ยอมรับตรงๆ ว่าเขากำลังคลั่งรักและเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน พายคิดในใจอย่างหมั่นไส้ แต่กระนั้นหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลจนแทบจะทะลอกจากอก
"คนของตัวเองเหรอคะ... เอ๊ย! ของตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ!" พายเชิดหน้าขึ้นเถียงกลบเกลื่อนความเขิน
"ตั้งแต่คืนที่คุณเซ็นสัญญาเป็นเลขาฯ และ... ตั้งแต่คืนที่คุณร้องไห้ซบไหล่ผมนั่นแหละครับ" คินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังทำเอาพายขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่เคล้าคลอด้วยความตึงเครียดจากปมปัญหาที่ยังเคลียร์ไม่จบ มือหนายื่นเข้ามาโอบเอวบางไว้หลวมๆ รั้งให้เข้ามาแนบชิดโดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย พายใจเต้นแรงจนแทบหายใจไม่ออก สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกนอกจากใบหล่อเหลาที่อยู่ห่างแค่คืบ
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากหยักกำลังจะโน้มลงมาทาบทับกลีบปากอิ่มเพื่อปิดปากคนช่างเถียง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงร้อนรนของเลขาฯ หน้าห้องดังทะลุเข้ามา พร้อมกับที่บานประตูถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต!
คินชะงักกึก สีหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที ร่างสูงผละออกจากพายอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะที่พายรีบกระโดดถอยหลังไปสามก้าวหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนก
คนมาใหม่หอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้าซีดเผือดขณะเอ่ยรายงานเสียงสั่น "คุณธีร์... คุณธีร์พาทีมตรวจสอบจากตลาดหลักทรัพย์บุกมาที่บริษัทแล้วครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง หัวใจเต้นแรง และฟินจิกหมอนไปกับทุกบรรทัดของราชันย์หอกทมิฬนะครับ!
เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ•ตอนที่ 29
ความจริงที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!