เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ•ตอนที่ 20

ตื่นมาพร้อมความจริง

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
“ถ้าคิดจะใช้เรื่องนี้มาต่อรองกับผม ธีร์... คุณกำลังประเมินสมองของตัวเองสูงเกินไปหน่อยแล้วล่ะครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าสะท้อนผ่านกระจกใส เผยให้เห็นกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนของคิน ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดหันกลับไปมองผู้มาเยือนทั้งสองด้วยความรู้สึกที่แทบอยากจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล พายยืนตัวแข็งทื่ออยู่กึ่งกลางระหว่างผู้ชายสองคน บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ปลายเล็บจิกเข้าหากันแน่นเพื่อระงับความสั่นเทา คำพูดของธีร์เมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาทำงานในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว กำลังถูกนำมาวางเดิมพันบนโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยเกมการเมืองทางธุรกิจอย่างน่าไม่อาย “โอ๊ะ อย่าเพิ่งใช้น้ำเสียงดุๆ แบบนั้นกับผมเลยครับคุณคิน” ธีร์ยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจ ดวงตาคมปลาบกวาดมองร่างบางที่ยืนเม้มปากแน่นอยู่ข้างกายคู่แข่ง “ผมแค่บังเอิญไปรู้เรื่อง ‘สัญญาใจ’ ระหว่างคุณกับพายเข้า... ไม่คิดเลยนะครับว่าคนปากแข็งอย่างคุณคิน จะมีมุมที่ต้องมานั่งตามง้อเลขานุการของตัวเองลับหลังแบบนี้” “ธีร์!” พายเผลอหลุดเสียงตวาดออกมาอย่างเหลืออด ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความโกรธเกรี้ยว “คุณไม่มีสิทธิ์เอาเรื่องส่วนตัวของฉันมาพูดเล่นสนุกปากแบบนี้นะคะ ออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้เลย!” “ใจเย็นน่าครับคุณพาย ผมไม่ได้มาหาเรื่อง... ผมแค่หวังดี” ธีร์ยักไหล่ด้วยท่าทีสบายๆ ผิดกับบรรยากาศรอบตัวที่คุกกรุ่นจนน่ากลัว “ในเมื่อคุณคินเขารักษาฟอร์มเก่ง ปากแข็งไม่ยอมรับความจริงสักทีว่าขาดคุณไม่ได้ ผมก็แค่ยื่นข้อเสนอดีๆ ให้คุณมาทำงานร่วมกันในฐานะพาร์ทเนอร์ที่เห็นคุณค่าของคุณจริงๆ ก็เท่านั้นเอง” สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวก็ปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง คินไม่ได้ขยับตัวไปไหน ร่างสูงใหญ่ยังคงยืนนิ่งสนิทอยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เขาก้าวช้าๆ ออกมาจากหลังโต๊ะทำงาน ฝ่ามือหนาสอดเข้ากระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสุขุม แต่นัยน์ตากลับดุดันและอันตรายยิ่งกว่าสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต “พูดจบหรือยังครับ?” คินเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว ทว่ากลับทรงพลังพอกที่จะทำให้คนที่ได้ฟังต้องขนลุกซู่ ธีร์หรี่ตามองเล็กน้อย “ถ้ายังไม่เคลียร์เรื่องโปรเจกต์และเรื่องของคุณพาย ผมก็ยัง—” “งั้นก็ไสหัวออกไปจากบริษัทของผมได้แล้วครับ” คินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบขาดไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง “ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วสั่งให้ระบบรักษาความปลอดภัยโยนคุณออกไปอย่างไร้เกียรติ” รอยยิ้มบนใบหน้าของธีร์กระตุกวูบ ทว่าเขาก็ยังคงรักษาฟอร์มเอาไว้ได้ ชายหนุ่มเหลือบมองพายด้วยสายตาที่สื่อความหมายบางอย่าง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ “ก็ได้ครับคุณคิน... หวังว่าความปากแข็งของคุณ จะช่วยให้คุณรักษาคนสำคัญคนนี้เอาไว้ได้ตลอดรอดฝั่งนะ” สิ้นเสียงนั้น ธีร์ก็หมุนตัวเดินจากไป ประตูห้องทำงานปิดลงพร้อมกับแรงกระแทกเบาๆ ที่สะท้อนถึงความพ่ายแพ้ชั่วคราวของอีกฝ่าย ภายในห้องเหลือเพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด พายยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ อับอาย และหวาดหวั่น เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า เพราะรู้ดีว่าเวลานี้ ‘คิน’ กำลังระเบิดอารมณ์อยู่ภายใน “พาย” เสียงเรียกทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว “คะ...?” พายเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันได้ตั้งหลัก ฝ่ามืออุ่นจัดของคินก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอเอาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักหน่วงพอที่จะแสดงถึงความไม่พอใจที่กำลังปะทุอยู่ข้างใน “คุณปิดบังอะไรผมอีก” คินก้มลงมองเธอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับต้องการจะค้นหาความจริงทุกอย่างที่ถูกซ่อนไว้ “เรื่องที่ธีร์พูดเมื่อกี้มันคืออะไร ‘สัญญาใจ’ อะไร... ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่อง?” พายเม้มปากแน่น หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก เธอจะบอกเขาได้อย่างไรว่าเรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นมาจากความเข้าใจผิด และความลับที่เธอแอบมีใจให้เขามาตลอด... ถ้าเขาKüssรับรู้ความจริงข้อนี้ มีหวังเธอคงโดนเขาหัวเราะเยาะจนไม่เหลือชิ้นดีแน่ “มันไม่มีอะไรทั้งนั้นค่ะ! คุณธีร์เขาก็แค่พูดจาเหลวไหลไปเรื่อยเปื่อย คุณอย่าไปใส่ใจเลยนะคะ ปล่อยมือฉันได้แล้วค่ะ ฉันจะออกไปเคลียร์งานข้างนอก” พายพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม ทว่าคินกลับยิ่งกระชับวงแขนเข้าหาตัวเธอแน่นขึ้น จนแผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่ง “เหลวไหลเหรอ?” คินแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน “ถ้ามันเหลวไหล ทำไมหน้าคุณถึงได้แดงขนาดนี้ล่ะพาย... หื้ม?” “ฉันไม่ได้หน้าแดงสักหน่อย! อากาศในห้องมันร้อนต่างหากเล่า!” พายเถียงเสียงแข็ง หลบสายตาคมกริบที่มองทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าเครื่องสแกน “โกหกไม่เนียนเลยนะครับ” คินกระซิบชิดริมหูกลีบเล็ก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงทีละน้อย ทว่าแฝงไปด้วยความเว้าวอนที่หาดูได้ยาก “คุณก็รู้ว่าผมเกลียดการโกหกที่สุด... โดยเฉพาะเรื่องที่คุณพยายามจะหนีหน้าผม ไปซุกตัวอยู่ใต้ปีกของไอ้ธีร์นั่น” พายชะงักไป หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินประโยคหลัง ดวงตากลมโตตวัดกลับมามองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตา “ฉันไม่ได้จะไปไหนสักหน่อย... คนที่ผลักไสไลส่งฉันตลอดเวลาคือคุณต่างหากล่ะคะคุณคิน! ปากบอกว่าเกลียดฉัน ปากบอกว่ารำคาญ แต่พอมีคนอื่นเข้ามาใกล้ คุณกลับทำท่าเหมือนหวงก้างแบบนี้... ตกลงว่าคุณเป็นอะไรกันแน่คะ!” ในที่สุด ความอึดอัดทั้งหมดก็ระเบิดออกมาเป็นคำถามที่พายเก็บกดไว้มานาน คำพูดที่พรั่งพรูออกไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจทำให้คินถึงกับนิ่งงัดไป ดวงตาคมมองผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังหอบหายใจจนอกกระเพื่อม แววตาของเธอไหวระริกเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่คลอหน่วยอยู่ริมขอบตา ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกันอย่างน่าประหลาด คินมองริมฝีปากที่สั่นระริกจากการสะกดกลั้นอารมณ์ ความแข็งกระด้างทั้งหมดที่มีในตัวมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกร้อนรุ่มที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เขายอมรับแล้วก็ได้... ยอมรับว่าไอ้ท่าทีปากแข็ง เย็นชา และใจร้ายที่เขาแสดงออกไปตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มันเป็นเพียงเกราะป้องกันความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองเท่านั้น “ผมไม่ได้อยากผลักไสคุณเลย...” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาอย่างยากเย็น มือหนาข้างที่ว่างเอื้อมขึ้นประคองแก้มนวลนุ่มเอาไว้แผ่วเบา นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ซึมอยู่ตรงหางตาออกให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้พายเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “คุณ... พูดว่าอะไรนะคะ?” พายถามเสียงสั่น ลืมหายใจไปชั่วขณะ คินถอนหายใจยาวเหยียด แววตาที่มองเธอนั้นลึกล้ำและเปี่ยมไปด้วยความหมายที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “ผมบอกว่า... ผมทนไม่ได้เวลาที่เห็นคุณไปยิ้มให้คนอื่น ทนไม่ได้เวลาที่รู้ว่ามีไอ้เวรที่ไหนก็ไม่รู้พยายามจะเข้าใกล้คุณ... และที่สำคัญที่สุด...” เขาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ปลายจมูกโด่งรั้นโน้มลงมาคลอเคลียข้างแก้มเนียนกระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าคลั่งไคล้ “ผมทนปากแข็งใส่คุณไม่ไหวอีกต่อไปแล้วล่ะครับพาย...” พายสมองขาวโพลน หัวใจแทบจะกระโดดออกมานอกอก คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของคนที่ขึ้นชื่อว่าปากร้ายที่สุดในสามโลก ทำเอาเธอทำตัวไม่ถูก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กำลังหอมหวานและอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่ถักทอเข้าหากันอย่างแน่นแฟ้น ความสัมพันธ์ที่ก,้ำกึ่งมานานกำลังจะเปลี่ยนผ่านไปตลอดกาล ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของคินกำลังจะทาบทับลงมาเพื่อปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของเธอ... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้อذنุญาต “บอสครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! หุ้นของบริษัทกำลังร่วงกราวรูดเพราะคลิปหลุดของ...” เสียงของเลขาฯ หน้าห้องที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักลงทันที เมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มสุดโหดกำลังโอบกอดเลขานุการสาวคนสนิทในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าปากแทบจะติดกันอยู่รำไร คินผละออกจากพายอย่างหัวเสีย ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงสนิท ดวงตากลมโตตวัดกลับไปมองผู้บุกรุกด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ ส่วนพายหน้าแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู รีบผลักอกแกร่งออกแล้วถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ “ออกไป!” คินคำรามลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ราชันย์หอกทมิฬ" นะครับ*
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นหมาเหอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%