เสียงประตูกระจกนิรภัยของห้องทำงานเลื่อนปิดลงด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นเล็กน้อย แรงเหวี่ยงนั้นเพียงพอจะสะท้อนถึงอุณหภูมิในอกที่กำลังเดือดพล่านของประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นอย่างคิน
“คุณธีร์เขาก็แค่ผ่านมาทักทายตามมารยาทคนรู้จัก คุณคินจำเป็นต้องทำหน้าเป็นยักษ์กระหายเลือดขนาดนี้เลยเหรอครับ”
พายเอ่ยขึ้นทันทีที่แผ่นหลังบางพิงเข้ากับบานประตู ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยที่ไม่เคยคิดจะยอมจำนนให้ใครง่าย ๆ แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ด้วยผลพวงจากเหตุการณ์ระอุเมื่อครู่ที่ยังทิ้งไอร้อนไว้บนผิวแก้ม
คินไม่ตอบทันที ขายาวก้าวเข้ามาประชิดร่างบางด้วยความเร็วที่ทำเอาพายผถอยหลังก้นชนบานประตูโดยอัตโนมัติ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองคนตรงหน้าเขม็ง รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอากาศรอบกายแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
“รู้จักกันสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงขั้นต้องยืนแนบชิดกระซิบกระซาบกันจนคนอื่นเขาเข้าใจผิดคิดว่าพวกคุณกำลังสวีทกันอยู่กลางบริษัท” คินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังนั้นเจือด้วยความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ
“คนอื่นที่ว่าหมายถึงคุณคินคนเดียวมากกว่ามั้งครับ” พายสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตไหวระริกแต่ยังคงรaชาตความดื้อรั้นไว้เต็มเปี่ยม “อีกอย่าง... เราสองคนไม่ได้ทำอะไรเสียหายสักหน่อย คุณธีร์เขาแค่เข้ามาถามหาเอกสารโปรเจกต์ร่วมทุนต่างหากครับ”
“เอกสารจำเป็นต้องยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนจมูกจะชนกันขนาดนั้นเลยหรือไง หรือว่าเลขาฯ ของผมเริ่มเบื่องานเอกสาร หันไปสนใจงานเข้าสังคมกับคู่แข่งทางธุรกิจแล้วล่ะ”
คำพูดประชดประชันที่แฝงไว้ด้วยความหึงหวงอย่างไม่เนียนนั้น ทำให้พายเผลอหลุดหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยมองสำรวจใบหน้าคมคายที่ตอนนี้สันจรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ลึก ๆ แล้วเธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นในอกกับท่าทีหึงหวงแบบเด็ก ๆ ของผู้ชายปากร้ายคนนี้
“หึงเหรอครับ...” พายจงใจลากเสียงยาว แววตาซุกซนเป็นประกายขึ้นมาวับหนึ่ง “ที่คุณคินกำลังหัวเสียอยู่เนี่ย เพราะกลัวว่าผมจะปันใจให้คุณธีร์ หรือว่ากลัวความลับเรื่องที่เรา... เอえ... เรื่องที่โปรเจกต์จะรั่วไหลกันแน่ครับ”
คำถามยอกย้อนที่จี้ถูกจุดทำให้คินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย มือหนายกขึ้นทาบกับบานประตูกระจก กักขังร่างบางไว้ในวงแขนอย่างจำนนโดยปริยาย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความกรุ่นระอุของอารมณ์บางอย่างโชยเข้าแตะจมูกจนพายต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความประหม่า
“ปากดีนักนะพาย...” คินโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากใบหูขาวสะอาดเพียงคืบ น้ำเสียงที่กระซิบแผ่วเบาข้างขวานนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย “คิดว่าผมกลัวไอ้ธีร์มันคาบข่าวไปเหรอ... ผิดแล้วล่ะ คนที่ผมกลัวว่าจะเสียไป... คือคุณต่างหาก”
ประโยคสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็ง ทำเอาพายถึงกับลมหายใจสะดุด หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วราวกับจะกระโดดออกมานอกอก นัยน์ตากลมโตหันกลับมาสบตาคมคายที่ฉายแววเวทนาแกมคลั่งรักอย่างชัดเจน ไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านจากพวงแก้มลามเลียไปถึงใบหู ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสะกดด้วยมนต์ตรา
“คุณ... คิน พูดอะไรออกมาเนี่ยครับ” พายพยายามเค้นเสียงให้เป็นปกติที่สุด แม้ว่ามือเรียวที่กำชายเสื้อสูทของอีกฝ่ายจะสั่นเทาเล็กน้อยก็ตาม
“ผมพูดความจริง และคุณก็รู้ดีว่าผมเกลียดการพูดซ้ำสอง” คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่พร้อมจะกลืนกินคนฟังให้จมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ของเขา “เลิกทำเป็นเก่งแล้วยอมรับความจริงสักที... ว่าคุณเองก็รู้สึกไม่ต่างจากผม”
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบงันลงชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบา ๆ แต่กลับไม่ได้ยินชัดเท่าจังหวะการเต้นของหัวใจสองดวงที่สอดประสานกันอย่างบ้าคลั่ง พายเม้มริมฝีปากแน่น ทิฐิที่มีมาตลอดพยายามร้องเตือนสติว่าอย่าพ่ายแพ้ให้กับผู้ชายปากร้ายคนนี้ แต่วินาทีที่ปลายนิ้วอุ่นจัดของคินเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างทะนุถนอม ความเกราะกำบังทั้งหมดก็พังทลายลงในพริบตา
“ผม...” พายอ้าปากเตรียมจะเอ่ยคำบางคำออกมาเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของบุคคลที่สามที่เพิ่งสร้างรอยร้าวให้พวกเขาเมื่อครู่ เปิดประตูพรวดเข้ามาโดยไม่รอให้อนุญาต
“ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะอีกรอบ พอดีผมลืมมือถือไว้บนโต๊ะรับแขกหน้าห้อง... เอ๊ะ ดูเหมือนผมจะมาผิดจังหวะอีกแล้วสินะ”
ธีร์ยืนยิ้มกริ่มอยู่ที่หน้าประตูกระจก สายตาดุจเหยี่ยวสลับมองเจ้านายและเลขาฯ ที่ยืนแนบชิดติดกันในระยะประชิดด้วยรอยยิ้มเยาะที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้อย่างมิดชิด
คินผละตัวออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมกลับคืนสู่โหมดเยือกเย็นดุจน้ำแข็งในเสี้ยววินาที สันจรามขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสัน นัยน์ตาดำขลับฉายแววฆ่าฟันพุ่งตรงไปที่ผู้มาใหม่ราวกับจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้น ๆ ด้วยมือเปล่า
“ถ้าหาของเจอแล้ว ก็เชิญไสหัวออกไปจากห้องของผมได้แล้วครับคุณธีร์” คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ไร้ซึ่งมารยาททางธุรกิจใด ๆ ทั้งสิ้น
ธีร์หัวเราะในลำคออย่างไม่รู้สึกสะทกสะทฮาน ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปากก่อนจะเหลือบมองพายที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ด้านหลังคิน
“ใจร้อนจริงนะคิน... ระวังของรักของหวงจะหลุดมือเอาเสียล่ะ” ธีร์ทิ้งท้ายด้วยประโยคกำกวมก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูกระจกตามเดิม
ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง แต่วันนี้... บรรยากาศมันกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
พายหันกลับมาสบตากับคินที่ยืนจ้องเธอเขม็งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะและ... ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม
“คุณธีร์เขาหมายความว่า...” พายยังไม่ทันพูดจบ
คินก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงทั้งหมด
“จำคำพูดของผมไว้ให้ดีนะพาย...” คินกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนน่ากลัว “อย่าหวังว่าใครจะแย่งคุณไปจากผมได้... แม้แต่ไอ้ธีร์ก็ไม่มีสิทธิ์”
และก่อนที่พายจะได้ทันโต้แย้งใด ๆ กลับไป คินก็โน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างรวดเร็วและหนักหน่วง เป็นการปิดกั้นทุกคำพูดและทุกข้อสงสัยทั้งหมดด้วยสัมผัสที่ร้อนรุ่มจนลมหายใจขาดห้วง!
...
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความปากแข็งของท่านประธานคินนะครับ*
เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ•ตอนที่ 13
การปะทะฝีปากบทใหม่
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!