เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ•ตอนที่ 14

ศัตรูหัวใจปรากฏตัว

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำและดอกกุหลาบสีแดงเพลิงช่อใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของพาย คือหลักฐานชั้นดีว่าเช้าวันจันทร์นี้ไม่ได้เริ่มต้นอย่างสงบสุขอย่างที่ควรจะเป็น "ผมคิดว่าดอกกุหลาบสีขาวน่าจะเข้ากับคุณมากกว่า แต่พอมาเห็นคุณในชุดสูทสีเทานี่แล้ว... สีแดงดูจะมีชีวิตชีวาและขับให้คุณดูโดดเด่นขึ้นมาทันทีเลยนะครับ คุณพาย" เสียงนุ่มทวารของ 'ธีร์' ประธานกรรมการบริหารแห่งค่ายคู่แข่งการค้าดังระเบิดขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่มักจะส่งผลให้บรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลายและเป็นกันเองเกินความจำเป็นในสายตาของใครบางคน พายถอนหายใจเบาๆ เธอดันช่อดอกไม้ราคาแพงนั้นออกห่างจากแฟ้มเอกสารรายงานการประชุมเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววระอาอย่างปิดไม่มิด "คุณธีร์เอาเวลาว่างจากการควบรวมกิจการมานั่งจัดดอกไม้ส่งให้เลขาบริษัทคู่แข่ง น่าจะเป็นการใช้ทรัพยากรบุคคลที่ไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่หรอกนะครับ" "สำหรับคนอื่นอาจจะเสียเวลาครับ... แต่ถ้าเป็นเรื่องของคุณพาย ผมถือว่าเป็นงานสำคัญระดับชาติ" ธีร์ยักไหล่อย่างไม่ยี่ห้อ เขานั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้รับแขกหน้าโต๊ะทำงานของเธอ สายตาพินิตพิจารณาเรือนร่างและใบหน้าคมคายของเลขาสาวด้วยความชื่นชมที่เปิดเผยเกินขอบเขต ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานกระจกฝ้าก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงกระแทกที่ไม่เบานัก ร่างสูงใหญ่ของ 'คิน' ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าดวงตาสีดำสนิทกลับวาวโรจน์ไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความพิโรธที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตาและมาดของซีอีโอ อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที บรรยากาศตึงเครียดเข้าปกคลุมราวกับมีประตูนรกเปิดรออยู่ "ดูท่าทางบริษัทเราจะว่างงานกันมากสินะครับ ถึงได้มีเวลามานั่งจัดสวนดอกไม้กันในเวลางาน" น้ำเสียงเยียบเย็นหลุดออกจากริมฝีปากของคิน มันคมกริบและบาดลึกพอจะทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ ธีร์หันไปมองเจ้าของห้องด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างไม่เกรงกลัว "อ้าว... ท่านประธานคิน เดินทางมาถึงออฟฟิศเร็วจังนะครับ ผมแคแวะมาทักทายคุณพายในฐานะ 'เพื่อนสนิท' คนหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่คิดว่าจะทำให้คุณคินต้องออกอาการร้อนรนขนาดนี้" "เพื่อนสนิท?" คินทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงจนน่ากลัว เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของพาย ดวงตาคมกริบเหลือบมองช่อกุหลาบสีแดงก่อนจะตวัดกลับมาจ้องหน้าศัตรูตัวฉกาจ "ถ้าว่างมากจนไม่มีงานทำ กลับไปบริหารบริษัทของคุณเองซะ หรือถ้าสมองเสื่อมจำทางกลับบริษัทไม่ได้ ผมจะให้คนลากตัวออกไปส่งให้ถึงที่" "ใจร้อนเสียจริงนะครับคุณคิน สมแล้วที่เป็นคนหวงของ... เอ้ย หวงงาน" ธีร์จงใจเว้นวรรคคำพูดให้ชวนคิดไกล เขาสบตาคินกลับอย่างไม่มีใครยอมใคร รังสีความอิจฉาริษยาและแรงปะทะทางอารมณ์แผ่ซ่านจนพายที่นั่งอยู่ตรงกลางรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง "คุณธีร์ครับ เชิญกลับไปได้แล้วครับ ทางเรามีวาระการประชุมเร่งด่วนที่ต้องเตรียม" พายรีบแทรกขึ้นเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เธอไม่อยากตกเป็นสนามประลองกำลังของเสือสองตัวที่จ้องจะขย้ำกันให้ตายไปข้างหนึ่ง ธีร์หันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้พาย ช่างแตกต่างจากสายตาที่ใช้มองคินลิบลับ "ถ้าคุณพายเอ่ยปาก ผมก็ยินดีจะกลับครับ... ไว้เย็นนี้ผมมารับไปทานมื้อค่ำนะครับ ห้ามปฏิเสธล่ะ" พูดจบ ธีร์ก็เดินผ่านร่างสูงของคินไปพร้อมกับตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ เป็นเชิงท้าทาย คินปัดมือนั้นออกทันทีด้วยความรังเกียจ ปัง! เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบงัดที่กลับมาเยือนห้องทำงานอีกครั้ง ทว่าพายรู้ดีว่านี่คือความสงบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ คินหันขวับมามองหน้าเธอ ดวงตาดุราวดั่งราชสีห์หิวกระหาย พายยังไม่ทันได้อ้าปากแก้ตัว ร่างสูงก็ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะจนเธอต้องเอนตัวหนีไปด้านหลังโดยอัตโนมัติ มือหนาวางทราบลงบนขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์ "ชอบใจนักใช่ไหมครับ ที่มีผู้ชายมาคอยเอาอกเอาใจถึงที่ทำงานแบบนี้?" คินเค้นเสียงถาม รอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนมุมปากหยักสวย แต่มันกลับดูขมขื่นและเต็มไปด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนเกินควบคุม "คุณคินพูดบ้าอะไรเนี่ยครับ ผมไม่ได้...” "ไม่ได้อะไร! สายตาที่คุณมองมันเมื่อกี้หมายความว่ายังไง พาย... คุณคิดจะไปกินข้าวกับมันจริงๆ เหรอ หืม?" คินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะแก้วิ่งพล่านไปทั่วผิวเนื้อ พายรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอก ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป "ผมเป็นเลขาคุณนะครับ ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยที่คุณจะมาใส่อารมณ์ใส่แบบนี้ ปล่อยผมเลยนะ" พายพยายามดันอกแกร่งออก แต่คินกลับยิ่งโถมน้ำหนักตัวเข้าหา ปลายจมูกโด่งเฉี่ยวเกือบจะปัดผ่านแก้มเนียนของเธออยู่รอมรอม "ถ้าไม่อยากให้ผมอาละวาดพังบริษัททิ้งตอนนี้ ก็ตอบมาคำเดียว... ว่าคุณไม่ได้คิดอะไรกับมัน" คินคาดคั้น เสียงทุ้มแหบพร่าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราด "บอกผมมาสิพาย..." พายชะงักไปเมื่อเห็นประกายความเจ็บปวดวูบผ่านดวงตาคู่นั้นของซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ความทิฐิในใจคลายตัวลงชั่วขณะ เธออ้าปากกำลังจะเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อปลอบประโลมความหึงหวงบ้าคลั่งนี้ ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยการเปิดเข้ามาของเสียงใสที่ทำเอาทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ "พี่คินคะ... แย่แล้วค่ะ! ฝ่ายกฎหมายโทรมาแจ้งว่าหุ้นส่วนใหญ่ของเราเพิ่งถูกกว้านซื้อโดยบุคคลปริศนา... และคนที่ถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับสองรองจากพี่คินตอนนี้... คือคุณธีร์ค่ะ!" คินหันขวับไปมองหน้าเลขาฝึกหัดที่ยืนหน้าซีดอยู่หน้าประตู ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงชั่วขณะ ร่างสูงหันกลับมามองพายที่นั่งอึ้งอยู่บนเก้าอี้ ชิ้นส่วนทั้งหมดในหัวถูกประกอบเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มของธีร์เมื่อครู่... ไม่ใช่แค่การมาจีบเลขาเล่นๆ ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับคมออกแห่งอารมณ์นี้นะครับ --- ราชันย์หอกทมิฬ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%