"คุณพายช่วยอธิบายข่าวลือหน้าวอลล์บอร์ดฝ่ายบัญชีให้ผมฟังหน่อยครับ ว่าทำไมคนทั้งบริษัทถึงเข้าใจไปในทิศทางเดียวกันว่า... เลขาฯ หน้าห้องกับประธานบริษัทกำลังซุกซ่อนความสัมพันธ์แบบ 'มากกว่าเจ้านายและลูกน้อง' เอาไว้"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดอย่างชัดเจนดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องทำงานส่วนตัวปิดสนิท คินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดหันมาสบมองหญิงสาวที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่เบื้องหน้า
พายสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความระอุที่กำลังตีตื้นขึ้นมาในอก เธอไม่ได้สะท้านกับรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงแม้แต่น้อย กลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก
"ถ้าท่านประธานใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิด ก็คงจะรู้ว่าต้นเหตุของข่าวลือมันไม่ได้มาจากดิฉันค่ะ..." พายเว้นจังหวะ เลี่ยงสรรพนามที่มักจะเถียงกันเป็นประจำด้วยความระมัดระวังเมื่ออยู่ในโหมดจริงจัง "แต่มาจากพฤติกรรมของท่านเองต่างหาก ที่ชอบเดินตามตื๊อ ดึงแขน และส่งสายตาพิฆาตใส่ทุกคนที่เข้าใกล้ฉันในรัศมีสามเมตร"
"ผมแค่แสดงความเป็นเจ้า... เอ่อ หมายถึง ผมแค่ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท กลัวว่าคนอื่นจะมาหลอกใช้เลขาฯ สมองกลวงอย่างคุณจนงานเสียต่างหากครับ" คินรีบแก้เกี้ยว ดวงตาคู่คมไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเกือบเผลอหลุดคำว่า 'เจ้าของ' ออกไป
"หึ สมองกลวงเหรอคะ? แต่คนที่เดินวนเวียนอยู่หน้าโต๊ะทำงานฉันทั้งวัน ยื่นแฟ้มเอกสารทั้งที่ไม่มีความจำเป็น และคอยส่งกาแฟแก้วโปรดมาตัดหน้าแม่บ้านประจำชั้น... ก็คือท่านประธานผู้แสนจะเยือกเย็นคนนี้นี่แหละค่ะ" พายก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน มือเรียวตบลงบนพื้นโต๊ะเสียงดังเบาๆ เพื่อเน้นย้ำความจริงที่อีกฝ่ายพยายามบ่ายเบี่ยง
คินชะงักไป ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างขัดใจเมื่อถูกต้อนจนมุมด้วยหลักฐานทางพฤติกรรมที่ปฏิเสธไม่ลง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยไร้อารมณ์ บัดนี้กลับขึ้นสีแดงเรื่อที่ใบหูอย่างปิดไม่มิด ความซึนเดเระที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาด CEO ผู้เย่อหยิ่งกำลังจะพังทลายลงในไม่กี่วินาทีนี้
"ก็... ก็เพราะคุณมันสะเพร่า ผมในฐานะเจ้านายก็แค่ต้องคอยตรวจสอบอย่างใกล้ชิดแค่นั้นเอง" คินพยายามหาข้ออ้างเสียงแข็ง แม้ว่าหัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบหลุดออกมานอกอก เมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอบัดนี้เหลือเพียงแค่ความกว้างของโต๊ะทำงานตัวใหญ่
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่ทว่าอุณหภูมิรอบตัวกลับร้อนระอุขึ้นอย่างน่าประหลาด สายตาของทั้งคู่ประสานกันนิ่ง คมมีดแห่งอารมณ์กรีดลึกผ่านความเงียบ ความทิฐิที่เคยตั้งกำแพงสูงลิ่วเริ่มสั่นคลอนด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายก็ลอยเข้ามาในหัวของคิน... ภาพที่ธีร์ คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจ เอื้อมมือมาปัดเส้นผมที่ปรกหน้าผากของพายอย่างถือวิสาสะในห้องประชุมใหญ่ ต่อหน้าต่อตาพนักงานนับสิบชีวิต ความหึงหวงที่แผดเผาจนแทบคลั่งทำให้เขาเกือบจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายกลางที่สาธารณะ
"แล้วไอ้ท่าทางสนิทสนมกับธีร์เมื่อตอนบ่ายล่ะครับ..." น้ำเสียงของคินเปลี่ยนเป็นจริงจังและดุดันขึ้นโดยอัตโนมัติ ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความคุกรุ่นที่ซ่อนความน้อยใจเอาไว้ลึกๆ "คุณอนุญาตให้มันแตะเนื้อต้องตัวขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?"
พายชะงักไป สีหน้าเปลี่ยนเป็นความแปลกใจระคนขบขัน "คุณธีร์เขาแค่มีมารยาทและสุภาพกับฉันต่างหากค่ะ... อีกอย่าง เขาไม่ใช่เจ้านายจอมเผด็จการที่ชอบออกคำสั่งอย่างไร้เหตุผลแบบใครบางคนด้วย"
"พาย!" คินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงอารมณ์ทำให้เก้าอี้เลื่อนถอยหลังไปกระแทกกับผนังห้องเสียงดังลั่น ร่างสูงสาวเท้าอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวในพริบตาเดียว มือหนาคว้าข้อมือเรียวไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะไม่ให้เจ็บ แต่เด็ดขาดพอที่จะไม่ยอมให้เธอถอยหนี
พายสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบที่ตอนนี้ฉายแววคุกรุ่นไปด้วยไฟโทสะและความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงความรุ่มร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่ม
"ผมไม่ใช่คนใจดีนะพาย..." คินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าแต่ชัดถ้อยชัดคำ "และผมก็เกลียดที่สุด... เวลาที่มีคนอื่นมาทำท่าทางเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในสิ่งที่... ในคนที่ควรจะเป็นของผมคนเดียว"
หัวใจของพายกระตุกวูบ คำพูดที่เกือบจะหลุดออกมาจากปากของคนปากร้ายทำเอาสติที่เคยตั้งมั่นกระเจิงหายไปในอากาศ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาทำให้เธอลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ
นิ้วมือเรียวของคินที่กุมข้อมือเธออยู่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นการสอดประสานปลายนิ้วเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น ราวกับต้องการตอกย้ำความเป็นเจ้าของที่เขาโหยหามานาน ความเย่อหยิ่งทิฐิถูกโยนทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงใจที่สะท้อนผ่านแววตาสั่นระริก
"ถ้าคิดว่าฉันเป็นแค่ 'เพื่อนร่วมงาน'..." คินกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้น "ลองพูดมันออกมาอีกทีสิครับ... ถ้าคุณกล้าพอ"
พายอ้าปากค้าง สมองขาวโพลน คำปฏิเสธที่เตรียมไว้ติดอยู่ที่ลำพูก กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบเพื่อทำลายบรรยากาศที่อันตรายนี้ แต่ทว่า...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายมนต์สะกดทุกอย่างในห้องลงทันที
"ท่านประธานครับ เอกสารด่วนจาก... อุ๊ย! ผมขอโทษครับท่าน ประธานไม่ได้ล็อกห้องเหรอครับเนี่ย!"
เสียงของเลขาฯ หน้าห้องอีกคนดังแทรกขึ้นพร้อมกับผลักบานประตูเปิดกว้างเข้ามาเต็มแรง โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือ CEO หนุ่มคนเก่งกำลังตรึงตัวเลขาสาวสวยไว้ชิดกับขอบโต๊ะทำงานในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าลมหายใจแทบจะรวมเป็นร่างเดียวกันอยู่แล้ว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความฟินปนระทึกในตอนนี้และพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ•ตอนที่ 6
แค่เพื่อนร่วมงาน... จริงเหรอ?
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!